
น้ำเคหะคลองจั่นลด ชลประทานคาดถนน ลานจอดรถแห้งเที่ยงนี้
ชัชชาติเผยน้ำเคหะคลองจั่นลดลง ชลประทานคาดถนนและลานจอดรถแห้งเที่ยงนี้ กทม.เร่งระบายลาดกระบัง–สะพานสูง พร้อมซ่อมถนนและเก็บขยะหลังน้ำลด
KEY
POINTS
- ถนนลาดพร้าวแห้งตลอดสาย แต่ซอยลาดพร้าว 101 และชุมชนบางจุดยังต้องเร่งสูบน้ำ
- เคหะคลองจั่นน้ำลดต่อเนื่อง ขณะที่กรมชลประทานรายงานยังมีน้ำขังประมาณ 30 ซม. คาดถนนและลานจอดรถแห้งช่วงเที่ยง
- กทม.เร่งระบายน้ำลาดกระบัง–สะพานสูง พร้อมใช้ระบบเขตบัดดี้สนับสนุนการฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด
เมื่อวันที่ 1ตุลาคม 2569 เมื่อเวลา 05.00น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่เคหะคลองจั่น เขตบางกะปิ เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม โดยระบุว่า น้ำในพื้นที่ลดลงต่อเนื่อง และถนนลาดพร้าวแห้งตลอดสายแล้ว ขณะที่ กทม.จะเร่งระบายน้ำในเขตลาดกระบังและเขตสะพานสูง ซึ่งยังได้รับผลกระทบจากระดับน้ำในคลองประเวศบุรีรมย์ที่สูง
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีนายจีระศักดิ์ หงษ์แปด ผู้อำนวยการเขตบางกะปิ รายงานสถานการณ์และการดำเนินงาน โดยนายชัชชาติกล่าวว่า เคหะคลองจั่นและถนนนวมินทร์มีแนวโน้มดีขึ้น แต่ยังต้องเฝ้าระวังเขตลาดกระบัง สะพานสูง รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียงอย่างมีนบุรีและหนองจอก
สำหรับเคหะคลองจั่น พื้นที่พักอาศัยบางส่วนอยู่ต่ำกว่าคลองเกือบ 1 เมตร แม้สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย แต่กรมชลประทานรายงานสถานการณ์วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ว่า ภายในพื้นที่ยังมีน้ำท่วมขังสูงประมาณ 30 เซนติเมตร เจ้าหน้าที่ร่วมกับ กทม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระบายน้ำต่อเนื่อง โดยคาดว่าถนนและลานจอดรถจะแห้งทั้งหมดประมาณเที่ยงวันเดียวกัน
นายชัชชาติระบุว่า ประชาชนที่นำรถไปจอดริมถนนหรือบนสะพานสามารถทยอยนำรถกลับเข้าพื้นที่ได้ เพื่อไม่ให้กีดขวางเมื่อเปิดการจราจรตามปกติ ส่วนผู้ที่ต้องการพื้นที่ จอดรถสามารถใช้ลานจอดรถ “จอดแล้วจร” ของสถานีรถไฟฟ้า ซึ่งเปิดให้จอดฟรีเป็นเวลา 7 วันในช่วงนี้
ด้านถนนลาดพร้าว แม้ถนนสายหลักแห้งแล้ว แต่ยังมีน้ำตกค้างในซอยลาดพร้าว 101 และหมู่บ้านบางจุด กทม.จะเร่งสูบน้ำจากซอยย่อยและชุมชน ส่วนถนนศรีบูรพามีแนวโน้มดีขึ้น ขณะที่แยกบางกะปิเหลือน้ำขังริมผิวจราจรเล็กน้อย นายชัชชาติจึงมอบหมายให้สำนักงานเขตวางกระสอบทรายกั้นบริเวณบ่อสูบน้ำ เพื่อลดความเสี่ยงที่น้ำในคลองจะดันกลับขึ้นมาบนถนน
ขั้นตอนต่อไป กทม.จะเร่งระบายน้ำลงคลองลำพังพวยเพื่อช่วยให้ถนนนวมินทร์แห้งเร็วขึ้น หลังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยนำเครื่องสูบน้ำแบบท่อขนาดเล็กเข้ามาช่วยเมื่อวันที่ 30 กันยายน เพื่อสูบน้ำตื้นที่ตกค้างลงคลองแสนแสบ ซึ่งระดับน้ำมีแนวโน้มดีขึ้นหลังไม่มีฝนตกต่อเนื่องประมาณ 2 วัน
นายชัชชาติอธิบายว่า การระบายน้ำต้องเริ่มจากลดระดับน้ำในคลองก่อน จากนั้นจึงสูบน้ำออกจากถนน ซอย และชุมชนตามลำดับ เพื่อให้ระบบระบายน้ำทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยวันที่ 1 ตุลาคม กทม.จะเร่งดำเนินงานบริเวณถนนศรีนครินทร์ ถนนพัฒนาการ เขตสะพานสูง และเขตลาดกระบัง ใช้คลองประเวศบุรีรมย์เป็นแกนหลัก พร้อมติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด
เมื่อพื้นที่แห้ง กทม.จะเร่งฟื้นฟูเมือง ทั้งซ่อมผิวจราจรที่เสียหายผ่านหน่วย BEST เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ เก็บขยะที่มากับน้ำ และทำความสะอาดถนนกับพื้นที่สาธารณะ พร้อมใช้แนวทาง “จับคู่เขตบัดดี้” ให้ 2 เขตที่ไม่ได้รับผลกระทบสนับสนุน 1 เขตที่ประสบภัย ด้วยกำลังคน เครื่องมือ เครื่องจักร และเครื่องสูบน้ำ
ประชาชนที่ยังได้รับผลกระทบหรือต้องการความช่วยเหลือสามารถแจ้งผ่าน Traffy Fondue หรือสายด่วน กทม. 1555 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและช่วยเหลือตามความเหมาะสม
แหล่งที่มา : กรุงเทพมหานคร , กรมชลประทาน







