
เปิดเหตุผล อสส.ไม่ฟ้อง “แทนไท” ปมฟอกเงินเว็บ Movie2free
อัยการสูงสุดชี้พยานหลักฐานยังเชื่อมไม่ถึง “แทนไท” กับพวก 6 ราย ไม่พบเส้นเงินจากรายได้ละเมิดลิขสิทธิ์ Movie2free ถึงบัญชีผู้ต้องหา
KEY
POINTS
- อัยการสูงสุด (อสส.) มีคำสั่งไม่ฟ้องเนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ว่าเงินที่นายแทนไทกับพวกได้รับ เป็นทรัพย์สินที่มาจากการเผยแพร่หนังละเมิดลิขสิทธิ์ของเว็บ Movie2free ซึ่งเป็นความผิดมูลฐาน
- ผลการตรวจสอบเส้นทางการเงินไม่พบว่านายแทนไทและผู้ต้องหารวม 6 ราย ได้รับเงินโอนโดยตรงจากกลุ่มบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าดำเนินการเว็บไซต์ Movie2free
- พนักงานสอบสวนไม่สามารถแยกแยะรายได้ของเว็บไซต์ได้อย่างชัดเจน ว่าส่วนใดมาจากค่าเผยแพร่หนังละเมิดลิขสิทธิ์ และส่วนใดมาจากค่าโฆษณาเว็บพนัน ทำให้การเชื่อมโยงเงินกับความผิดมูลฐานทำได้ไม่เพียงพอ
เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 มีการเปิดเผยรายละเอียดคำสั่งของอัยการสูงสุด (อสส.) ที่ชี้ขาด ไม่ฟ้อง นายแทนไท ณรงค์กูล กับพวกรวม 6 ราย ในข้อหาสมคบและร่วมกันฟอกเงิน ซึ่งเชื่อมโยงจากคดีเว็บไซต์ดูหนังละเมิดลิขสิทธิ์ www.movie2free.com
หัวใจของคำสั่งไม่ฟ้องอยู่ที่ “เส้นทางการเงิน” และ “ความเชื่อมโยงกับความผิดมูลฐาน” โดยอัยการเห็นว่า พยานหลักฐานในสำนวนยังไม่เพียงพอพิสูจน์ว่าเงินที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย เป็นเงินที่ได้จากการเผยแพร่ภาพยนตร์ละเมิดลิขสิทธิ์ผ่าน Movie2free
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม สำนักงานอัยการคดีพิเศษมีหนังสือแจ้งคำสั่งชี้ขาดของอัยการสูงสุดไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อดำเนินการขอเพิกถอนหมายจับผู้ต้องหาที่ได้รับคำสั่งไม่ฟ้อง
คดีเริ่มจากเว็บหนังเถื่อน Movie2free
ต้นทางของคดีมาจากสำนวนคดีพิเศษที่กล่าวหา นายนุวัฒน์ ยงยุทธ และ น.ส.สารินี นุชนารถ ว่า ร่วมกันละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อการค้า โดยเผยแพร่ภาพยนตร์ต่างประเทศ 63 เรื่อง ของบริษัทผู้เสียหายรวม 65 บริษัท ผ่านเว็บไซต์ Movie2free
ความผิดดังกล่าวถูกใช้เป็น “ความผิดมูลฐาน” ในการขยายผลไปสู่ข้อหาฟอกเงินกับผู้ต้องหารายอื่น
แต่สำหรับนายแทนไท ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ 3 รวมถึงผู้ต้องหาที่ 5 และผู้ต้องหาที่ 8-11 ไม่ได้ถูกดำเนินคดีในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ในคดีต้นทางดังกล่าว
พยานพูดถึง “แทนไท” แต่หลักฐานซื้อหนังยังไม่ถึงตัว
ในสำนวนมีคำให้การว่า นายแทนไทใช้ชื่อ “Tantaiz” หรือ “Tantaiz.1688” และมีบทบาทเกี่ยวกับธุรกิจโฆษณา รวมถึงเชื่อมโยงกับทีมงานด้านเทคนิคชื่อ “Deep”
นายทะเล ชาติสุทธิ์ เจ้าของเว็บไซต์ sakkarinsai8.com ให้การว่า เคยซื้อไฟล์ภาพยนตร์จากเว็บไซต์ Movie2free และเคยติดต่อบุคคลใช้ชื่อ “Tantaiz.1688” ซึ่งจำได้ว่าชื่อแทนไท
อย่างไรก็ตาม จุดสำคัญคือ พยาน ไม่ได้ยืนยันว่าได้ซื้อไฟล์ภาพยนตร์จาก Movie2free ผ่านนายแทนไทโดยตรง
สิ่งที่ยืนยันได้ คือ นายแทนไทเคยติดต่อขอลงโฆษณาเว็บไซต์ www.ufa678.com บนเว็บไซต์ sakkarinsai8.com และมีการโอนเงินค่าบริการ 6,000 บาท เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2561
อัยการจึงเห็นว่า หลักฐานส่วนนี้สะท้อนความเกี่ยวข้องกับการซื้อพื้นที่โฆษณา แต่ยังไม่เชื่อมโยงกับรายได้จากการละเมิดลิขสิทธิ์ของ Movie2free
ตรวจเส้นเงิน ไม่พบเงินจาก Movie2free ถึง 6 ผู้ต้องหา
อีกเหตุผลสำคัญมาจากผลตรวจสอบเส้นทางการเงิน
ในสำนวน ไม่ปรากฏว่า นายแทนไท รวมถึงผู้ต้องหาที่ 5 และ 8-11 ได้รับโอนเงินจากผู้ต้องหาที่ 1 และ 2 ซึ่งเป็นบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการดำเนินการเว็บไซต์ Movie2free
เส้นทางการเงินที่ตรวจพบกลับเป็นเงินจากผู้ต้องหาบางรายโอนไปยัง น.ส.เจนจิรา บำรุงศิลป์ เพื่อจ่ายค่าลงโฆษณาบนเว็บไซต์ sakkarinsai8.com
ขณะเดียวกัน ไม่มีหลักฐานในสำนวนที่ชี้ว่า น.ส.เจนจิรามีความเกี่ยวข้องกับ Movie2free หรือผู้ต้องหาที่ 1 และ 2
จึงยังไม่สามารถชี้ได้ว่า เงินดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่ได้จากการเผยแพร่ภาพยนตร์ละเมิดลิขสิทธิ์
พบโยงเว็บพนัน แต่เป็นคนละประเด็นกับคดีฟอกเงินนี้
ข้อเท็จจริงในสำนวนยังพบว่า ผู้ต้องหาบางรายมีความเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์พนันออนไลน์ เช่น ufa678.com ผ่านการซื้อพื้นที่โฆษณา
แต่การโอนเงินที่ตรวจพบเป็นค่าลงโฆษณาบนเว็บไซต์ sakkarinsai8.com ไม่ใช่เงินที่โอนเข้าเว็บไซต์ Movie2free
จุดนี้จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่อัยการแยกออกจากข้อกล่าวหาเรื่องฟอกเงินที่ตั้งอยู่บนความผิดมูลฐานจากการละเมิดลิขสิทธิ์
กล่าวอีกอย่างคือ แม้จะมีข้อมูลเกี่ยวกับเว็บไซต์พนันออนไลน์ แต่การจะดำเนินคดีฟอกเงินในสำนวนนี้ ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเงินนั้นมาจากความผิดมูลฐานที่ถูกกล่าวหาในคดี Movie2free
รายได้ Movie2free ปะปนทั้งหนังและโฆษณาพนัน
พยานอีกปากซึ่งตรวจสอบโครงสร้างเว็บไซต์ Movie2free ให้ข้อมูลว่า เว็บไซต์ดังกล่าวไม่ได้มีเพียงบริการชมภาพยนตร์ แต่ยังมีกราฟิกและโฆษณาที่เชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์พนันออนไลน์
จึงมีความเป็นไปได้ว่า รายได้ของเว็บไซต์ไม่ได้มาจากการชมภาพยนตร์เพียงทางเดียว แต่ยังมีรายได้จากโฆษณาเว็บไซต์พนันรวมอยู่ด้วย
ปัญหาคือ พนักงานสอบสวน ไม่ได้แยกรายได้ออกให้ชัด ว่าเงินส่วนใดมาจากการเผยแพร่ภาพยนตร์ละเมิดลิขสิทธิ์ และส่วนใดมาจากโฆษณาหรือกิจกรรมเกี่ยวกับเว็บไซต์พนัน
เมื่อแยกที่มาของเงินไม่ได้ ก็ยิ่งทำให้การพิสูจน์ว่าเงินที่ไปถึงผู้ต้องหาทั้ง 6 รายเป็น “เงินจากความผิดมูลฐาน” ทำได้ไม่เพียงพอ
อัยการสูงสุด สรุปพยานหลักฐานไม่พอฟ้อง
จากเหตุผลทั้งหมด อัยการสูงสุดเห็นว่า ยังไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอรับฟังว่า นายแทนไท กับพวกรวม 6 ราย สมคบกันเพื่อฟอกเงิน หรือร่วมกันฟอกเงินจากทรัพย์สินที่เกิดจากความผิดมูลฐานในคดี Movie2free
จึงมีคำสั่งชี้ขาดไม่ฟ้อง นายแทนไท ณรงค์กูล ผู้ต้องหาที่ 3 นายพิสิษฐ์รัช เปรมวณิชยดล หรือนายพรชัย ปินคำ ผู้ต้องหาที่ 5 นายเหมรัศมี หรือโอ๊ต ไชยสิงห์ หรือเขมณัฐสวัสดิ์ ผู้ต้องหาที่ 8 นายพิชัย ชาวหญ้าแพรก ผู้ต้องหาที่ 9 น.ส.กุลภัสสร์ สำเภารอด ผู้ต้องหาที่ 10 และนายไชยยุทธ์ ศันสนะบวร ผู้ต้องหาที่ 11
คดีนี้ก่อนหน้านี้ พนักงานสอบสวนดีเอสไอมีความเห็นควรสั่งฟ้อง ขณะที่พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง ก่อนที่อธิบดีดีเอสไอจะทำความเห็นแย้งให้ฟ้อง ส่งผลให้เรื่องเข้าสู่การพิจารณาของอัยการสูงสุด และมีคำสั่งชี้ขาดไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 6 รายในที่สุด







