posttoday
คุมปืนเข้ม! หนุนนโยบายรัฐ ยิงโจรในบ้านต้องพิสูจน์ในศาล

คุมปืนเข้ม! หนุนนโยบายรัฐ ยิงโจรในบ้านต้องพิสูจน์ในศาล

12 สิงหาคม 2569

นักกฎหมายหนุนรัฐคุมอาวุธปืน ชี้กรณีใช้อาวุธยิงผู้บุกรุกไม่ได้พ้นผิดทันที ย้ำต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์การป้องกันตัวตามกฎหมาย

สถานการณ์ความรุนแรงจากการใช้อาวุธปืนในประเทศไทยยังคงเป็นประเด็นที่น่ากังวล โดยเฉพาะเมื่อสถิติชี้ว่าไทยมีอัตราการครอบครองอาวุธปืนสูงเป็นอันดับต้นๆ ในภูมิภาคอาเซียน นโยบายการควบคุมอาวุธปืนอย่างเข้มงวดจึงเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน เพื่อลดความสูญเสียและสร้างความปลอดภัยในสังคมให้มากขึ้น

 

จากกรณีที่มีการถกเถียงในสังคมและข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับการใช้อาวุธปืนยิงผู้บุกรุกเพื่อป้องกันตัวนั้น ประเด็นนี้ทำให้เกิดคำถามทางกฎหมายที่สำคัญว่า การกระทำดังกล่าวสามารถทำได้โดยไร้ความผิดจริงหรือไม่

 

ในมุมมองของนักกฎหมายมหาชนอย่าง ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ได้ให้ความเห็นทางวิชาการไว้อย่างน่าสนใจว่า การยิงผู้บุกรุกไม่ได้ทำให้ผู้ยิงพ้นผิดโดยอัตโนมัติ การทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตายย่อมเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 หรือเหตุฉกรรจ์ตาม มาตรา 289 ในเบื้องต้นเสมอ

 

อย่างไรก็ตาม ผู้กระทำอาจอ้างเหตุ "ป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย" ตาม มาตรา 68 และ 69 ได้ แต่ต้องพิสูจน์ให้ศาลเห็นว่า ภยันตรายนั้นใกล้จะถึงตัว ละเมิดต่อกฎหมาย และการตอบโต้ต้องสมควรแก่เหตุ หากทำเกินกว่าเหตุ ศาลจึงจะพิจารณาลดโทษให้ตามความเหมาะสม

 

ดังนั้น วาทกรรมที่ว่า ยิงโจรในบ้านแล้วไม่ผิด อาจสร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะท้ายที่สุดแล้ว ผู้ใช้อาวุธจะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อนำพยานหลักฐานต่างๆ เช่น ภาพจากกล้องวงจรปิด มาพิสูจน์ข้อเท็จจริงในชั้นศาลว่าเข้าเงื่อนไขการป้องกันตัวหรือไม่

 

สำหรับการแก้ไขปัญหาระยะยาว ภาครัฐสามารถดำเนินการได้ทั้งการแก้ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ.2490 ผ่านฝ่ายนิติบัญญัติ หรือใช้มาตรการเร่งด่วนผ่านการออกกฎกระทรวง ควบคู่ไปกับการให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ประชาชนเรื่องขอบเขตการป้องกันตนเองอย่างรอบด้าน

ข่าวล่าสุด

PDPC ผนึก DPO 3,700 แห่ง ยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์ตามมติ ครม.

PDPC ผนึก DPO 3,700 แห่ง ยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์ตามมติ ครม.