
เปิดฉากทัวร์นาเมนต์ "Carabao 7-a-Side Cup 2026" จากสนามบ้านเรา สู่สนามเวมบลีย์
เจาะลึกเบื้องหลังปีที่ 5 ของ Carabao 7-a-Side Cup 2026 เวทีที่เปลี่ยน 'ความชอบ' ของคนธรรมดาให้กลายเป็น 'ประสบการณ์ระดับโลก' กับการเยือนสนามเวมบลีย์
สำหรับคนรักฟุตบอล คงไม่มีความฝันใดยิ่งใหญ่ไปกว่าการได้เยือน "เวมบลีย์" (Wembley Stadium) สังเวียนลูกหนังระดับตำนานของอังกฤษสักครั้งในชีวิต แต่ใครจะไปคิดว่าโอกาสในการลงเหยียบผืนหญ้าและสัมผัสบรรยากาศระดับโลกนี้ จะไม่ได้สงวนไว้แค่นักเตะอาชีพอีกต่อไป
Carabao 7-a-Side Cup 2026 ทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลสมัครเล่นระดับประเทศ ก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 อย่างยิ่งใหญ่ โดยปีนี้ บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ประกาศยกระดับการแข่งขันครั้งประวัติศาสตร์ภายใต้แนวคิด "จากสนามบ้านเรา...สู่สนามเวมบลีย์" เพื่อเปิดเวทีแห่งโอกาสให้กับคนไทยทุกคนที่รักในเกมลูกหนัง
ทว่าเบื้องหลังทัวร์นาเมนต์สานฝันครั้งนี้ กลับมีเป้าหมายที่ก้าวไกลกว่าแค่เรื่องของกีฬา กมลดิษฐ สมุทรโคจร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์และทิศทางการลงทุนระยะยาวที่เลือกใช้ฟุตบอลเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนแบรนด์ สังคม และเศรษฐกิจระดับท้องถิ่นไปพร้อมกัน
มุ่งสร้าง "คุณค่าร่วม" คืนสู่สังคม
ที่ผ่านมา "คาราบาวกรุ๊ป" ยืนหยัดเป็นผู้สนับสนุนหลักของการแข่งขันฟุตบอลระดับโลกอย่าง Carabao Cup (EFL Cup) ในประเทศอังกฤษมาอย่างต่อเนื่องจนกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 แต่ทว่าการเป็นสปอนเซอร์ในทัวร์นาเมนต์ระดับโลกนี้ ไม่ได้มีเป้าหมายแค่การสร้างการรับรู้ของแบรนด์ (Brand Awareness) ในตลาดสากลเพียงอย่างเดียว
"สำหรับคาราบาว การเติบโตทางธุรกิจต้องเดินหน้าควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าให้กับสังคม เราเชื่อเสมอว่าแบรนด์ที่แข็งแกร่ง ไม่ใช่แค่แบรนด์ที่มุ่งแต่จะขายสินค้า แต่ต้องเป็นแบรนด์ที่ช่วยสร้างโอกาสและผลกระทบเชิงบวกให้กับผู้คนได้" - กมลดิษฐ สมุทรโคจร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
จากแนวคิดดังกล่าว คาราบาวจึงนำมาต่อยอดเป็นทัวร์นาเมนต์ Carabao 7-a-Side Cup ซึ่งเปรียบเสมือนสะพานเชื่อมประสบการณ์ฟุตบอลระดับโลกมามอบให้กับคนไทย เพื่อสร้างความภาคภูมิใจให้คนในชุมชนผ่านกีฬา
ทิศทางดังกล่าวยังสอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัทในปี 2569 ที่ยังคงเดินหน้าใช้กลยุทธ์สปอร์ตมาร์เก็ตติง (Sports Marketing) เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนแบรนด์ทั้งในไทยและต่างประเทศ
โดยมองว่าทัวร์นาเมนต์นี้ไม่ใช่แค่กิจกรรมส่งเสริมการขายแบบฉาบฉวย แต่คือ "การลงทุนระยะยาว" เพื่อสร้างรากฐานและยกระดับวงการฟุตบอลระดับสมัครเล่นของประเทศอย่างแท้จริง
พลิกโฉมกติกาใหม่ เปิดสังเวียนฟาดแข้งเพื่อ "คนธรรมดา" อย่างแท้จริง
ไฮไลต์สำคัญที่เป็นจุดเปลี่ยนของการแข่งขัน Carabao 7-a-Side Cup 2026 คือการยกเครื่องรูปแบบการแข่งขันใหม่ทั้งหมด เพื่อเปิดกว้างและสร้างประสบการณ์ที่เข้มข้นคุ้มค่ายิ่งกว่าเดิม
จากเดิมที่ใช้ระบบแพ้คัดออกซึ่งสร้างความกดดันให้ผู้เล่น ปีนี้คาราบาวหันมาใช้ "ระบบลีก" ในรอบคัดเลือก โดยกระจายการแข่งขันไปยังสนามฟุตบอลพันธมิตร 16 แห่งทั่วประเทศ สนามละ 12 ทีม (รวมทั้งสิ้น 192 ทีม)
ทุกทีมในรอบแรกจะได้ลงสนามแบบพบกันหมดทีมละ 11 แมตช์ รวมแล้วจะมีการฟาดแข้งในรอบลีกสูงถึง 1,056 แมตช์ เพื่อเฟ้นหาแชมป์จากทั้ง 16 สนามทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศต่อไป
นอกจากนี้ ทางผู้จัดได้เพิ่มความเข้มงวดของกติกา โดยห้ามนักฟุตบอลอาชีพที่มีชื่อลงทะเบียนในไทยลีก 1, 2 และ 3 รวมถึงนักกีฬาฟุตซอลลีกอาชีพลงแข่งขันโดยเด็ดขาด (อนุญาตเฉพาะอดีตนักเตะอาชีพที่อายุ 40 ปีขึ้นไปเท่านั้น)
"เราอยากเปิดโอกาสให้คนทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นพนักงานออฟฟิศ วินมอเตอร์ไซค์ หรือหนุ่มโรงงาน ได้มีพื้นที่แสดงฝีมือ การเตะแบบระบบลีกจะทำให้ทุกทีมต้องเตรียมความพร้อมของร่างกายมาอย่างดี และในยุคที่โซเชียลมีเดียเข้าถึงง่าย เวทีนี้จะช่วยให้เราได้เจอ 'ช้างเผือก' หรือนักเตะสมัครเล่นฝีเท้าดีจากต่างจังหวัด ที่มีโอกาสแจ้งเกิดในระดับประเทศ" - กมลดิษฐ สมุทรโคจร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
ปลุกเศรษฐกิจชุมชน สร้าง Local Pride ด้วยมาตรฐานระดับสากล
การกระจายพื้นที่จัดการแข่งขันไปยังสนาม 16 แห่งทั่วประเทศ ไม่เพียงส่งผลดีในแง่ของเกมกีฬาเท่านั้น แต่ยังสร้างแรงกระเพื่อมต่อเศรษฐกิจระดับท้องถิ่น (Local Economy) อย่างเป็นรูปธรรม
เมื่อทัวร์นาเมนต์เดินหน้าแข่งขันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งฤดูกาล ย่อมดึงดูดให้นักกีฬา ครอบครัว และบรรดากองเชียร์เดินทางมาร่วมงาน เม็ดเงินจากการจับจ่ายใช้สอยจึงกระจายลงสู่ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ ร้านขายอุปกรณ์กีฬา รวมถึงผู้ประกอบการรายย่อยรอบสนาม
"เป้าหมายสำคัญอย่างหนึ่งในปีนี้ คือการผลักดันให้สนามฟุตบอลพันธมิตรเป็นมากกว่าแค่สถานที่จัดการแข่งขัน แต่ต้องเป็นศูนย์กลางกิจกรรมฟุตบอลประจำพื้นที่ และหากโมเดลนี้ประสบความสำเร็จ เราก็พร้อมศึกษาแนวทางขยายเครือข่ายสนามพันธมิตรให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นในอนาคต" - กมลดิษฐ สมุทรโคจร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
ขณะเดียวกัน เพื่อยกระดับสนามให้ได้มาตรฐานสูงสุด คาราบาวได้ออกใบรับรอง (Certificate) และมอบโล่การันตีคุณภาพให้กับสนามพันธมิตร เพื่อสร้างมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ พร้อมทั้งดึงสยามสปอร์ต (Siamsport) มาร่วมเป็นสื่อกลางช่วยถ่ายทอดเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจให้เข้าถึงผู้คนในวงกว้าง
ที่สำคัญ ยังมีแคมเปญมอบโบนัสพิเศษ สุ่มแจกสิทธิ์ให้เจ้าของสนาม 4 แห่ง บินลัดฟ้าไปเปิดประสบการณ์ถึงประเทศอังกฤษ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะเป็นพันธมิตรที่พร้อมสนับสนุนและเติบโตไปด้วยกันอย่างแท้จริง
พาแชมป์ไปดูแชมป์ มิตรภาพและความฝันที่จับต้องได้
บทสรุปของการแข่งขันครั้งนี้ ทีมแชมป์ระดับประเทศ จะไม่ได้เพียงแค่รับเงินรางวัลพร้อมถ้วยเกียรติยศเท่านั้น แต่ยังจะได้รับรางวัลใหญ่สุดเอ็กซ์คลูซีฟภายใต้แคมเปญ "พาแชมป์ไปดูแชมป์"
ด้วยการบินลัดฟ้าไปชมศึก คาราบาว คัพ นัดชิงชนะเลิศ (Carabao Cup Final) ฤดูกาล 2026/27 ที่สนามเวมบลีย์ ประเทศอังกฤษ พร้อมสิทธิพิเศษในการลงไปสัมผัสถ้วยแชมป์ถึงในห้องแต่งตัวนักกีฬา
ในช่วงท้าย คุณกมลดิษฐ์ได้กล่าวปลุกใจทุกทีมที่เตรียมลงฟาดแข้งในปีนี้เอาไว้ว่า
"การลงสนามครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเฟ้นหาผู้ชนะ แต่เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความกล้าที่จะไล่ตามความฝัน เพราะคุณค่าที่แท้จริงของฟุตบอลไม่ได้อยู่ที่ผลแพ้ชนะ แต่อยู่ที่มิตรภาพ ประสบการณ์ และความทรงจำที่ทุกคนจะได้สร้างร่วมกัน"
"ไม่ว่าผลการแข่งขันจะออกมาเป็นอย่างไร หวังว่าทุกคนจะกลับบ้านไปด้วยความภาคภูมิใจ และสำหรับทีมที่ฝันอยากไปเยือนเวมบลีย์ ผมอยากบอกว่า... ความฝันนั้นเริ่มต้นขึ้นได้จากสนามฟุตบอลใกล้บ้านคุณ เพราะคาราบาวเชื่อว่าฟุตบอลคือกีฬาสำหรับทุกคน"
Road to Wembley
- เปิดรับสมัคร 192 ทีมทั่วประเทศ
- 7 สิงหาคม 2569
ดีเดย์วันแรก! เปิดรับสมัครทีมฟุตบอลสมัครเล่นเพื่อเข้าร่วมประลองฝีเท้า โดยสามารถติดตามกติกาและลงทะเบียนได้ผ่านทาง Facebook: Carabao Sports และเว็บไซต์ www.carabao.co.th
- การแข่งขันรอบคัดเลือก (ระบบลีก)
- 31 สิงหาคม - 20 ธันวาคม 2569
ดวลแข้งใน 16 สนามพันธมิตรทั่วประเทศ ทีมละ 11 แมตช์ รวมการแข่งขันทั้งสิ้น 1,056 แมตช์ เพื่อเฟ้นหา 16 แชมป์สนามเข้าสู่รอบสุดท้าย
- รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ (Knockout)
- 10 มกราคม 2570
สมรภูมิสุดท้าย ณ จังหวัดภูเก็ต เตรียมพบปะกับตำนานนักเตะระดับโลกที่มาร่วมสร้างสีสัน พร้อมหาแชมป์เพียงหนึ่งเดียวที่จะได้ตั๋วบินลัดฟ้าสู่เวมบลีย์







