
คนไทยได้เฮ! EU ปลดล็อก Visa Cascade ยื่นขอวีซ่าเชงเก้นง่ายขึ้น
อียูอนุมัติสิทธิ Visa Cascade ให้ไทย ผู้ที่มีประวัติการเดินทางดีจะได้รับวีซ่าแบบเข้าออกหลายครั้ง (Multiple-entry) นานสูงสุด 5 ปี
กระทรวงการต่างประเทศเปิดเผยความคืบหน้าสำคัญสำหรับนักเดินทางชาวไทย โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ได้พิจารณาอนุมัติมาตรการ Visa Cascade ให้แก่ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยที่พำนักอยู่ในประเทศ ซึ่งต้องการยื่นขอ วีซ่าเชงเก้น ประเภทพำนักระยะสั้น (Short-stay) ณ สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของกลุ่มประเทศสมาชิกในประเทศไทย
มาตรการนี้มุ่งอำนวยความสะดวกให้กับคนไทยที่เคยมีประวัติการเดินทางเข้าวีซ่ายุโรปที่ดี ให้สามารถรับวีซ่าที่มีอายุยาวนานขึ้น ลดความจำเป็นในการยื่นเอกสารใหม่หลายรอบ อีกทั้งยังช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายได้อย่างเป็นรูปธรรม
สิทธิประโยชน์จาก Visa Cascade สำหรับผู้ยื่น ขอวีซ่าเชงเก้น
ระเบียบใหม่นี้กำหนดให้ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยที่เคยได้รับและใช้งานวีซ่าอย่างถูกต้อง มีสิทธิได้รับการพิจารณา วีซ่า Multiple (เข้าออกได้หลายครั้ง) โดยขยายอายุการใช้งานยาวขึ้นตามลำดับเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
- วีซ่าอายุ 1 ปี: สำหรับผู้ที่เคยได้รับวีซ่า 1 ครั้ง และใช้งานอย่างถูกต้องในช่วงไม่เกิน 2 ปีก่อนหน้า
- วีซ่าอายุ 2 ปี: สำหรับผู้ที่เคยได้รับวีซ่าอายุ 1 ปี และใช้งานอย่างถูกต้องในช่วงไม่เกิน 3 ปีก่อนหน้า
- วีซ่าอายุ 5 ปี: สำหรับผู้ที่เคยได้รับวีซ่าอายุ 2 ปี และใช้งานอย่างถูกต้องในช่วงไม่เกิน 4 ปีก่อนหน้า
กระทรวงการต่างประเทศเน้นย้ำว่า มาตรการ Visa Cascade ไม่ใช่การยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศเชงเก้น ดังนั้น ผู้เดินทางยังคงต้องเข้าสู่กระบวนการยื่นขอวีซ่าเชงเก้น ตามขั้นตอนเดิมโดยไม่มีการผ่อนปรนเงื่อนไขใดๆ ผู้สมัครต้องรักษาประวัติการเดินทางที่ใสสะอาดและเคารพกฎหมายของประเทศปลายทางอย่างเคร่งครัด จึงจะมีโอกาสได้รับการพิจารณาวีซ่าระยะยาว
ปัจจุบัน ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นประเทศที่ 7 ของโลกที่ได้รับสิทธิ Visa Cascade ต่อจากอินเดีย ซาอุดีอาระเบีย บาห์เรน โอมาน (ปี 2567) ตุรกี และอินโดนีเซีย (ปี 2568) และนับเป็นประเทศที่ 2 ในภูมิภาคอาเซียน
กระทรวงการต่างประเทศได้แสดงความขอบคุณคนไทยทุกคนที่รักษามาตรฐานการเดินทางอย่างมีความรับผิดชอบ ซึ่งส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของประเทศ พร้อมชี้ว่ามาตรการนี้สะท้อนความเชื่อมั่นที่อียูมีต่อไทย และเป็นก้าวสำคัญของความสัมพันธ์ไทย-สหภาพยุโรป โดยเฉพาะหลังการบังคับใช้กรอบความตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือรอบด้าน (PCA) เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2567
ในระยะยาว กระทรวงฯ จะเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายการทูตที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง เพื่อบรรลุเป้าหมายสูงสุดในการเจรจายกเว้นการยื่นขอวีซ่าเชงเก้นโดยสมบูรณ์ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นทั้งด้านการค้า การลงทุน การศึกษา และการเคลื่อนย้ายบุคลากรเพื่อประโยชน์ของชาวไทยต่อไป
ความสำเร็จครั้งนี้ เป็นผลจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของกระทรวงการต่างประเทศ โดยกรมยุโรป ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบรัสเซลส์ และสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยในยุโรป คณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย และสถานเอกอัครราชทูตประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปและเขตเชงเกนประจำประเทศไทย โดยใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์เพื่อแสดงให้เห็นว่า ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยมีความเสี่ยงด้านการเข้าเมืองและความมั่นคงในระดับต่ำ และสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญแก่ประเทศสมาชิกอียูและเขตเชงเกน







