ปปง.สั่งอายัดทรัพย์เครือข่ายข้ามชาติ“เบน สมิธ-ยิม เลียก” 8.2 พันล้าน
ปปง.สั่งอายัดทรัพย์เครือข่ายต่างชาติ“เบน สมิธ-ยิม เลียก” รวม 34 รายการ มูลค่ากว่า 8.2 พันล้านบาท เชื่อโยงยาเสพติด ค้ามนุษย์ ฟอกเงินข้ามชาติ
สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แถลงผลการดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินตามคำสั่งคณะกรรมการธุรกรรม ที่ ย.96/2569 ลงวันที่ 8 เมษายน 2569 โดยให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดไว้เป็นการชั่วคราว ในคดีที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายบุคคลทั้งชาวไทยและต่างชาติ รวม 34 รายการ มูลค่ารวมประมาณ 8,269 ล้านบาท
ทรัพย์สินที่ถูกอายัดประกอบด้วย รถยนต์จำนวน 6 คัน (อยู่ระหว่างการประเมินราคา) และเงินสดรวมถึงหลักทรัพย์ในบัญชีซื้อขายหุ้นและบัญชีเงินฝาก จำนวน 28 รายการ
จากการสืบสวนสอบสวนร่วมกับ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พบพยานหลักฐานเชื่อมโยงบุคคลในเครือข่าย อาทิ MR. LEAK YIM, นางวิรินยา ยิมจ์, MR. SMITH BEN และนางสาวแคทรียา บีเวอร์ กับพวก มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับความผิดมูลฐานหลายประเภท ได้แก่ ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด การค้ามนุษย์ การฉ้อโกงประชาชน การเป็นสมาชิกอั้งยี่ และการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
คดีดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยพบว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับนิติบุคคลต่างประเทศ เช่น Capital Asia Investments Pte. Ltd., CAI Optimum Fund VCC และ Opus–Chartered Issuances S.A. ผ่านโครงสร้างทางธุรกิจและเส้นทางการเงินที่ซับซ้อน
พฤติการณ์คือการโอนเงินจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่บัญชีในประเทศไทย ก่อนกระจายไปยังบัญชีในต่างประเทศรวมมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท และหมุนเวียนกลับเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ผ่านการซื้อที่ดิน บ้านพักอาศัย คอนโดมิเนียม รถยนต์หรู และหลักทรัพย์จำนวนมาก
การดำเนินการดังกล่าวใช้โครงสร้างนิติบุคคลทั้งในและต่างประเทศจำนวนมาก เพื่ออำพรางแหล่งที่มาของเงิน ใช้ธุรกิจบังหน้า และอาศัยบริษัทในตลาดทุนเป็นเครื่องมือเคลื่อนย้ายเงิน เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบและการชำระภาษี รวมถึงปกปิดผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริง
ปปง.ประเมินว่าเงินทุนดังกล่าวมีลักษณะเป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิด และถูกนำเข้าสู่กระบวนการฟอกเงินอย่างเป็นระบบในลักษณะขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจและเสถียรภาพทางการเงินของประเทศไทย
ขณะเดียวกัน ยังพบความเชื่อมโยงกับการดำเนินคดีในต่างประเทศ โดย Monetary Authority of Singapore (MAS) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 หน่วยงานกำกับดูแลและตำรวจสิงคโปร์ได้เข้าดำเนินคดีต่อ Capital Asia Investments Pte. Ltd. และกรรมการบริษัท จากข้อสงสัยเกี่ยวกับการฟอกเงิน
การตรวจสอบพบข้อบกพร่องร้ายแรงด้านการควบคุมและการปฏิบัติตามมาตรการต่อต้านการฟอกเงิน โดยเจ้าหน้าที่ได้อายัดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 160 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ และจับกุมกรรมการบริษัท 2 ราย
ทั้งนี้ ปปง.ระบุว่าคดีดังกล่าวสะท้อนรูปแบบการฟอกเงินสมัยใหม่ที่มีความซับซ้อนสูง ใช้เครือข่ายข้ามชาติและเครื่องมือทางการเงินหลากหลายประเภท ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศในการติดตามและปราบปรามอย่างเข้มงวดต่อไป.


