posttoday

พุ่งทะลุปรอท! ดีอียืนยัน เม.ย. นี้ "ดัชนีความร้อน 60 องศา"

30 มีนาคม 2569

กระทรวงดีอียืนยัน! "ดัชนีความร้อน 60 องศา" ในช่วงต้นเดือนเมษายน 2569 เป็นข่าวจริง พร้อมแนะ 7 วิธีรับมืออากาศเดือนเมษายน 2569 เพื่อป้องกันอันตรายจากฮีทสโตรก

 

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กระทรวงดีอี)  ยืนยันประเด็นสภาพอากาศที่ระบุว่า ดัชนีความร้อน 60 องศา ในช่วงต้นเดือนเมษายน 2569 เป็น "ข่าวจริง" หลังศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) เฝ้าระวังและตรวจสอบข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมเตือนประชาชนกลุ่มเสี่ยงให้เตรียมรับมือพยากรณ์อากาศ เมษายน 2569 อย่างใกล้ชิด

 

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ โฆษกกระทรวงดีอี ฝ่ายข้าราชการประจำ เปิดเผยผลการตรวจสอบข้อมูลของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่คัดกรองข้อความทั้งหมด 164,207 ข้อความ และพบข้อความที่ต้องเข้ากระบวนการตรวจสอบ (Verify) จำนวน 2,521 ข้อความ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากระบบ Social Listening

 

พุ่งทะลุปรอท! ดีอียืนยัน เม.ย. นี้ "ดัชนีความร้อน 60 องศา"

 

จากจำนวนดังกล่าว เจ้าหน้าที่คัดแยกเรื่องที่ต้องตรวจสอบได้ 27 เรื่อง และได้รับผลการยืนยันแล้ว 10 เรื่อง โดยพบว่าข่าวที่ประชาชนให้ความสนใจและมีการพูดถึงสูงสุด 7 อันดับแรก ประกอบด้วยข่าวจริง 3 เรื่อง ข่าวปลอม 3 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง ดังนี้

 

  1. (ข่าวจริง) ต้นเดือนเมษายน 69 ดัชนีความร้อนอาจพุ่งสูงถึง 60 องศาฯ
  2. (ข่าวจริง) ปลากะพงสองน้ำสมุทรปราการ ขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI แล้ว
  3. (ข่าวจริง) สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ยกเลิกเที่ยวบินเข้าไทยกว่า 1,000 เที่ยว
  4. (ข่าวปลอม) ชาวอิสราเอล 425,000 คน เตรียมอพยพเดินทางเข้าไทย
  5. (ข่าวบิดเบือน) น้ำฟักเขียว-ปลิงทะเลต้ม ช่วยควบคุมน้ำตาลและรักษาเบาหวานให้หายขาดได้
  6. (ข่าวปลอม) โรงพยาบาลแออัดหนัก ปี 2569 มีผู้ติดเชื้อจากปรสิตสูงสุดถึง 158 เท่า
  7. (ข่าวปลอม) ธ.ก.ส. เปิดสินเชื่อให้กู้เงินผ่าน TikTok ชื่อ baac.koya

ทำความเข้าใจ ดัชนีความร้อน 60 องศา อันตรายแค่ไหน?

 

สำหรับประเด็นอันดับ 1 กรมอุตุนิยมวิทยายืนยันชัดเจนว่า ดัชนีความร้อน 60 องศา ในช่วงต้นเดือนเมษายนนี้เป็นเรื่องจริง ทั้งนี้ ค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) ไม่ใช่อุณหภูมิที่วัดจากเครื่องวัดทั่วไป แต่เป็น "อุณหภูมิที่ร่างกายของคนเรารู้สึกได้จริง" ซึ่งคำนวณจากอุณหภูมิอากาศร่วมกับค่าความชื้นสัมพัทธ์ ยิ่งความชื้นสูง ร่างกายจะยิ่งรู้สึกร้อน อึดอัด และเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพมากขึ้น

 

เมื่อสภาพอากาศร้อนจัด ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มเสี่ยง 7 กลุ่ม ได้แก่ ผู้สูงอายุ, เด็ก, หญิงตั้งครรภ์, ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง, คนทำงานกลางแจ้ง, ผู้ที่มีภาวะอ้วน และผู้ป่วยจิตเวชรวมถึงผู้ป่วยพิษสุราเรื้อรัง

 

7 วิธีรับมืออากาศร้อน ป้องกันฮีทสโตรก

 

เพื่อความปลอดภัย กระทรวงดีอีแนะนำให้ประชาชนดูแลสุขภาพและป้องกันอันตรายจากฮีทสโตรกอย่างสม่ำเสมอ ดังนี้

 

1. ติดตามข้อมูลพยากรณ์อากาศ เมษายน 2569 และหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งช่วง 13.00-16.00 น.

 

2. ดื่มน้ำสะอาดวันละ 6-8 แก้ว โดยไม่ต้องรอให้รู้สึกกระหายน้ำ

 

3. งดดื่มแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลสูง เช่น น้ำหวาน น้ำอัดลม

 

4. สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี กางร่ม และสวมหมวกเมื่อจำเป็นต้องออกแดด

 

5. ผู้ที่ใช้ยาบางชนิด (เช่น ยาลดความดันโลหิต, ยาแก้คัดจมูก, ยาขับปัสสาวะ, ยารักษาจิตเวช) ต้องหมั่นสังเกตอาการตนเอง เพราะยาอาจมีผลต่อการควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย

 

6. ผู้ที่ออกกำลังกายหรือทำงานกลางแจ้ง ควรทำกิจกรรมร่วมกันเป็นกลุ่ม เพื่อให้ช่วยเหลือกันได้ทันทีหากสังเกตพบอาการผิดปกติ

 

7. ผู้สูงอายุควรดื่มน้ำบ่อยๆ พักผ่อนให้เพียงพอ อยู่ในสถานที่อากาศถ่ายเทสะดวก และหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งช่วงที่อากาศร้อนจัด

 

กระทรวงดีอีเน้นย้ำให้ประชาชนตระหนักรู้และระมัดระวังการบริโภคข่าวสารบนสื่อออนไลน์ การหลงเชื่อหรือส่งต่อข้อมูลบิดเบือนอาจสร้างความหวาดตระหนก ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน หรือส่งผลเสียต่อทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลเป็นวงกว้าง

 

ดังนั้น แม้การเตรียมรับมือ ดัชนีความร้อน 60 องศา จะเป็นสิ่งสำคัญ แต่ทุกคนควรเลือกรับและแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากหน่วยงานทางการเท่านั้น และตรวจสอบลิงก์หรือข้อเท็จจริงให้แน่ชัดทุกครั้ง

 

ข่าวล่าสุด

ทรู หนุนคนรุ่นใหม่คว้าชัย Chula LegalTech ปี 7 สร้างนวัตกรรมกฎหมาย AI