posttoday

เจาะลึก "มหากาพย์ ดิไอคอนกรุ๊ป" จากโมเดลขายฝัน สู่คดีฉ้อโกงประชาชน

19 กุมภาพันธ์ 2569

"มหากาพย์ ดิไอคอนกรุ๊ป" กลยุทธ์ "คอร์สสัมมนาหลักสิบ" สู่การปิดบิลหลักแสน พลังดาราแม่เหล็กสร้างความน่าเชื่อถือ สู่คดีฉ้อโกงประชาชน

คดี the icon group (ดิไอคอนกรุ๊ป)กลับมาเป็นที่จับตามองอีกครั้งเมื่ออัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้องมิน พีชญา วัฒนามนตรี และ แซม-ยุรนันท์ ภมรมนตรี หลังได้รับการปล่อยตัวไม่นาน ขณะที่ผู้ร่วมขบวนการอีก16 คน ยังคงถูกคุมขัง

 

วันนี้โพสต์ทูเดย์พาเจาะกลยุทธ์ โมเดลธุรกิจแชร์ลูกโซ่ยอดฮิต จาก"คอร์สสัมมนาหลักสิบ" สู่การปิดบิลหลักแสน ผสมโรงพลังดาราแม่เหล็กสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนลงเอยด้วยการถูกอายัดทรัพย์สินและคุมขัง 18 บอสในข้อหาหนักตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และฉ้อโกงประชาชน 

 

กลยุทธ์"โรงเรียนสอนธุรกิจ" และโมเดลการหาเครือข่าย

พฤติการณ์ของ บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด (The iCon Group) ภายใต้การนำของ นายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือ "บอสพอล" เริ่มต้นจากการนำเสนอภาพลักษณ์ "สถาบันสอนการตลาดออนไลน์" โดยใช้กลยุทธ์ "คอร์สเรียนราคาถูก" (เช่น 97-98 บาท) เพื่อดึงดูดผู้คนให้เข้าสู่ระบบการอบรมผ่านทางโฆษณาโซเชียลมีเดีย 

 

เมื่อผู้สนใจเข้าสู่ระบบการเรียนพฤติการณ์ที่พนักงานสอบสวนตรวจพบคือการใช้จิตวิทยาหว่านล้อมให้ผู้เรียนยกระดับจากการเป็นนักเรียนสู่การเป็น "คู่ค้า"

 

โดยมีระดับการลงทุน (เปิดบิล) ดังนี้

 - Distributor: ลงทุนเริ่มต้นประมาณ 2,500 บาท

 - Supervisor: ลงทุนประมาณ 25,000 บาท

 - Dealer: ลงทุนระดับสูงสุดประมาณ 250,000 บาท

เมื่อ "สินค้า" ไม่ใช่หัวใจหลัก แต่เน้นไปที่การหาคนมาเปิดบิล Dealer รายใหม่เพื่อรับส่วนแบ่งจากการหาเครือข่าย (Recruiting) ซึ่งนำไปสู่ภาวะสินค้าล้นสต็อก (Overstock) จนผู้ลงทุนไม่สามารถระบายสินค้าสู่ผู้บริโภคจริงได้ตามที่ได้รับคำโฆษณา 

 

พลังดารา"The Boss" และการสร้างภาพลักษณ์ความสำเร็จ

องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ดิไอคอนกรุ๊ปเติบโตอย่างก้าวกระโดด คือการจ้างวานดารานักแสดงและพิธีกรระดับแถวหน้าของเมืองไทยมาดำรงตำแหน่งที่เรียกว่า "บอส" (The Boss) 

 - บอสกันต์: ทำหน้าที่ดูแลภาพลักษณ์และสื่อประชาสัมพันธ์

 - บอสมิน: ดูแลด้านการส่งเสริมการขายและภาพลักษณ์สินค้า

 - บอสแซม: ดูแลด้านความสวยงามและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ 

 

การปรากฏตัวของเหล่าคนดังบนป้ายบิลบอร์ดทั่วประเทศและในงานสัมมนาขนาดใหญ่(The iCon Evolution) ทำหน้าที่เป็น "ใบเบิกทางความเชื่อมั่น" ให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าธุรกิจนี้มีความมั่นคงและถูกต้องตามกฎหมาย

ทลายเครือข่ายดิไอคอนกรุ๊ป - สถานะทางกฎหมาย

ช่วงเดือนตุลาคม 2567 เมื่อผู้เสียหายจำนวนมากรวมตัวเข้าแจ้งความต่อกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จนนำไปสู่การออกหมายจับ ดังนี้

 

- การจับกุม 18 บอส

ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดในข้อหา "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน" และ "นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์"

 

- การโอนคดีให้ DSI

กรมสอบสวนคดีพิเศษรับเป็นคดีพิเศษ และมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน (แชร์ลูกโซ่) และ พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง

 

- การอายัดทรัพย์สิน

สำนักงาน ปปง. ดำเนินการอายัดทรัพย์สิน ทั้งรถหรู (Supercars) นาฬิกาหรู ที่ดิน และบัญชีเงินฝาก รวมมูลค่าเบื้องต้นกว่า 3,213 ล้านบาท

 

ปัจจุบันพนักงานอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาเกือบทั้งหมดต่อศาลอาญา ปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการสืบพยานโจกท์และจำเลย โดยศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวเนื่องจากมูลค่าความเสียหายสูงและเกรงว่าจำเลยจะหลบหนี

 

มูลค่าความเสียหาย

- จำนวนผู้เสียหาย: มากกว่า 10,000 ราย

 - มูลค่าความเสียหายรวม: สูงถึง 3,400 ล้านบาท (โดยประมาณจากยอดแจ้งความ)

 - ทรัพย์สินที่อายัด: ครอบคลุมอสังหาริมทรัพย์และของสะพานหรูมูลค่านับพันล้านบาท

ข่าวล่าสุด

อิ่มเอมรสชาติแห่งความสิริมงคล : Sunday Brunch เรเนซองส์ กรุงเทพฯ