ทัพเรือเข้มชายแดนจันทบุรี จับ 67 แรงงานกัมพูชาลักลอบเข้าเมือง
ทัพเรือเข้มชายแดนจันทบุรี สกัดจับ 67 แรงงานกัมพูชาลักลอบเข้าเมือง เผยหนีความอดอยากจากบ้านเกิด ยอมเสี่ยงชีวิตเข้าไทย
กองทัพเรือ โดยกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ยังคงมาตรการคุมเข้มพื้นที่เพื่อป้องกันภัยคุกคามและการกระทำผิดกฎหมาย ล่าสุดสามารถสกัดจับ แรงงานกัมพูชา ลักลอบเข้าเมืองได้จำนวนมาก สะท้อนปัญหาเศรษฐกิจเพื่อนบ้านที่ยังวิกฤต
พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยถึงปฏิบัติการล่าสุดเมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 3 มกราคม 2569 เวลา 05.00 น. ว่า หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ฉก.นย.จันทบุรี) ได้สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายในอำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี
ผลการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุม แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย สัญชาติกัมพูชาได้ทั้งหมด 67 ราย โดยแบ่งเป็นชาย 35 ราย หญิง 25 ราย และผู้เยาว์อีก 7 ราย ขณะกำลังลักลอบใช้เส้นทางธรรมชาติเดินเท้าเข้ามาในราชอาณาจักรไทย
จากการสอบสวนเบื้องต้นเพื่อคัดกรองเหยื่อการค้ามนุษย์ ทราบข้อมูลว่า ผู้ลักลอบเข้าเมืองทั้งหมดเป็นประชาชนชาวกัมพูชาที่กำลังประสบภาวะวิกฤตในการดำรงชีพอย่างหนัก ขาดแคลนทั้งแหล่งงานและรายได้ในประเทศต้นทาง
ทำให้ไม่สามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้ จึงตัดสินใจเสี่ยงชีวิต ลักลอบเข้าเมือง มายังประเทศไทยเพื่อตายเอาดาบหน้า หวังเพียงมีงานทำเพื่อความอยู่รอด
กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างและการบริหารจัดการภายในของประเทศเพื่อนบ้าน ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อปากท้องของประชาชน จนนำไปสู่การอพยพโยกย้ายแรงงานแบบผิดกฎหมายตามแนวชายแดน
โฆษกกองทัพเรือ ยืนยันว่าการจับกุมในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ตาม พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565
โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางอย่างสตรีและเด็ก เจ้าหน้าที่ได้ให้การดูแลตามหลักมนุษยธรรมเบื้องต้น จัดหาอาหาร น้ำดื่ม และการปฐมพยาบาล ก่อนจะนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านแปลง เพื่อเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายและดำเนินการผลักดันกลับประเทศต้นทางต่อไป
ย้ำพันธกิจพิทักษ์อธิปไตยควบคู่มนุษยธรรม
พลเรือตรี ปารัช กล่าวทิ้งท้ายว่า การลักลอบเข้าเมืองถือเป็นภัยความมั่นคงที่อาจเชื่อมโยงกับขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ กองทัพเรือจึงจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด แต่ในขณะเดียวกันก็ตระหนักถึงความเดือดร้อนของเพื่อนมนุษย์
"กองทัพเรือขอยืนยันที่จะปฏิบัติหน้าที่ป้องกันประเทศตามแนวชายแดนอย่างเข้มแข็ง เพื่อรักษาความมั่นคงของชาติ ควบคู่ไปกับการสนับสนุนแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนผ่านกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศต่อไป"


