
สธ.ยังไม่เปิดเผยตัวเลขผู้เสียชีวิต-บาดเจ็บ 'น้ำท่วมหาดใหญ่'
รมว.พัฒนา เผย สธ. เตรียมโรงพยาบาลสนาม 8 แห่งรองรับผู้ประสบภัยหลังน้ำลด ในขณะที่ทางเพจกระทรวงฯ โพสต์รับสมัครแพทย์นิติเวช
KEY
POINTS
- กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ยังไม่เปิดเผยตัวเลขผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บอย่างเป็นทางการจากเหตุน้ำท่วมหาดใหญ่
- สธ. เตรียมจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม 8 แห่ง เพื่อรองรับประชาชนที่คาดว่าจะเจ็บป่วยและเข้ารับบริการหลังน้ำลด
- มีการระดมความช่วยเหลือไปยังโรงพยาบาลหาดใหญ่ ทั้งการจัดส่งทรัพยากรทางรถยนต์และการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยวิกฤตทางอากาศ
- หมอสุภัทรเกิดความกังวลเกี่ยวกับการจัดการศพผู้เสียชีวิต ท่ามกลางการเปิดรับสมัครแพทย์นิติเวชอาสาลงพื้นที่ช่วยเหลือของกระทรวงสาธารณสุข
จากการตรวจสอบของ โพสต์ทูเดย์ ไปยังกระทรวงสาธารณสุขวันนี้ (27 พ.ย. 2568) ในประเด็นจำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต พบว่ายังไม่มีการแถลงตัวเลขอย่างเป็นทางการจากกระทรวงฯ แต่อย่างใด
ทั้งนี้ เคยมีการแถลงอย่างเป็นทางการ คือในวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่ง ณ ขณะนั้นมีการระบุจำนวนผู้เสียชีวิตที่ 19 ราย
ในขณะที่ช่วงเช้าของวันนี้ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้แถลงถึงกรณีสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะหาดใหญ่ ว่าระดับน้ำเริ่มลดลง รถ GMC เข้าพื้นที่ด้านหลังโรงพยาบาลหาดใหญ่ได้ จึงปรับแผนจัดส่งทรัพยากร เช่น ออกซิเจน อาหาร น้ำดื่ม ทางรถ
ส่วนผู้ป่วยสีแดงที่เหลืออีก 20 ราย ยังใช้การเคลื่อนย้ายทางอากาศ โดยขณะนี้ได้มีการจัดส่งวัตถุดิบอาหารเข้ามาแล้ว สามารถปรุงอาหารสำหรับผู้ป่วย ญาติ และเจ้าหน้าที่ ได้ 2,600 กล่อง/วัน และยังได้รับการสนับสนุนจากเรือหลวงจักรีนฤเบศร กองทัพเรือ จัดส่งอาหารอีก 1,000 กล่อง/วัน ทั้งนี้ โรงพยาบาลหาดใหญ่ยังให้บริการผู้ป่วยในส่วนที่เหลืออยู่ได้ และจะเร่งฟื้นฟูส่วนที่ได้รับผลกระทบให้สามารถกลับมาใช้บริการได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด
เปิดโรงพยาบาลสนาม 8 แห่งรองรับผู้ป่วยหลังน้ำลด
นายพัฒนากล่าวต่อว่า สำหรับการดูแลประชาชนที่คาดว่าจะเกิดการเจ็บป่วยและออกมารับบริการหลังน้ำเริ่มลด ได้จัดตั้งโรงพยาบาลสนามเพิ่มขึ้นเป็น 8 แห่ง โดยมีโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขดูแล ได้แก่
- โรงพยาบาลสงขลา ที่สนามบินหาดใหญ่
- โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี ที่โรงเรียนเทศบาล 4 วัดคลองเรียน
- โรงพยาบาลตรัง หอประชุมเทศบาลนครหาดใหญ่
- โรงพยาบาลพัทลุง ดูแลพื้นที่โรงพยาบาลรัตภูมิ
- โรงพยาบาลยะลา ที่โรงเรียนหาดใหญ่รัฐประชาสรรค์
- โรงพยาบาลระโนด ที่โรงเรียนเทศบาลวัดคลองแห
- โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ที่ บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน)
- โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช สนับสนุนการบริการที่โรงพยาบาลหาดใหญ่
ส่วนผู้ป่วยที่ต้องได้รับการฟอกไต ได้จัดรถฟอกไตเคลื่อนที่ และสำรวจจุดบริการฟอกไตไว้รองรับแล้ว ขณะที่ประชาชนที่อยู่ตามศูนย์พักพิง ได้จัดทีมแพทย์เข้าดูแลครบทุกจุด รวมถึงจะจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่กระจายตามจุดต่างๆ เพื่อให้เข้าถึงประชาชนมากที่สุด
นอกจากนี้ นายพัฒนากล่าวว่าการฟื้นฟูหลังน้ำลด จะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ
- ฟื้นฟูโรงพยาบาลให้กลับมาดำเนินการได้โดยเร็วที่สุด โดยมีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพเข้าไปดูโครงสร้าง ระบบไฟฟ้า ระบบการสื่อสาร และหัวจ่ายออกซิเจน
- การฟื้นฟูชุมชน มีกรมอนามัย กรมควบคุมโรค กรมสุขภาพจิต เข้าไปร่วมวางแผนดูแลอย่างครอบคลุมทุกมิติ ทั้ง สภาพจิตใจ สุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม การเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรค
หมอสุภัทร ห่วงกระบวนการนิติเวช ด้านเพจกระทรวงโพสต์ขออาสา 'แพทย์นิติเวช' ลงพื้นที่
ด้าน นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ประธานชมรมแพทย์ชนบท กล่าวว่า การจัดการศพ เป็นอีกเรื่องสำคัญที่รอการวางระบบ โดยอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแนวทางให้ชัดเจน ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ญาติต้องขับรถไปตามหาศพทีละวัด ซึ่งจะยิ่งสร้างความหดหู่ซ้ำเติมความสูญเสีย
โดยหมอสุภัทร ได้โพสต์ข้อความลงในโซเชียลมีเดีย ระบุว่า
เช้าวันนี้ต้องมีวางระบบให้ชัด แนวทางต้องชัด ญาติผู้สูญเสียจะได้ไม่ทุกข์หนักกว่านี้ อย่าให้เขาต้องขับรถไปตามหาศพทีละวัด โทรถามทีละโรงพยาบาล โทรมาโรงพยาบาลก็โกลาหลตอบไม่ได้ การตามหาญาติที่ติดต่อไม่ได้ รู้ว่าญาติสูงอายุ ติดเตียง ป่วย อาจสูญเสีย แต่ถูกลำเลียงออกมาแล้ว จะยิ่งสร้างความหดหู่ซ้ำเติมความสูญเสียถ้าไม่มีระบบที่ดีรองรับ
มหาอุทกภัยภาคใต้ 2568 น้ำเริ่มลดแล้ว นอกจากการช่วยเหลือผู้คนที่ติดน้ำท่วม ส่งต่ออาหาร/น้ำดื่ม ทำแผล/จัดยารักษาโรค จัดการจราจร ฟื้นฟูระบบสื่อสาร อีกโจทย์สำคัญคือ ”การจัดการศพ“
น้ำท่วมครั้งนี้ความสูญเสียมีมากเฉพาะในหาดใหญ่และพื้นที่รอบนอกอาจจะหลักหลายร้อย การจัดระบบการจัดการศพและนิติเวชจึงสำคัญมาก โรงพยาบาลในพื้นที่เอาไม่อยู่
เมื่อกู้ภัยหรือประชาชน พบศพที่รู้จักหรือไม่รู้จัก จะมีศูนย์กลางการจัดการศพไหม จะมีระบบการขึ้นทะเบียนอย่างไร เอามาเก็บรักษาทำการชันสูตรที่ไหน จะมีกี่จุด จะมีตู้แช่ศพไม่พอแน่ ญาติจะมาดูศพ บ้างจะขอเอากลับไปทำพิธีเลย บ้างไม่ขอส่งมารวมได้ไหม จะจัดการอย่างไร สำหรับรอการทำพิธีทางศาสนา ยิ่งศพที่ไม่มีญาติ ไม่มีใครรู้จัก ก็ยิ่งต้องชันสูตรอัตลักษณ์บุคคลให้รัดกุม หากไม่มีจัดการ จะนำมาซึ่งความหดหู่และซ้ำเติมความสูญเสีย
สำหรับผู้ที่เสียชีวิตที่บ้านจากความเจ็บป่วยที่ไม่ได้จมน้ำ แต่ไม่อาจมาโรงพยาบาลได้ จะจัดการอย่างไร ต้องมีการรวบรวมข้อมูล จำนวน เพื่อเป็นบทเรียนสำหรับอนาคต
ความสูญเสียในทุกโรงพยาบาลอันเนื่องมาจากการส่งต่อไม่ได้ ไฟฟ้าดับ ออกซิเจนหมด หรืออื่นใดที่ควรป้องกันได้ ก็ควรมีการบันทึกไว้ เพื่อการวางระบบลดความเสี่ยงในอนาคตต่อไป
วิวาทะเรื่องตัวเลขความสูญเสียก็จะเป็นอีกเรื่องสำคัญ ความจริงต้องเป็นความจริง ความจริงคือสิ่งที่มิอาจปิดบังได้ การเก็บข้อมูลที่ดี เป็นระบบ และไม่บิดเบือนใดๆเท่านั้นที่จะไม่ทำให้ผู้คนหมดศรัทธา
ครึ่งเช้าวันนี้ 27 พฤศจิกายน 2568 วันที่น้ำเริ่มลด ควรมีประกาศ "ระบบการจัดการศพความสูญเสียได้แล้ว"
ในขณะที่ความเคลื่อนไหวของกระทรวงสาธารณสุขตลอดทั้งวัน ยังไม่ได้มีการพูดถึงในเรื่องของจำนวนผู้เสียชีวิตแต่อย่างใด แต่ในเพจของกระทรวงสาธารณสุขได้มีการเปิดรับสมัครแพทย์นิติเวชพร้อมผู้ช่วยลงพื้นที่หาดใหญ่ แล้วในช่วงเวลา 15:00 น.ที่ผ่านมา.







