



42+











































"ตัดหมอกเวียงแหง" ล้างบางเจ้าหน้าที่รัฐ เอื้อต่างด้าวสวมบัตรปชช.
"นายกฯอนุทิน" ลงพื้นที่ เปิดยุทธการ “ตัดหมอกเวียงแหง" ล้างบางเจ้าหน้าที่รัฐภัยความมั่นคง เอื้อต่างด้าวสวมสิทธิทำบัตรประชาชน
20 พ.ย. 2568 เวลา 10.30 น. ณ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ แถลงข่าวกรณี DSI - สตช. - ปปช. - ปปท.และ ฝ่ายปกครองจังหวัดเชียงใหม่ ดำเนินคดีกับขบวนการนำคนต่างด้าวมาสวมสิทธิทำบัตรประชาชนในพื้นที่อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่
กรณีดังกล่าว สืบเนื่องกรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับการแจ้งเบาะแสการทุจริต และเรียกรับผลประโยชน์จากเจ้าหน้าที่รัฐในกระบวนการขอสัญชาติและสถานะบุคคลในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ พันตำรวจตรียุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงมีคำสั่งมอบหมายให้กองกิจการอำนวยความยุติธรรม ทำการสืบสวนเป็นสำนวนสืบสวนที่ 132/2568 ทางการสืบสวนพบมูลความผิดอาญาจึงประสานข้อมูลกับบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.)
ในการขอหมายจับและหมายค้นของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 ในความผิดฐานในความผิดฐานร่วมกันกระทำการเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นมีชื่อหรือมีรายการในทะเบียนบ้านหรือเอกสารการทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ และเป็นเจ้าพนักงานทำเอกสารเท็จและเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริต รวมทั้งความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง
ต่อมา ระหว่างวันที่ 18 - 19 พ.ย. 2568 กรมสอบสวนคดีพิเศษฯ ร่วมกับ 4 หน่วยงาน ประกอบด้วย กรมการปกครอง กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)
ร่วมปฏิบัติการตรวจค้นจับกุมตามหมายจับและหมายค้นของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 ในพื้นที่เชียงใหม่ พะเยา กรุงเทพมหานคร และสมุทรสาคร เป็นหมายจับบุคคลประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ของรัฐ จำนวน 10 ราย ประกอบด้วย
- นายอำเภอ 1 ราย
- ปลัดอำเภอ 2 ราย
- ลูกจ้างอำเภอ 4 ราย
- กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จำนวน 3 ราย
พลเรือน จำนวน 3 ราย ได้แก่
- พยานรับรองเท็จ 1 ราย
- บุคคลผู้ทุจริตรายการ เป็นบุคคลสัญชาติจีนที่มาสวมตัวทำบัตรประจำตัวผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน (บัตรหัวเลข 0) จำนวน 1 ราย
- บุคคลที่มีพฤติการณ์เป็นนายหน้า จำนวน 1 ราย
รวมผลการปฏิบัติสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้จำนวน 13 ราย
ทำการตรวจค้นพื้นที่ จำนวน 12 แห่ง พบพยานหลักฐานสำคัญ เช่น
1.บ้านของนายหน้า
- พบอาวุธปืน รวม 8 กระบอก ดังนี้
(1) ปืนพกสั้น จำนวน 5 กระบอก
(2) ปืนยาว (ลูกซอง) จำนวน 2 กระบอก
(3) ปืนเดี่ยวลูกกรด จำนวน 1 กระบอก
- เครื่องกระสุนปืนอีกจำนวนมาก
- สมุดบัญชีธนาคาร
-เอกสารแบบคำขอแบบ 89
2.ที่บ้านของผู้ใหญ่บ้าน
- พบอาวุธปืน รวม 3 กระบอก ดังนี้
(1) ปืนยาว (ลูกซอง) จำนวน 1 กระบอก
(2) อาวุธปืนยาวเดี่ยวไรเฟิล 5.56 พร้อมแมกกาซีน จำนวน 1 กระบอก
- เครื่องกระสุนปืนจำนวนหนึ่ง
- หนังสือรับรองการเกิดบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน และ
- แบบพิมพ์ทะเบียนประวัติผู้ใช้แรงงานจากประเทศเมียนมา
ที่ว่าการอำเภอเวียงแหง
- เอกสารเกี่ยวกับ แบบ คำขอมีสัญ ชาติไท ยตามมาตรา 7 ทวิ วรรค 2
(มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 67) แบบคำขอมีสัญชาติไทยตามมาตรา 7 ทวิ วรรค 2 (มติเดิม)
- แบบคำขอ อื่น ๆ จำนวนมาก รวมทั้งข้อมูลการทำงานของผู้ต้องหาตามหมายจับ (อดีตเจ้าหน้าที่ทะเบียน)
ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว
โดยนำตัวผู้ถูกจับกุมและของกลางส่งพนักงานสอบสวน กองบังคับการป้องกันปราบปราม การทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) โดยมีการแจ้งข้อหาที่สำคัญ ดังนี้
- เป็นเจ้าพนักงาน ร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิด
ความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เป็นความผิดตาม ประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ และมาตรา ๘๓
- เป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่ง
หรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ
หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน
และปราบปรามการทุจริต พ.ศ.๒๕๖๑ มาตรา ๑๗๒ ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓
- เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสาร รับเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสาร
กระทำการรับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้นมุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นเท็จ เป็นความผิด
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๖๒
- ร่วมกัน ทำ ใช้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือกระทำการเพื่อให้ตนเอง
หรือผู้อื่นมีชื่อหรือมีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้านหรือเอกสารการทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ
เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๕๐
สำหรับบุคคลที่พบว่ามีหนังสือเดินทางสัญชาติจีน จำนวน 3 รายนั้น จากฐานข้อมูลสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพบว่า ทั้ง 3 ราย ได้เดินทางหลบหนีออกจากประเทศไทยไปแล้ว



42+


















































