posttoday

น้ำเหนือชะลอทุกสถานี เร่งผลักดันน้ำค้างทุ่งลงทะเลทุกมิติ

18 พฤศจิกายน 2568

มวลน้ำเหนือชะลอลงทุกสถานี ทำเขื่อนเจ้าพระยาลดระบายต่อเนื่อง ขณะอุทกภัยยังปกคลุม 13 จังหวัด ผู้ได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ทุกหน่วยเร่งระบายน้ำออกสู่อ่าวไทย

KEY

POINTS

  • มวลน้ำตอนบน–กลางลุ่มเจ้าพระยาลดลงทุกจุด C.2 – C.13 – C.29B
  • อุทกภัยยัง 13 จังหวัด แต่จำนวนหมู่บ้าน–ประชาชนเพิ่มเล็กน้อย
  •  กทม.–ปริมณฑลเร่งเปิดคลองลัดโพธิ์–สถานีสูบชายทะเล ผลักดันน้ำเร็วในช่วงน้ำลง
     

 น้ำเหนือเริ่มลด แต่ 13 จังหวัดยังวิกฤต—รัฐเร่งผลักน้ำสู่ทะเลเต็มกำลัง 

ปริมาณน้ำไหลจากลุ่มน้ำเจ้าพระยายังคงลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ตอนบนถึงตอนล่าง เป็นสัญญาณคลี่คลายสำคัญต่อเส้นทางน้ำทั้งหมด ตั้งแต่ C.2 นครสวรรค์ – เขื่อนเจ้าพระยา ชัยนาท – C.29B ปทุมธานี

ขณะที่หน่วยงานรัฐปรับยุทธศาสตร์ระบายน้ำในเขื่อนหลัก และเปิด “คลองลัดโพธิ์” ผลักดันน้ำลงทะเลในช่วงจังหวะน้ำลด เพื่อเร่งปิดเกมน้ำท่วมภาคกลางตอนล่าง

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมอุทกภัยทั้งประเทศยังไม่จบง่าย ๆ เพราะแม้จำนวนจังหวัดที่ถูกน้ำท่วมจะคงที่ 13 จังหวัด แต่จำนวนหมู่บ้านและครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบยัง “เพิ่มขึ้นเล็กน้อย” จากรายงานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ระหว่างวันที่ 17–18 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งสะท้อนว่าน้ำแม้กำลังลง แต่ยังล้นค้างหลายจุดในพื้นที่ลุ่มต่ำและทุ่งรับน้ำธรรมชาติ

น้ำเหนือชะลอทุกสถานี เร่งผลักดันน้ำค้างทุ่งลงทะเลทุกมิติ  

1) ภาพอากาศและแนวโน้ม (18 พ.ย. 68) 

อากาศแปรปรวนยังปกคลุมตอนบนของประเทศ ส่วนภาคใต้กำลังเข้าสู่ช่วงฝนหนักจากมรสุม NEMO เร่งตัว คาดการณ์ว่า 19–23 พ.ย. มวลอากาศเย็นกำลังแรงจากจีนจะปะทะไทยตอนบน ทำให้อุณหภูมิลดลง ลมแรง เพิ่มแรงผลักน้ำเหนือในธรรมชาติ แต่ภาคใต้กลับต้องเฝ้าระวังฝนหนัก-หนักมากต่อเนื่อง

2) อ่างเก็บน้ำทั้งประเทศ (18 พ.ย. 68)

น้ำสะสมยังสูงมาก:

  • 90% ของความจุเก็บกัก รวม 72,154 ล้าน ลบ.ม.
  • น้ำใช้การ 83% หรือ 48,031 ล้าน ลบ.ม.

ระดับนี้ยังถือว่า "ล้นความเสี่ยง" ต่อการบริหารฤดูแล้งต่อเนื่อง ต้องคุมการระบายเขื่อนหลักอย่างแม่นยำเพื่อไม่ให้ท้ายเขื่อนล้นซ้ำ
 

3) ลุ่มน้ำเจ้าพระยา—น้ำกำลังลงทุกจุด (เทียบ 17–18 พ.ย.) 

เขื่อนหลัก 4 แห่ง (ระดับน้ำ ณ 18 พ.ย. 68)

  • ภูมิพล  13,362 ล้าน ลบ.ม. (99%) ระบาย 45.02 ล้าน ลบ.ม./วัน
  • สิริกิติ์9,330 ล้าน ลบ.ม. (98%) ระบาย 5.01 ล้าน ลบ.ม./วัน
  • แควน้อยฯ952 ล้าน ลบ.ม. (102%) ระบาย 5.18 ล้าน ลบ.ม./วัน
  • ป่าสักชลสิทธิ์ 918 ล้าน ลบ.ม. (96%) ระบาย 7.36 ล้าน ลบ.ม./วัน

จุดวัดสำคัญ (18 พ.ย. เทียบ 17 พ.ย.) 

สถานี 17 พ.ย. 18 พ.ย. แนวโน้ม
C.2 นครสวรรค์ 2,931 ลบ.ม./วินาที 2,868 ลบ.ม./วินาที 🔻 ลดลง
C.13 เขื่อนเจ้าพระยา 2,755 ลบ.ม./วินาที 2,688 ลบ.ม./วินาที 🔻 ลดลง
C.29B สามโคก ปทุมธานี 2,284 ลบ.ม./วินาที 2,230 ลบ.ม./วินาที 🔻 ลดลง

ยุทธการระบายน้ำลงทะเล

  • เปิด ประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์  ช่วงน้ำลง
  • ใช้ สถานีสูบน้ำแนวคลองชายทะเล เร่งผลักน้ำ

-หน่วงน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพื่อชะลอผลกระทบท้ายเขื่อน
-เพิ่มการรับน้ำจากระบบชลประทานทั้งสองฝั่งแม่น้ำ

เป็นการจัดสมดุล “เหนือ–ท้าย–ทะเล” เพื่อบรรเทาน้ำท่วมลุ่มล่าง กทม.–ปริมณฑล
น้ำเหนือชะลอทุกสถานี เร่งผลักดันน้ำค้างทุ่งลงทะเลทุกมิติ

4 เทียบอุทกภัย ปภ. วันที่ 17 vs. 18 พ.ย. 68

ตัวเลขรวม 

รายการ 17 พ.ย. 18 พ.ย. เปลี่ยนแปลง
จังหวัดที่ท่วม 13 13
อำเภอ 53 53
ตำบล 423 426 ⬆ +3
หมู่บ้าน 2,718 2,725 ⬆ +7
ครัวเรือนกระทบ 138,872 138,924 ⬆ +52
ประชาชน 462,656 462,954 ⬆ +298
ผู้เสียชีวิต 16 16

ภาพรวม:จังหวัดไม่เพิ่ม แต่พื้นที่รับผลกระทบขยายตัวเล็กน้อย สะท้อนว่าน้ำส่วนที่ค้างในทุ่งลุ่มต่ำบางแห่งยังระบายออกไม่หมด แม้น้ำเจ้าพระยาหลักจะลดลงแล้วก็ตาม

 

 5) จังหวัดวิกฤต 13 จังหวัดเดิม 

ครอบคลุมตั้งแต่พิษณุโลก–สุโขทัย–นครสวรรค์ ลงสู่ชัยนาท–สิงห์บุรี–อ่างทอง–อยุธยา จนถึงปริมณฑล และสุดท้ายยังลากยาวถึงอุบลราชธานี

ที่มา : กรมชลประทาน , กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย , สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

ข่าวล่าสุด

ตรวจเข้มผู้ค้าน้ำมันทั่วประเทศ ป้องกันกักตุน - ลักลอบจำหน่าย