น้ำเหนือชะลอทุกสถานี เร่งผลักดันน้ำค้างทุ่งลงทะเลทุกมิติ
มวลน้ำเหนือชะลอลงทุกสถานี ทำเขื่อนเจ้าพระยาลดระบายต่อเนื่อง ขณะอุทกภัยยังปกคลุม 13 จังหวัด ผู้ได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ทุกหน่วยเร่งระบายน้ำออกสู่อ่าวไทย
KEY
POINTS
- มวลน้ำตอนบน–กลางลุ่มเจ้าพระยาลดลงทุกจุด C.2 – C.13 – C.29B
- อุทกภัยยัง 13 จังหวัด แต่จำนวนหมู่บ้าน–ประชาชนเพิ่มเล็กน้อย
- กทม.–ปริมณฑลเร่งเปิดคลองลัดโพธิ์–สถานีสูบชายทะเล ผลักดันน้ำเร็วในช่วงน้ำลง
น้ำเหนือเริ่มลด แต่ 13 จังหวัดยังวิกฤต—รัฐเร่งผลักน้ำสู่ทะเลเต็มกำลัง
ปริมาณน้ำไหลจากลุ่มน้ำเจ้าพระยายังคงลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ตอนบนถึงตอนล่าง เป็นสัญญาณคลี่คลายสำคัญต่อเส้นทางน้ำทั้งหมด ตั้งแต่ C.2 นครสวรรค์ – เขื่อนเจ้าพระยา ชัยนาท – C.29B ปทุมธานี
ขณะที่หน่วยงานรัฐปรับยุทธศาสตร์ระบายน้ำในเขื่อนหลัก และเปิด “คลองลัดโพธิ์” ผลักดันน้ำลงทะเลในช่วงจังหวะน้ำลด เพื่อเร่งปิดเกมน้ำท่วมภาคกลางตอนล่าง
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมอุทกภัยทั้งประเทศยังไม่จบง่าย ๆ เพราะแม้จำนวนจังหวัดที่ถูกน้ำท่วมจะคงที่ 13 จังหวัด แต่จำนวนหมู่บ้านและครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบยัง “เพิ่มขึ้นเล็กน้อย” จากรายงานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ระหว่างวันที่ 17–18 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งสะท้อนว่าน้ำแม้กำลังลง แต่ยังล้นค้างหลายจุดในพื้นที่ลุ่มต่ำและทุ่งรับน้ำธรรมชาติ
1) ภาพอากาศและแนวโน้ม (18 พ.ย. 68)
อากาศแปรปรวนยังปกคลุมตอนบนของประเทศ ส่วนภาคใต้กำลังเข้าสู่ช่วงฝนหนักจากมรสุม NEMO เร่งตัว คาดการณ์ว่า 19–23 พ.ย. มวลอากาศเย็นกำลังแรงจากจีนจะปะทะไทยตอนบน ทำให้อุณหภูมิลดลง ลมแรง เพิ่มแรงผลักน้ำเหนือในธรรมชาติ แต่ภาคใต้กลับต้องเฝ้าระวังฝนหนัก-หนักมากต่อเนื่อง
2) อ่างเก็บน้ำทั้งประเทศ (18 พ.ย. 68)
น้ำสะสมยังสูงมาก:
- 90% ของความจุเก็บกัก รวม 72,154 ล้าน ลบ.ม.
- น้ำใช้การ 83% หรือ 48,031 ล้าน ลบ.ม.
ระดับนี้ยังถือว่า "ล้นความเสี่ยง" ต่อการบริหารฤดูแล้งต่อเนื่อง ต้องคุมการระบายเขื่อนหลักอย่างแม่นยำเพื่อไม่ให้ท้ายเขื่อนล้นซ้ำ
3) ลุ่มน้ำเจ้าพระยา—น้ำกำลังลงทุกจุด (เทียบ 17–18 พ.ย.)
เขื่อนหลัก 4 แห่ง (ระดับน้ำ ณ 18 พ.ย. 68)
- ภูมิพล 13,362 ล้าน ลบ.ม. (99%) ระบาย 45.02 ล้าน ลบ.ม./วัน
- สิริกิติ์9,330 ล้าน ลบ.ม. (98%) ระบาย 5.01 ล้าน ลบ.ม./วัน
- แควน้อยฯ952 ล้าน ลบ.ม. (102%) ระบาย 5.18 ล้าน ลบ.ม./วัน
- ป่าสักชลสิทธิ์ 918 ล้าน ลบ.ม. (96%) ระบาย 7.36 ล้าน ลบ.ม./วัน
จุดวัดสำคัญ (18 พ.ย. เทียบ 17 พ.ย.)
| สถานี | 17 พ.ย. | 18 พ.ย. | แนวโน้ม |
|---|---|---|---|
| C.2 นครสวรรค์ | 2,931 ลบ.ม./วินาที | 2,868 ลบ.ม./วินาที | 🔻 ลดลง |
| C.13 เขื่อนเจ้าพระยา | 2,755 ลบ.ม./วินาที | 2,688 ลบ.ม./วินาที | 🔻 ลดลง |
| C.29B สามโคก ปทุมธานี | 2,284 ลบ.ม./วินาที | 2,230 ลบ.ม./วินาที | 🔻 ลดลง |
ยุทธการระบายน้ำลงทะเล
- เปิด ประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ ช่วงน้ำลง
- ใช้ สถานีสูบน้ำแนวคลองชายทะเล เร่งผลักน้ำ
-หน่วงน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพื่อชะลอผลกระทบท้ายเขื่อน
-เพิ่มการรับน้ำจากระบบชลประทานทั้งสองฝั่งแม่น้ำ
เป็นการจัดสมดุล “เหนือ–ท้าย–ทะเล” เพื่อบรรเทาน้ำท่วมลุ่มล่าง กทม.–ปริมณฑล
4 เทียบอุทกภัย ปภ. วันที่ 17 vs. 18 พ.ย. 68
ตัวเลขรวม
| รายการ | 17 พ.ย. | 18 พ.ย. | เปลี่ยนแปลง |
|---|---|---|---|
| จังหวัดที่ท่วม | 13 | 13 | — |
| อำเภอ | 53 | 53 | — |
| ตำบล | 423 | 426 | ⬆ +3 |
| หมู่บ้าน | 2,718 | 2,725 | ⬆ +7 |
| ครัวเรือนกระทบ | 138,872 | 138,924 | ⬆ +52 |
| ประชาชน | 462,656 | 462,954 | ⬆ +298 |
| ผู้เสียชีวิต | 16 | 16 | — |
ภาพรวม:จังหวัดไม่เพิ่ม แต่พื้นที่รับผลกระทบขยายตัวเล็กน้อย สะท้อนว่าน้ำส่วนที่ค้างในทุ่งลุ่มต่ำบางแห่งยังระบายออกไม่หมด แม้น้ำเจ้าพระยาหลักจะลดลงแล้วก็ตาม
5) จังหวัดวิกฤต 13 จังหวัดเดิม
ครอบคลุมตั้งแต่พิษณุโลก–สุโขทัย–นครสวรรค์ ลงสู่ชัยนาท–สิงห์บุรี–อ่างทอง–อยุธยา จนถึงปริมณฑล และสุดท้ายยังลากยาวถึงอุบลราชธานี
ที่มา : กรมชลประทาน , กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย , สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ


