
GISTDA ภาพถ่ายดาวเทียมเทียบชัด น้ำท่วมปี 68 น้อยกว่าปี 54 ถึง 86%
GISTDA ชี้ภาพรวมน้ำท่วมปี 68 น้อยกว่าปี 54 ถึง 86% แต่สถานการณ์จริง 15 พ.ย. ในพื้นที่ลุ่มต่ำอยุธยา-อ่างทอง ยังคงวิกฤตและน่าห่วง
GISTDA หรือสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ได้เปิดเผยข้อมูลเชิงวิเคราะห์จากดาวเทียม เพื่อเปรียบเทียบสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่สำคัญบริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ตั้งแต่จังหวัดชัยนาท ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ไปจนถึงอ่าวไทย โดยเป็นการเปรียบเทียบข้อมูลในช่วงเวลาเดียวกัน (เดือนพฤศจิกายน) ระหว่างปี 2554 ซึ่งเกิดเหตุการณ์มหาอุทกภัย และปี 2568
ข้อมูลเปรียบเทียบพื้นที่น้ำท่วมขัง
จากข้อมูลของ GISTDA ได้สรุปตัวเลขพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังไว้ดังนี้
- ปี 2554 (สีแดง): พบพื้นที่น้ำท่วมขังสูงถึง 9,511,059 ไร่
- ปี 2568 (สีฟ้า): พบพื้นที่น้ำท่วมขัง 1,303,299 ไร่
เมื่อนำตัวเลขดังกล่าวมาวิเคราะห์เปรียบเทียบ GISTDA ชี้ว่า พื้นที่น้ำท่วมขังในปี 2568 นั้น ยังน้อยกว่าปี 2554 ในช่วงเวลาเดียวกันถึง 86% ซึ่งสอดคล้องกับภาพรวมสถานการณ์ที่ไม่รุนแรงเท่ามหาอุทกภัยครั้งนั้น
แม้ว่าภาพรวมทั้งลุ่มน้ำจะมีพื้นที่น้ำท่วมน้อยกว่าปี 2554 มาก แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน (15 พ.ย. 68) หลายพื้นที่ยังคงได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ
แนวโน้มระดับน้ำ กรมชลประทาน รายงานว่า สถานการณ์ฝนในพื้นที่ตอนบนลดน้อยลง ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสายหลักมี แนวโน้มลดลง
- ณ สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 2,880 ลบ.ม./วินาที (ลดลงจากเมื่อวานที่ 2,900 ลบ.ม./วินาที)
- กรมชลประทานกำลังบริหารจัดการน้ำโดยการหน่วงน้ำไว้เหนือเขื่อน และรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งฝั่งซ้ายและขวา เพื่อลดผลกระทบด้านท้ายน้ำให้ได้มากที่สุด
พื้นที่ได้รับผลกระทบหนัก
- หลายพื้นที่ในจังหวัดอ่างทองยังอยู่ในภาวะวิกฤต โดยเฉพาะชาวนาใน อำเภอวิเศษชัยชาญ ที่กำลังเผชิญความเสียหายหนัก น้ำเข้าท่วมนาข้าวที่ใกล้จะเก็บเกี่ยว
- ยังคงมีน้ำท่วมขังในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาสูงในหลายอำเภอที่อยู่นอกคันกั้นน้ำ เช่น อำเภอเสนา อำเภอผักไห่ และ อำเภอบางบาล
การส่งต่อข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการ
จากสถานการณ์ดังกล่าว GISTDA ได้ดำเนินการส่งข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียมและข้อมูลเชิงวิเคราะห์เหล่านี้ให้กับหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบด้านการบริหารจัดการน้ำเรียบร้อยแล้ว เพื่อนำไปใช้สนับสนุนในการบริหารจัดการตามภารกิจ ทั้งในด้านการวางแผน การติดตาม และการประเมินสถานการณ์น้ำท่วมต่อไป







