
การอายัด "คริปโต" ในประเทศที่ไม่มี “government digital wallet”
"รองแจ้" รองผบช.สอท. เผย ประเทศไทยไม่ “government digital wallet” สำหรับเก็บ "คริปโต" ที่ถูกอายัด ชี้! ฝากบริษัทเอกชนได้ แต่ไม่อิสระ
ในโลกที่เงินไม่ได้อยู่แค่ในกระเป๋า แต่ลอยอยู่บน “บล็อกเชน” อาชญากรรมก็แผ่ขยายไปพร้อมเทคโนโลยี พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เปิดมุมมองเบื้องหลังการทำงานของ “ตำรวจไซเบอร์” ที่ต้องวิ่งแข่งกับนวัตกรรมและอาชญากรดิจิทัลไปพร้อมกัน
จาก “บัญชีม้า” ธรรมดา สู่ “นิติบุคคลม้า” และข้ามขั้นมาถึง “กระเป๋าเงินคริปโต” ที่ซ่อนเงินไว้ในโลกเสมือน แต่สิ่งที่ไทยยังไม่มี คือ “government digital wallet” (ระบบที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนจัดเก็บเงินสกุลดิจิทัล) เพื่อเก็บสินทรัพย์ที่ยึดจากคดีอาชญากรรมออนไลน์ นี่คือช่องว่างที่เจ้าหน้าที่ต้องเผชิญอยู่ทุกวัน ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกการเงินยุคใหม่
พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์อาชญากรรมออนไลน์ในประเทศไทยว่า ขณะนี้จำเป็นต้องเข้มงวดอย่างต่อเนื่อง เพราะอาชญากรรมไซเบอร์มีลักษณะเป็นอาชญากรรมข้ามชาติและซับซ้อนมากขึ้น โดยตำรวจและรัฐบาลได้ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในการปราบปราม
จาก “บัญชีม้า” ธรรมดา สู่ “นิติบุคคลม้า”
พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ กล่าวถึง ช่องทางเก็บเงินหลักของเหล่าอาชญกร อย่าง “บัญชีม้า” ว่า จากเดิมเป็นการโอนเงินผ่านบัญชีบุคคลสู่บุคคล ปัจจุบันได้พัฒนาเป็นบัญชีนิติบุคคล ซึ่งสามารถเปิดออนไลน์ได้ง่ายผ่านระบบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
แม้จะอำนวยความสะดวกต่อผู้ประกอบการ แต่กลับเปิดช่องให้มิจฉาชีพตั้งบริษัทปลอมขึ้นมารับโอนเงิน ซึ่งตอนเคยทำการสืบสวนพบว่าหลายแห่งเป็นเพียงพื้นที่รกร้างหรือห้องเช่าว่างต่อมาจึงได้มีการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกมากขึ้นก่อนการอนุมัติเปิดบริษัท และให้ฝ่ายปกครองในพื้นที่ร่วมตรวจสอบสถานประกอบการ เพื่อป้องกันการนำช่องทางนิติบุคคลไปใช้ในทางทุจริต
“คริปโตเคอเรนซี”
พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ ระบุว่า ปัจจุบันการใช้เหรียญดิจิทัล เช่น บิทคอยน์ และเหรียญอื่น ๆ ถูกนำมาใช้ทำธุรกรรมทางการเงินมากขึ้น โดยมีบริษัทใหญ่ในไทยอย่าง ไบแนนซ์ และบิทคับ เป็นแพลตฟอร์มหลักในการซื้อขายเหรียญดิจิทัล ขณะที่บางบริษัทมีการใช้ระบบสแกนม่านตาเพื่อยืนยันตัวตน ซึ่งอาจกระทบต่อกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) หากประชาชนไม่ได้ให้ความยินยอม
พร้อมเตือนประชาชนหากบริษัทใดมาจากต่างประเทศและขอให้สแกนอัตลักษณ์ส่วนบุคคล ควรระมัดระวังและตรวจสอบความน่าเชื่อถือก่อนเสมอ เพราะข้อมูลดังกล่าวอาจถูกนำไปใช้ในทางมิชอบได้
การอายัดคริปโต ในประเทศที่ไม่มี “government digital wallet”
พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ประเทศไทยยังไม่มี “government digital wallet” หรือกระเป๋าเงินดิจิทัลของภาครัฐ ส่งผลให้เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจยึดสินทรัพย์ดิจิทัลจากคดีต่าง ๆ เช่น เว็บพนัน หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จะต้องฝากเหรียญเหล่านั้นไว้กับบริษัทเอกชน เช่น ไบแนนซ์ หรือบิทคับ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ทำให้ไม่สะดวกในการจัดเก็บสกุลเงินเหล่านี้
“อยากให้ประเทศเรามี government digital wallet การอายัดเงินที่อยู่ในอากาศ เรายังไม่มี คลังเก็บเอง เราต้องไปฝากกับ Binance ก็ฝากได้แต่มันไม่อิสระมากนัก”
ขณะที่ประเทศขนาดใหญ่ๆ เริ่มมีระบบกระเป๋าเงินดิจิทัลของรัฐบาล เพื่อเก็บเหรียญที่ยึดได้จากคดีต่าง ๆ แต่ไทยยังไม่มีระบบนี้ พร้อมย้ำว่า กระบวนการยึดหรืออายัดสินทรัพย์ดิจิทัลจำเป็นต้องใช้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและบล็อกเชน เพราะทุกธุรกรรมจะถูกบันทึกถาวรและตรวจสอบย้อนกลับได้
การดําเนินการจับกุมอาชญากรรม ออนไลน์ที่มีการรับเงินเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล หรือออก crypto มันต้องละเอียดอ่อน เพราะว่าเราจะต้องรู้เลขกระเป๋า wallet นั้นว่า เป็นยังไง และเป็นส่วนที่จะต้องใช้เวลาและผู้ที่มีความรู้เฉพาะเกี่ยวกับเรื่องนี้
ตํารวจที่ทําในเรื่องนี้ส่วนใหญ่เป็นกองบังคับการตรวจสอบและเครื่องมือพิเศษของไซเบอร์ ต้องทําเฉพาะด้าน การเจาะลึกเกี่ยวกับเรื่องการค้าเหรียญดิจิทัลต้องใช้การประสานงานเฉพาะ ในการทำธุรกรรมต่างๆ เพราะฉนั้นตรงนี้เป็นส่วนที่สําคัญ
“อาชญากรรมคริโตเคอเรนซี เป็นอาชญากรรม ข้ามชาติ การประสานงานระหว่างองค์กรตํารวจสากลก็จะมีความจําเป็นมากขึ้น” พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ กล่าว







