“เริ่มนับหนึ่งชายแดน” ดร.ปณิธาน ชี้! รัฐบาลต้องมีเอกภาพ
ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง ชี้ “เส้นตาย 10 ต.ค.” คือบททดสอบศักยภาพรัฐบาลอนุทิน หากไร้เอกภาพ ไทยอาจเสียเปรียบในสมรภูมิชายแดน
สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาที่บ้านหนองจานและหนองหญ้าแก้ว กลายเป็นบททดสอบสำคัญของรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ภายหลังครบ “เส้นตาย 10 ตุลาคม” ที่ประชาชนและสื่อมวลชนคาดว่าจะมีปฏิบัติการทวงคืนพื้นที่รุกล้ำ แต่กลับไม่มีการเคลื่อนไหวอย่างที่คาดไว้
ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ กล่าวกับ โพสต์ทูเดย์ ว่า เหตุการณ์นี้สะท้อน “ความไม่เป็นเอกภาพ” ระหว่างฝ่ายนโยบายกับฝ่ายปฏิบัติ ซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่รัฐบาลต้องเร่งจัดการ หากต้องการรักษาอธิปไตยและภาพลักษณ์ของประเทศในสายตานานาชาติ
ดร.ปณิธาน อธิบายว่า ปัญหาชายแดนรอบนี้มี “ภาพซ้อน” 3 มิติ ที่ทำให้ประชาชนสับสนและตั้งคำถามต่อศักยภาพรัฐบาล
1. ภาพแรก “เส้นตาย 10 ต.ค.” – สังคมเข้าใจว่าจะมีปฏิบัติการจริงจังทวงคืนพื้นที่ แต่รัฐกลับเงียบ ทำให้ความเชื่อมั่นถดถอย
2. ภาพที่สอง “ไม่มีเส้นตาย” – นายกรัฐมนตรีปฏิเสธคำว่าเส้นตาย ยิ่งสร้างความไม่ชัดเจนในทิศทางนโยบาย
3. ภาพที่สาม “เริ่มนับหนึ่ง” – การประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) วาระพิเศษเมื่อ 10 ต.ค. มีมติให้ตั้ง “คณะกรรมการพิเศษ” เพื่อบูรณาการการแก้ปัญหาชายแดนและภาคใต้
“ถ้ารัฐบาลจะเริ่ม ‘นับหนึ่ง’ จริง ต้องชัดเจนในยุทธศาสตร์และโครงสร้างบังคับบัญชา ไม่ใช่ให้หน่วยงานไปทำกันคนละทางเหมือนในอดีต” ดร.ปณิธานกล่าว
ดร.ปณิธาน เตือนว่า หากรัฐบาลต้องการให้การแก้ปัญหาการรุกล้ำอธิปไตยประสบความสำเร็จ ต้องหลีกเลี่ยง 4 กับดักสำคัญ ได้แก่
1. อย่าซื้อเวลา – การถ่วงเวลาเท่ากับเปิดช่องให้กัมพูชารุกคืบต่อ
2. อย่าปล่อยเจ้าหน้าที่ทำลำพัง – ผู้นำทางการเมืองต้องกำหนดแนวทางและติดตามใกล้ชิด
3. อย่าให้ใครบิดเบือนความจริง – ไทยต้องยืนยันข้อเท็จจริงว่ามีการรุกล้ำอธิปไตยอย่างชัดเจน
4. อย่าดูถูกประชาชน – ประชาชนมีสิทธิรับรู้และติดตามข้อมูลอย่างโปร่งใส
ดร.ปณิธาน ระบุว่า “การเริ่มนับหนึ่งจะไร้ความหมาย หากรัฐบาลยังขาดเอกภาพและไม่ส่งสัญญาณชัดเจนต่อเจ้าหน้าที่ในพื้นที่” พร้อมย้ำว่าไทยต้องสื่อสารให้โลกเห็นความจริงและยืนบนหลักกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อรักษาอธิปไตยและศักดิ์ศรีของชาติอย่างยั่งยืน


