
กองทัพบกโต้ฮุนมาเนต ปมชายแดนไทย–กัมพูชา ไม่ใช่เกิดจากประชาชน
กองทัพบกย้ำข้อเท็จจริง ปมชายแดนไทย–กัมพูชา ไม่ใช่ความขัดแย้งประชาชน แต่เกิดจากการละเลย–เจตนาสร้างปัญหาซ้ำเพื่อการเมือง
KEY
POINTS
- กองทัพบกชี้แจงว่าปัญหาชายแดนไม่ได้เกิดจากความขัดแย้งระหว่างประชาชน แต่เป็นผลมาจากการที่กัมพูชาเพิกเฉยต่อการแก้ไขปัญหาและสร้างสถานการณ์รุกล้ำอย่างต่อเนื่องเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง
- กองทัพบกโต้แย้งว่ากัมพูชาเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลง MOU 2543 ด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่และรุกล้ำเข้ามาในเขตไทยตลอด 20 ปีที่ผ่านมา แม้ไทยจะประท้วงอย่างเป็นทางการกว่า 500 ครั้ง
- กองทัพบกปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าไทยลากเส้นเขตแดนเอง โดยยืนยันว่าการกำหนดแนวเขตเป็นไปตามหลักสากลและข้อตกลงร่วม พร้อมเรียกร้องให้กัมพูชาเคารพอธิปไตยของไทย
เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2568 ภายหลังสมเด็จฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์ข้อความเกี่ยวกับการปักปันเขตแดนไทย–กัมพูชา โดยมีการอ้างข้อมูลบางส่วนที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ออกแถลงย้ำว่า กรณีนี้ไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ แต่เป็นผลจากการละเลยแก้ไขปัญหาของกัมพูชา และมีเจตนาสร้างปัญหาอย่างต่อเนื่องเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง
ย้ำปัญหามาจากการรุกล้ำซ้ำซาก
โฆษกกองทัพบกระบุว่า การอ้างอิง MOU 2543 ของกัมพูชาเรื่องการรักษาสถานะเดิมจนกว่างานปักปันจะแล้วเสร็จ ต้องย้อนดูว่ากัมพูชาเคยปฏิบัติตามหรือไม่ เพราะตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมา กัมพูชาได้เปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ด้วยการสร้างบ้านเรือน ตั้งชุมชน และรุกล้ำเข้ามาในเขตไทย แม้บางพื้นที่จะไม่ได้เป็นพื้นที่พิพาทตามกรอบ MOU โดยฝ่ายไทยได้ประท้วงอย่างเป็นทางการมากกว่า 500 ครั้ง แต่ไม่ได้รับการแก้ไข
กรณีตัวอย่างที่เห็นชัด เช่น พื้นที่ช่องบก จ.อุบลราชธานี ที่กัมพูชาขุดคูติดต่อทางทหาร และพื้นที่ชุมชนใน จ.สระแก้ว ที่ปัจจุบันเป็นต้นตอความขัดแย้ง แต่นายกรัฐมนตรีกัมพูชาหลีกเลี่ยงที่จะกล่าวถึง
ตอบโต้ข้อกล่าวหา “ไทยลากเส้นเขตแดนเอง”
สำหรับข้อกล่าวหาว่าฝ่ายไทยลากเส้นเขตแดนเองจากพิกัดหลักเขตที่คณะกรรมการสำรวจร่วมเคยตกลง โฆษก ทบ. ชี้ว่า เขตแดนทั้งแนวถูกกำหนดตามหลักสันปันน้ำและการเชื่อมต่อหลักเขต ซึ่งมีเอกสารยืนยันชัดเจนว่าพิกัดหลักเขตใดตรงกันหรือเห็นต่าง การลากเส้นเชื่อมต่อหลักเขตเป็นวิธีมาตรฐานที่ใช้ในพื้นที่ราบ ไม่ใช่การวาดเส้นขึ้นเอง
โดยเฉพาะพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้วและบ้านหนองจาน จ.สระแก้ว ฝ่ายไทยยืนยันว่าอยู่ในเขตไทยแน่นอน ไม่ใช่พื้นที่ทับซ้อน จึงต้องให้ชาวกัมพูชาย้ายออกตามประกาศจังหวัด
ไทยยึดสันติวิธี–เรียกร้องเคารพอธิปไตย
พลตรี วินธัย ย้ำว่า ข้อพิพาทไม่ใช่การปะทะระหว่างประชาชน แต่เกิดจากความไม่จริงใจและการเพิกเฉยแก้ไขของกัมพูชา ฝ่ายไทยยึดมั่นในแนวทางสันติวิธีและกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมเรียกร้องให้กัมพูชาเคารพอธิปไตยและบูรณภาพดินแดนไทยอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้ปัญหาลุกลามและสร้างความสับสนต่อสาธารณชนทั้งสองประเทศ







