
วันนอร์ ย้ำ ให้ฝ่ายค้านแก้ไขญัตติห้ามพาดพิงคนนอก กังวลจะผิดข้อบังคับ
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ย้ำฝ่ายค้านอภิปรายได้ แต่ต้องอยู่ในกรอบข้อบังคับของสภาฯ ชี้พาดพิงบุคคลภายนอกอาจก่อปัญหาทางกฎหมายและการประท้วง
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ให้ฝ่ายค้านกลับไปแก้ไขญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยระบุว่าฝ่ายค้านสามารถโต้แย้งได้ แต่ต้องมีเหตุผลที่ชัดเจนและนำส่งกลับมาเพื่อพิจารณา ซึ่งหลังจากนั้นจะมีการปรึกษากับฝ่ายกฎหมายต่อไป
สำหรับกรณีที่มีการระบุชื่อของนายทักษิณ ชินวัตร ในญัตติอภิปรายฯ ประธานสภาฯ ชี้แจงว่าข้อบังคับการประชุมกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า ห้ามกล่าวถึงบุคคลภายนอกโดยไม่จำเป็น ในกรณีนี้ไม่ใช่เพียงการกล่าวถึงธรรมดา แต่เป็นการบรรจุชื่อในญัตติอย่างชัดเจน ซึ่งอาจนำไปสู่การประท้วงวุ่นวายในสภา หากเกิดการฟ้องร้อง ประธานสภาฯ อาจต้องรับผิดชอบในฐานะผู้อนุญาตให้ญัตตินั้นเข้าสู่กระบวนการพิจารณา
ฝ่ายค้านยังสามารถอภิปรายได้ทุกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของรัฐบาลภายใต้กรอบข้อบังคับของสภาฯ แต่ต้องไม่ขัดต่อหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้
มีข้อสังเกตเกี่ยวกับหนังสือด่วนที่แจ้งให้ฝ่ายค้านแก้ไขญัตติ ซึ่งส่งออกไปหลังครบกำหนด 7 วัน อาจทำให้ประธานสภาฯ ไม่มีอำนาจสั่งแก้ไข ในประเด็นนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ ชี้แจงว่าการนับระยะเวลาจะเริ่มตั้งแต่วันรุ่งขึ้นหลังจากที่ฝ่ายค้านยื่นญัตติ โดยในกรณีนี้ ได้แจ้งนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านฯ ให้ทราบตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม ซึ่งยังอยู่ในกรอบ 7 วันตามข้อบังคับ ส่วนวันที่ 7 มีนาคม เป็นเพียงกระบวนการในขั้นตอนเอกสาร
ประธานสภาฯ ระบุว่า ในวันที่ 6 มีนาคม ได้เชิญผู้นำฝ่ายค้านฯ มารับทราบข้อมูลตามที่เจ้าหน้าที่รายงาน และมีการประชุมร่วมกับฝ่ายกฎหมายเพื่อขอให้แก้ไขในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพาดพิงบุคคลภายนอก จึงถือว่าฝ่ายค้านได้รับทราบอย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อฝ่ายค้านไม่นำญัตติกลับไปแก้ไข จึงมีการทำหนังสือแจ้งไปให้รับทราบอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร
การแจ้งให้แก้ไขญัตติสามารถกระทำได้ทั้งด้วยวาจาและผ่านเอกสาร ในกรณีนี้ฝ่ายค้านได้รับแจ้งล่วงหน้าก่อนครบกำหนดแล้ว
สำหรับข้อเสนอให้เชิญรัฐบาล ฝ่ายค้าน และคณะรัฐมนตรี (ครม.) มาหารือร่วมกัน นายวันมูหะมัดนอร์ ระบุว่า วิป 3 ฝ่ายมีหน้าที่หารือและตกลงกันในประเด็นอื่นๆ แต่ อำนาจในการบรรจุญัตติเป็นของประธานสภาฯ ซึ่งสามารถพิจารณาได้เองว่าจะบรรจุหรือไม่
การพิจารณาของประธานสภาฯ ไม่ได้เป็นการตัดสินใจโดยลำพัง แต่มีการรับฟังความคิดเห็นจากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น ฝ่ายกฎหมาย ข้อบังคับการประชุม เลขาธิการสภาฯ และนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง ซึ่งได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องญัตติและกระทู้ต่างๆ







