รัฐเอาจริง! ไฟเขียว พ.ร.ก.ปราบคอลเซ็นเตอร์ แบงก์-ค่ายมือถือ ร่วมรับผิดชอบ
รัฐบาลเร่งเครื่อง! อนุมัติร่าง พ.ร.ก. ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แบงก์-ค่ายมือถือ ต้องร่วมรับผิดชอบ คาดบังคับใช้ ก.พ. 68
ปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สร้างความเสียหายให้กับประชาชนไทยอย่างมหาศาล รัฐบาลจึงเร่งออกมาตรการป้องกันและปราบปรามอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ พ.ร.ก. ปราบคอลเซ็นเตอร์ เพื่อเพิ่มอำนาจให้เจ้าหน้าที่ในการจัดการกับปัญหาดังกล่าว
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม. เห็นชอบร่าง พ.ร.ก. ปราบคอลเซ็นเตอร์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตามที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดิจิทัล) เสนอ โดย พ.ร.ก. ฉบับนี้ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก. ฉบับเดิม พ.ศ. 2566 ซึ่งยังขาดอำนาจหน้าที่และการกำหนดโทษในหลายประเด็น
สาระสำคัญของ พ.ร.ก. ปราบคอลเซ็นเตอร์ฉบับเสนอแก้ไขเพิ่มเติม
- เพิ่มอำนาจการดำเนินการกับแพลตฟอร์ม P2P ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด
- เพิ่มหน้าที่ให้ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ ต้องระงับซิมที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด
- เพิ่มหน้าที่การส่งข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีม้าของธนาคารต่างๆ ไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อตรวจสอบและคืนเงินให้กับผู้เสียหายได้รวดเร็วมากขึ้น
- เพิ่มบทลงโทษแพลตฟอร์ม P2P รวมถึงธนาคารที่ไม่ปฏิเสธการเปิดบัญชีของคนร้าย
- เพิ่มบทลงโทษผู้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
- เพิ่มบทลงโทษให้สถาบันการเงิน เครือข่ายมือถือ สื่อสังคมออนไลน์ มีส่วนรับผิดชอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้น
ความเห็นของนายกรัฐมนตรีต่อ พ.ร.ก. ปราบคอลเซ็นเตอร์
นายกรัฐมนตรี ได้สอบถามถึงประสิทธิภาพของ พ.ร.ก. ในการจัดการกับปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ยืนยันว่า พ.ร.ก. นี้ เป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อรักษาความปลอดภัยสาธารณะและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ
ขั้นตอนหลังจากผ่านร่างพ.ร.ก. ปราบคอลเซ็นเตอร์
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ดิจิทัล รายงานว่า หลังจาก ครม. เห็นชอบ และมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว พ.ร.ก. จะมีผลบังคับใช้ทันที ซึ่งคาดว่าจะสามารถประกาศใช้ได้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2568
มาตรการอื่นๆ ในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์
นอกจาก พ.ร.ก. ไซเบอร์ แล้ว รัฐบาลยังมีมาตรการอื่นๆ ในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เช่น การทำงานร่วมกับต่างประเทศในการทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่มีฐานที่ตั้งบริเวณชายแดน โดยได้มีการนำเสนอเรื่องนี้ในการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านดิจิทัลครั้งล่าสุด ซึ่งทุกประเทศเห็นพ้องในการยกระดับความร่วมมือ เพื่อป้องกันและปราบปรามภัยคุกคามทางไซเบอร์ร่วมกัน


