
ศิริกัญญา อัดร่างงบ 67 ผิดพลาด ! หยัน "นี่หรือรัฐบาลที่หาเงินได้ ใช้เงินเป็น"
"ศิริกัญญา" ชี้นายกฯ บอกเศรษฐกิจวิกฤต แต่กลับเจองบกระตุ้นเศรษฐกิจทิพย์ ผิดพลาดทั้งตั้งงบรายจ่ายไม่พอ และประมาณการรายได้ พร้อมหยันรัฐบาลเศรษฐา "นี่หรือรัฐบาลที่หาเงินได้ ใช้เงินเป็น"
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 67 ว่า หากเราอยู่ในภาวะวิกฤตจริงๆ งบประมาณนี้จะเป็นตัวบอกว่าตอนนี้เราอยู่ในภาวะแบบใด และจะจัดสรรงบประมาณแบบใดเพื่อแก้วิกฤต ซึ่งหากดูรายงานภาวะเศรษฐกิจและการคลัง จะพบว่าเศรษฐกิจในปี 2566 จะโต 2.5% และปี 2567 จะโต 3.2% ดูอย่างไรก็ยังไม่วิกฤต แต่ในเล่มงบประมาณสำหรับประชาชนที่จัดทำโดยสำนักงบประมาณที่มีตัวเลขจีดีพี ที่โต 5.4% นี่เป็นผลการเติบโตของจีดีพี ที่ไม่รวมผลของเงินเฟ้อ เท่ากับรัฐบาลกำลังโกงสูตรเพื่อให้จีดีพีโต ซึ่งไม่มีประเทศไหนในโลกทำมาก่อน
ในปีที่เกิดวิกฤต เราจะทำงบประมาณขาดดุลเพิ่มขึ้น เพื่อให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ เพราะต้องมีการกู้ชดเชยรายได้ที่หายไป และใช้เม็ดเงินในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เมื่อดูงบขาดดุลปี 2567 และปีถัดไปจะพบว่าขาดดุลเท่ากันทุกปี เราจะเกิดวิกฤตต่อไปเรื่อยๆ จนถึงปี 2570 เลยหรือไม่ ทั้งที่พรรคเพื่อไทยเคยประกาศไว้ว่าจะทำงบประมาณให้สมดุลภายใน 7 ปี คือจะไม่กู้เลยสักปี
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวอีกว่า สิ่งที่เป็นโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจเรือธงของรัฐบาล คือดิจิทัลวอลเล็ต แพ็กเกจใหญ่ 5 แสนล้านบาท และเติมเงินกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอีก 1 แสนล้านบาท โดยนำเงินมาจาก 2 แหล่งคือ พ.ร.บ.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท และงบประมาณรายจ่ายอีก 1 แสนล้านบาท แต่งบดิจิทัลวอลเล็ตกลับไม่ปรากฏเลยสักบาท ส่วนกองทุนเพิ่มขีดความสามารถฯ กลับลดเหลือเพียง 15,000 ล้านบาทเท่านั้น เราจะยังสามารถเชื่ออะไรจากคำพูดของนายกรัฐมนตรีได้อีก ตนคิดว่า ตอนนี้รัฐบาลกำลังฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่พ.ร.บ.เงินกู้ฉบับนี้ ซึ่งมีความเสี่ยงสูงมาก หากไม่สามารถออก พ.ร.บ.ได้ เท่ากับงบกระตุ้นเศรษฐกิจ จะกลายเป็นงบกระตุ้นเศรษฐกิจทิพย์
พร้อมตั้งคำถามถึงบางโครงการ เช่น โครงการติดโซลาร์เซลล์ให้ที่ว่าการอำเภอ โครงการตัดถนนที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ว่ามีความวิกฤตเช่นไร จึงกระตุ้นเศรษฐกิจเช่นนี้ นอกจากนี้ ทุกครั้งที่เกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจ กระทรวงกลาโหมจะตัดลดงบของตัวเองลง เพื่อนำไปพยุงเศรษฐกิจของประเทศ แต่วิกฤตของนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ งบประมาณของกระทรวงกลาโหมกลับเพิ่มขึ้น 2% และยังมีมรดกที่รัฐบาลก่อนหน้าเป็นผู้ดาวน์ และรัฐบาลของนายเศรษฐาต้องผ่อนต่อ 2 ปีที่ผ่านมาถูกนำมาใช้เพื่อจ่ายในส่วนของรายจ่ายบุคลากร
ในปี 2567 รัฐบาลปัจจุบันกำลังจะทำผิดพลาดซ้ำรอย รวมถึงซอฟต์พาวเวอร์ 5,000 ล้านบาท และค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายที่ไม่ตั้งชดเชยไว้ ไม่มั่นใจว่าเป็นการสมรู้ร่วมคิดหรือไม่ พร้อมแสดงความกังวลถึงหนี้สาธารณะที่รัฐบาลบริหารงานมา 3 เดือนใช้เต็มเพดานแล้ว ไม่รู้ว่าในอนาคตจะผุดโครงการอะไรที่ทำให้รายได้รัฐหายไปอีกหรือไม่ แม้ตนไม่มีปัญหากับสิ่งที่รัฐบาลทำ แต่รายได้หายไป 1 แสนล้านบาทแล้ว
“สรุปแล้วร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ดิฉันไม่เห็นอะไรนอกจากเป็นบทพิสูจน์ว่า รัฐบาลนี้ไม่สามารถทำงานได้อย่างเป็นมืออาชีพ นี่หรือคือรัฐบาลที่สืบทอดชื่อเสียงกันมาว่าเก่งด้านเศรษฐกิจ ขึ้นชื่อเรื่องหาเงินได้ ใช้เงินเป็น แต่กลับผิดพลาดในการบริหารงบประมาณมากขนาดนี้ ทั้งตั้งงบไว้ไม่เพียงพอ ทั้งจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ประมาณการณ์รายได้ก็ผิดพลาดแบบไม่น่าให้อภัยและไม่คิดที่จะแก้ มุ่งแต่จะใช้กลไกนอกงบประมาณในการบริหารประเทศ ไม่สนใจภาระทางการคลัง และถึงเวลาที่ประชาชนคงต้องคิดใหม่กับฝีมือการบริหารราชการของพรรคเพื่อไทย” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว







