
ดร.ปกรณ์ ชี้ ทุกภาคส่วนได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี
ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA แสดงวิสัยทัศน์ในงาน THAILAND SPACE WEEK 2023 เผยความต่างเทคโนโลยีในอดีตเทียบปัจจุบัน ประชาชนเข้าถึงง่ายขึ้น สร้างโอกาสเกิดอาชีพใหม่
GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) จัดงาน THAILAND SPACE WEEK 2023 "FOSTERING GLOBAL VALUE CHAIN" เชื่อมไทยสู่อุตสาหกรรมอวกาศโลก ตั้งแต่วันที่ 25-27 ตุลาคม 2566 เวลา 09.00 – 17.00 น. ณ Plenary hall 1-2 ชั้น 1 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร
ในช่วงเวทีสัมนา Plenary I - Space-Derived Big Data: Transforming Policy into Action
เมื่อพูดถึงระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Geoinformatics) หรือ การนำเทคโนโลยีด้านการรับรู้จากระยะไกลอย่างดาวเทียมมาประยุกต์ใช้ในด้านต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาทางภูมิศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดในประเทศไทย ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA ให้ความเห็นว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นความเปลี่ยนแปลงใน 3 ภาคส่วนด้วยกัน
- ด้านเทคโนโลยี ที่ไม่ได้มีแค่การเก็บข้อมูลอย่างเดียวเหมือนในอดีต ปัจจุบันเรามี เทคโนโลยี IoT ที่สามารถเชื่อมโยงหรือส่งข้อมูลถึงกันได้ด้วยอินเทอร์เน็ตโดยไม่ต้องอาศัยการป้อนข้อมูล เรามี เทคโนโลยี Location Based Service (LBS) ที่สามารถบอกตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ได้ผ่านอุปกรณ์พกพา นี่คือการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่เห็นได้ชัดที่สุด
- ผู้มีส่วนได้เสีย ในอดีตประเทศไทยต้องพึ่งเงินทุนจากหน่วยงานของรัฐ แต่ตอนนี้เรามีพันธมิตรมากมายจากหลายประเทศที่ช่วยสนับสนุนด้านการใช้ข้อมูล ด้านการพัฒนาเทคโนโลยี การพัฒนา AI หรือ machine learning
- ด้านการประยุกต์ใช้งาน ที่สามารถนำไปใช้ได้ในหลายภาคส่วนมากขึ้น และไม่ได้จำกัดแค่เฉพาะหน่วยงานภาครัฐเหมือนในอดีต แต่ภาคประชาชนยังสามารถใช้งานได้ และได้รับประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นการติดตามค่าฝุ่นละออง PM 2.5 การติดตามพื้นที่ป่าที่สูญเสียไป การศึกษาพื้นที่ที่เคยเกิดอุทกภัยในอดีต
นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยียังมีประโยชน์ต่อการประเมินสถานการณ์ล่วงหน้าผ่านชุดข้อมูลแบบ Real-time ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ รวมถึงสร้างโอกาสให้เกิดอาชีพใหม่ในอนาคต







