ธปท.ห่วงเก็บค่าธรรมเนียมเบิกเงินสด

  • วันที่ 07 ธ.ค. 2561 เวลา 07:38 น.

ธปท.ห่วงเก็บค่าธรรมเนียมเบิกเงินสด

ธปท.ยันสมาคมธนาคารไทยยังไม่หารือเก็บค่าธรรมเนียมเบิกถอนเงินสดผ่านตู้เอทีเอ็มและหน้าเคาน์เตอร์ธนาคาร

นางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วย ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า สมาคมธนาคารไทยยังไม่มีการหารืออย่างเป็นทางการกับ ธปท.ในเรื่องของการเก็บค่าธรรมเนียม (ฟี) เบิกถอนเงินสดผ่านตู้เอทีเอ็มและหน้าเคาน์เตอร์ธนาคาร หากมีการเสนอมาในเบื้องต้นคิดว่า ข้อพิจารณาคงต้องดูความพร้อมของบริการการเงิน ทั้งในส่วนกลางและในส่วนภูมิภาค โอกาสและการเข้าถึงของประชาชนอย่าง เท่าเทียมและทั่วถึง

"เรื่องนี้มีประเด็นที่จะต้องพิจารณาและประเมินผลกระทบให้รอบคอบ เพราะมีรายละเอียดที่จะต้องพิจารณาเยอะมาก โดยเฉพาะทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยี" นางจันทวรรณ กล่าว

แหล่งข่าวจากสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า เรื่องนี้มีการหารือร่วมกันระหว่างสมาชิกของสมาคมธนาคารไทยและ ธปท.เป็นระยะ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบการชำระเงิน ไม่ได้เก็บค่าธรรมเนียมเพราะธนาคารต้องการกำไรมากขึ้น เช่นเดียวกับที่กระทรวงการคลังมีนโยบายคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับคนที่ใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตในช่วงเทศกาลตรุษจีน เพราะต้องการโปรโมทนโยบายอี-เพย์เมนต์

"ที่หารือกันมานานหลายปี คือ การทำอย่างไรจะลดการใช้เงินสดลง ซึ่งมีหลายแนวทางที่เสนอขึ้นมา แต่ก็ยังไม่มีแนวทางใดที่ ธปท.ตกลงให้ทำได้ ทางสมาคมก็หารือกันเป็นระยะ ที่มีการตกลงกันแล้ว คือ ลดจำนวนครั้งการถอนเงินสดผ่านเอทีเอ็มข้ามธนาคารฟรีโดยไม่เสียค่าธรรมเนียม จากปัจจุบันที่ให้ฟรี 5 ครั้ง เหลือ 2 ครั้ง เฉพาะลูกค้าใน กทม. ส่วนลูกค้าต่างจังหวัด ยังให้ 5 ครั้งเหมือนเดิม แต่ข้อตกลงนี้ก็ยังไม่มีการสรุปว่าจะใช้เมื่อไหร่" แหล่งข่าวเปิดเผย

แหล่งข่าวระบุว่า ปัจจุบันประชาชนไปใช้บริการที่เคาน์เตอร์สาขาธนาคาร ทำธุรกรรมฝากเงินมากกว่าถอนเงิน

ก่อนหน้านี้ นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวถึงกระแสข่าวเก็บค่าธรรมเนียมการเบิกถอนเงินสดผ่านตู้เอทีเอ็ม และหน้าเคาน์เตอร์ ว่า เรื่องนี้ ยังไม่จบ แต่ละคนให้ข้อมูลไม่ตรงกัน จนทำให้ประชาชนเกิดความสับสนและเข้าใจคลาดเคลื่อน ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องใหญ่ต้องรอให้ ธปท.ประมวลข้อมูลต่างๆ ออกมาก่อน แต่การดำเนินงานทุกอย่างจะต้องเป็นประโยชน์ต่อคนโดยรวม และลูกค้าธนาคารต้องได้รับผลกระทบน้อยที่สุด แต่จะได้ข้อสรุปเมื่อใดยังตอบไม่ได้ ขึ้นอยู่กับทาง ธปท.

ข่าวอื่นๆ