ตั้ง'ระเฑียร'คุมยาสูบ รื้อโครงสร้างครั้งใหญ่

  • วันที่ 28 ก.ค. 2561 เวลา 08:20 น.

ตั้ง'ระเฑียร'คุมยาสูบ รื้อโครงสร้างครั้งใหญ่

"อภิศักดิ์" ดัน "ระเฑียร" นั่งประธานบอร์ด กยท.ปรับการบริหารงานครั้งใหญ่ รับการปรับเพิ่มขึ้นภาษีรอบใหม่ปีหน้า

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ล่าสุดได้เห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการการยาสูบแห่งประเทศไทย (กยท.) ชุดใหม่ โดยให้นายระเฑียร ศรีมงคล ประธานบริษัท บัตรกรุงไทย (เคทีซี) เป็นประธานกรรมการ กยท. คนใหม่

"นายระเฑียร ถือเป็นผู้บริหารเงินที่มีความสามารถและใกล้ชิดกับนายอภิศักดิ์ ซึ่งก่อนหน้านี้นายอภิศักดิ์ เคยผลักดันให้นั่งเป็นกรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทย แต่นายระเฑียร นั่งเป็นผู้บริหารประธานบริษัท บัตรกรุงไทย ซึ่งเป็นบริษัทลูกของธนาคารกรุงไทย ทำให้ขัดคุณสมบัติเป็น ไม่ได้ตามระเบียบของกระทรวงการคลัง ซึ่งการที่นายอภิศักดิ์ ผลักดันให้นายระเฑียร มานั่งเป็นประธาน กยท. ครั้งนี้ ถือเป็นเรื่องไม่ง่ายและต้องใช้ความพยายามอย่างมาก" แหล่งข่าวระบุ

ทั้งนี้ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ต้องการให้นายระเฑียร เข้าไปแก้ไขปัญหาการดำเนินการของ กยท. เป็นการเร่งด่วน หลังจากแปลงสภาพเป็นนิติบุคคล และที่ผ่านมามีการปรับเพิ่มอัตราภาษีบุหรี่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ยอดขายบุหรี่ลดลง จนทำให้ผลกำไรที่เคยมีจำนวนมากกลายเป็นขาดทุนในอนาคต

อย่างไรก็ตาม นายอภิศักดิ์ เชื่อว่า กยท.ยังมีศักยภาพที่จะแข่งขันได้ แต่ที่ผ่านมาฝ่ายบริหารยังปรับตัวช้า และกดดันให้คลังแก้ไขกฎหมายสรรพสามิตให้กลับไปเก็บภาษีแบบเดิม หรือขยายเวลาการขึ้นภาษีรอบใหม่ไปโดยไม่มีกำหนด ซึ่งนายอภิศักดิ์ ไม่เห็นด้วยจึงได้มีการขอ ครม. เปลี่ยนคณะกรรมการใหม่ทั้งชุด และส่งนายระเฑียร เข้าไปเป็นประธานเพื่อดูเรื่องการปรับโครงสร้างการบริหารงาน การบริหารทางการเงินและการบริหารการตลาดของ กยท.ทั้งหมด

ปัจจุบันอัตราภาษีบุหรี่เก็บตามปริมาณ 1.20 บาท/มวน และตามมูลค่า 20% สำหรับบุหรี่ราคาซองละไม่เกิน 60 บาท และ 40% สำหรับบุหรี่ที่ราคาเกินซองละ 60 บาท และในวันที่ 1 ต.ค. 2562 จะเก็บตามมูลค่าเป็นอัตราเดียวกันหมดที่ 40% ซึ่งหาก กยท.ไม่เร่งปรับโครงสร้างการบริหาร การเงิน และการตลาดเสียใหม่ตั้งแต่วันนี้จะทำให้เกิดปัญหาขึ้นในอนาคต

นอกจากนี้ กยท.ได้แจ้งผลการดำเนินงานปี 2560 มีกำไร 9,000 ล้านบาท และคาดว่าในปี 2561 จะขาดทุน 1,500 ล้านบาท แต่ผลประกอบการจริงในรอบครึ่งปีแรกของปีงบประมาณ 2561 มีกำไร 588 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 88% ที่มีกำไร 4,723 ล้านบาท โดย กยท. มีส่วนแบ่งการตลาดถึง 60% แต่กำไรต่อซองลดลง จากเดิม 7 บาท เหลือเพียง  10  สตางค์

ทั้งนี้ ล่าสุด กยท.ยังได้ทำเรื่องขอคลังจ่ายโบนัสให้กับพนักงานสำหรับผลการดำเนินงานปี 2560 จำนวน 4 เดือน หลังจากที่ยอมรับซื้อใบยาสูบจากชาวไร่ ตามที่กระทรวงการคลังสั่งเพื่อไม่ให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ กยท.ประกาศไม่รับซื้อ

ด้าน นายกฤษณ์ ผาทอง นายกสมาคมผู้บ่มผู้เพาะปลูกและผู้ค้าใบยาสูบเชียงใหม่ กล่าวว่า หากภายในสิ้นเดือนนี้ กยท.ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการซื้อใบยาสูบจากชาวไร่ ทางตัวแทนจะรวมตัวกันเพื่อขอพบผู้บริหาร กยท. เพื่อขอคำชี้แจงในเรื่องดังกล่าว เพราะจะต้องเริ่มกระบวนการเพาะปลูกแล้ว

ข่าวอื่นๆ