ปลูกนิสัยเสียภาษีให้เด็ก งานใหม่สรรพากร

  • วันที่ 27 ก.ค. 2553 เวลา 05:29 น.

...ทีมข่าวการเงิน

กรมสรรพากรรู้ซึ้งถึงปัญหาการเก็บภาษีเป็นอย่างดีว่า การเก็บภาษีไม่ได้ อันดับหนึ่งมาจากการหลีกเลี่ยงการเสียภาษีของผู้เสียภาษี

ปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องที่ยากจะแก้ไข แม้ว่ากรมสรรพากรจะมีระบบการตรวจสอบภาษีที่ดีเยี่ยมเท่าใดก็ตาม ก็ยังมีผู้หลีกเลี่ยงเสียภาษีให้ประเทศอยู่ร่ำไป

ทางออกที่จะแก้ไขได้ คือ การสร้างจิตสำนึกที่ดีให้กับผู้เสียภาษีให้เสียภาษีให้ถูกต้องครบถ้วน ซึ่งการสร้างจิตสำนึกที่ดี คือ การสร้างจิตสำนึกตั้งแต่เด็ก แม้ว่ายังไม่เป็นวัยที่ต้องเสียภาษี แต่ก็ถูกปลูกฝังว่าในอนาคตเมื่อโตขึ้นมีรายได้ ต้องเป็นคนดีเสียภาษีให้ชาติเพื่อไปพัฒนาประเทศ

กรมสรรพากรจึงผุดโครงการ สโมสรภาษี เด็กดีทั่วไทย (RD Youth Club)ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 2 ที่เริ่มทำโครงการนี้มา

สำหรับกิจกรรมสร้างสรรค์สังคม สโมสรภาษี เด็กดีทั่วไทย (RD Youth Club) ปี 2 ภายใต้แนวคิด เด็กทั่วไทย ใส่ใจหน้าที่ โตขึ้นเป็นคนดี เสียภาษีให้ชาติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับภาษี

รวมทั้งปลูกฝังให้เยาวชนเกิดทัศนคติและค่านิยมที่ดีในการทำหน้าที่พลเมืองดี เสียภาษีอย่างถูกต้อง โดยใช้ละครเวที เกม และกิจกรรมต่างๆ เป็นสื่อกลางในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งละครเวทีจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่ดีเกี่ยวกับการเสียภาษี สื่อให้ตระหนักรู้ว่าภาษีอากรที่เสียไปนั้นจะนำกลับคืนสู่ประเทศชาติในรูปแบบของสาธารณูปโภคต่างๆ

วินัย วิทวัสการเวช อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า ปัจจุบันเราจะเห็นข่าวว่ามีผู้ใหญ่หลีกเลี่ยงภาษีในรูปแบบต่างๆ ทำให้ประเทศชาติเกิดความเสียหาย ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีสำหรับเด็กและเยาวชน กรมสรรพากรเชื่อว่าการจะแก้ปัญหาดังกล่าวให้หมดไปจากประเทศได้นั้น จะต้องเริ่มต้นปลูกฝังคุณธรรมและจิตสำนึกรับผิดชอบต่อประเทศกันตั้งแต่วัยเด็ก

โครงการสโมสรภาษี เด็กดีทั่วไทย (RD Youth Club) จึงมีแนวความคิดที่จะช่วยปลูกฝังความสำนึกรับผิดชอบและรู้หน้าที่ของพลเมืองที่ดีให้กับเยาวชนตั้งแต่ระดับประถมศึกษา ซึ่งเป็นวัยที่กำลังเติบโตและกำลังเรียนรู้สิ่งต่างๆ เมื่อโตขึ้นจะได้เป็นพลเมืองที่ดีของประเทศ มีคุณธรรม มีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อประเทศ ไม่หลีกเลี่ยงการเสียภาษี ไม่คดโกงประเทศชาติ

ทั้งนี้ กิจกรรมสโมสรภาษี เด็กดีทั่วไทย (RD Youth Club) ปีที่ 1 ในปีที่ผ่านมาได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีทั้งจากเด็กนักเรียน ครู และผู้ปกครอง ในปี 2553 ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 2 กรมสรรพากรจึงได้ขยายขอบเขตโครงการเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา โดยจะทำกิจกรรมเพื่อส่งเสริมค่านิยมที่ดีให้กับเด็กนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1–6 จำนวนรวมทั้งสิ้นกว่า 4,000 คน จาก 6 โรงเรียนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ได้แก่ โรงเรียนวิชูทิศ โรงเรียนพิบูลอุปถัมภ์ และโรงเรียนอัมพรไพศาล

สำหรับกิจกรรม สโมสรภาษี เด็กดีทั่วไทย (RD Youth Club)ปี 2 ซึ่งกรมสรรพากรจะเดินสายไปจัดกิจกรรมให้เด็กๆ ได้สนุกสนานกันนั้น ประกอบด้วย กิจกรรม Walk Rally นิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับภาษี พร้อมด้วยกิจกรรม On Stage เพื่อให้ความรู้ สร้างทัศนคติที่ดีผ่านกิจกรรมละครเวทีเรื่อง ผู้กล้าตะลุยเมืองใต้ทะเลรวมทั้งการพบปะ พูดคุย และร่วมเล่นเกมกับดารารับเชิญ 2 ท่าน คือ น้องซูซี่สุษิรา แอนจิลีน่า นางเอกขวัญใจเยาวชน และน้องนนท์ภูดิศ สุริยวงศ์ ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีในการเสียภาษีให้กับเด็กๆ

นอกจากนี้ กรมสรรพากรยังได้จัดให้มีกิจกรรม เที่ยวให้ทั่ว ทัวร์รอบบ้านสรรพากรซึ่งเป็นกิจกรรมสร้างเสริมประสบการณ์ที่ดีระหว่างเด็กๆ กับกรมสรรพากร โดยจะนำเด็กนักเรียนจำนวน 120 คน จาก 6 โรงเรียน เข้าร่วมกิจกรรมที่กรมสรรพากร อาทิ เที่ยวชมกรมสรรพากร การแข่งขันประกวดสุนทรพจน์ ร่วมสนุกกับการพับกระดาษแบบโอริกามิ และชมมินิคอนเสิร์ตของนักแสดงจากละครน้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์

วินัย กล่าวว่า กรมได้เตรียมกิจกรรมไว้หลากหลายให้เหมาะกับวัยของเด็กและเยาวชนตั้งแต่ระดับประถม มัธยม และอุดมศึกษา

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเพื่อให้เข้าถึงประชาชนทั่วไปด้วย เหตุผลที่เน้นระดับเด็กและเยาวชน เพราะคนกลุ่มนี้ในอนาคตเขาจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่วัยทำงาน จะได้ซึมซับความรู้สึกดีๆ ว่าสิ่งอำนวยความสะดวก ถนนหนทาง รถไฟฟ้า การเข้าถึงระบบการรักษาพยาบาล โรงเรียนได้รับการพัฒนา เงินที่นำมาพัฒนาเป็นเงินมาจากภาษีที่เก็บเกือบทั้งสิ้น จึงอยากให้สถานศึกษาช่วยปลูกฝังให้เด็กเสียภาษีเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ด้วย

ก็ต้องถือว่าเป็นโครงการที่ดีที่กรมสรรพากรดำเนินการ เพราะเป็นการลงทุนสร้างถนนภาษีตั้งแต่ต้นทาง มีการสร้างความรู้ความเข้าใจ และจิตสำนึกในการเสียภาษีตั้งแต่ยังเป็นเด็ก

กรมสรรพากรคาดหวังกับโครงการนี้ว่าจะไม่เพียงแต่สร้างจิตสำนึกแก่เด็กที่เข้าโครงการเสียภาษีเท่านั้น แต่จะมีผลจากเด็กที่เข้าโครงการไปขยายต่อให้กับคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว เพื่อนฝูง คนรู้จัก ให้มีจิตสำนึกในการเสียภาษีให้ถูกต้องด้วย ถือว่าได้ผลทวีคูณ

ยิ่งโครงการนี้มีต่อเนื่องต่อไป ผลก็จะยิ่งพอกพูนมากขึ้นทุกปี จนถึงวันที่เป็นคนหนุ่มคนสาว ซึ่งผู้ที่ได้ประโยชน์มากที่สุดคือประเทศจะได้มีเงินไปพัฒนาด้านต่างๆ อย่างเพียงพอ

และคนที่ได้ประโยชน์ตามมาหนีไม่พ้นกรมสรรพากร ที่ต่อไปไม่ต้องเหนื่อยไล่ตามจับคนที่ไม่ยอมเสียภาษี หรือว่าเสียภาษีไม่ครบถ้วน สามารถนำทรัพยากรไปทุ่มเทการพัฒนาการเก็บภาษีด้านอื่นๆ อีกมาก

เพราะอย่างที่ทราบกันว่า แม้ว่าในปีงบประมาณ 2553 ช่วง 9 เดือน ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2552มิ.ย. 2553 กรมสรรพากรเก็บภาษีได้ 8.8 แสนล้านบาท มากกว่าประมาณการถึง 8.5 หมื่นล้านบาท

อย่างไรก็ดี ยังพบว่ามีผู้ที่เลี่ยงภาษี ไม่ยอมเสียภาษีให้ถูกต้อง ซึ่งอาจมีทั้งที่เจตนากับผู้ที่ไม่รู้ ซึ่งตรงนี้กรมสรรพากรพยายามประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เขารู้ว่าตั้งใจเลี่ยงภาษีจะมีโทษทางอาญา จำคุกไม่เกิน 7 ปี ซึ่งไม่คุ้มกัน และทางกรมสรรพากรก็ไม่ต้องการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะไม่มีใครได้ประโยชน์ ประเทศก็ไม่ได้เงิน ประชาชนก็ต้องมาติดคุก

นอกจากนี้ การขยายฐานภาษีเป็นอีกหนึ่งแรงกดดันของกรมสรรพากรที่ต้องทำนโยบายเชิงรุก เพราะปัจจุบันฐานภาษีบุคคลธรรมดาประมาณ 10 ล้านราย ฐานภาษีนิติบุคคลประมาณ 4 แสนราย เริ่มที่จะขยายฐานยาก ส่วนหนึ่งเนื่องจากมีการหลีกเลี่ยงของประชาชนที่มีรายได้ และผู้ประกอบการรายย่อยไม่ยอมเข้ามาในระบบภาษีที่ถูกต้อง ทำให้การขยายฐานภาษีในช่วงหลังเป็นไปค่อนข้างช้า

ที่สำคัญ ฐานภาษีที่เพิ่มขึ้นก็เกิดจากการต้องส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบผู้ที่ยังไม่เข้าระบบภาษีให้เข้ามาอยู่ในระบบภาษี ซึ่งแน่นอนว่าการดำเนินการดังกล่าวสร้างความรู้สึกไม่ดีให้กับผู้เสียภาษีกับผู้เก็บภาษี เพราะเป็นการเสียภาษีจากการที่ถูกบังคับ ไม่ได้สมัครใจที่เกิดจากจิตสำนึกว่าเมื่อมีรายได้ก็ต้องเสียภาษีให้ถูกต้อง

ดังนั้น การสร้างความเข้าใจตั้งแต่เด็กจะช่วยลดปัญหาของผู้หลีกเลี่ยงภาษีในอนาคตได้มาก เพราะไม่ว่าเขาจะออกไปทำอาชีพมีรายได้ส่วนตัว หรือประกอบการ ทำกิจการ เขาก็พร้อมที่จะก้าวสู่การเสียภาษีให้ถูกต้อง

อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แม้ว่าจะดำเนินการเป็นปีที่ 2 และได้เสียงตอบรับเป็นอย่างดี แต่โครงการนี้ต้องมีการสานต่อที่ต่อเนื่อง รวมถึงต้องขยายไปถึงกลุ่มอื่นที่ไม่ใช่เยาวชนเพียงอย่างเดียว

ซึ่งที่ผ่านมากรมสรรพากรก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มีการทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้เสียภาษีกลุ่มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้มีรายได้จากอาชีพอิสระ เช่น ดารา หมอ ให้มีการเสียภาษีให้ถูกต้อง

นอกจากนี้ ในส่วนของผู้ประกอบการก็มีการสร้างแรงจูงใจในการเข้ามาอยู่ในระบบภาษีให้ถูกต้อง เช่น การเข้ามาในระบบภาษีและจะไม่มีการสอบภาษีย้อนหลัง เพื่อให้เกิดการเริ่มต้นเดินไปด้วยกัน ก็ได้รับเสียงการตอบรับเป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม การเก็บภาษีของกรมสรรพากรเป็นหน้าที่ที่ไม่มีวันสิ้นสุด เพราะแต่ละวันล้วนมีผู้เสียภาษีใหม่เกิดขึ้นทุกวัน แต่ผู้เสียภาษีเหล่านั้นไม่ได้เข้ามาอยู่ในระบบภาษีทั้งหมดอย่างที่ควรจะเป็น

จึงเป็นงานหนักของกรมสรรพากรที่ต้องสร้างกลยุทธ์ทุกวิถีทาง ทั้งไม้แข็งไม้อ่อน ทั้งขู่ทั้งปลอบ เพื่อให้ผู้เสียภาษีเข้ามาอยู่ในระบบมากที่สุด

ซึ่งหนึ่งในมาตรการนั้นก็คือ การแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นทางตามโครงการปลุกจิตสำนึกในกลุ่มเด็กและเยาวชน เพราะหากทุกคนโตขึ้นเป็นผู้เสียภาษีที่ดี กรมสรรพากรก็งานเบาไปอีกมาก และประเทศชาติก็ได้ประโยชน์จากจิตสำนึกที่ดีของผู้เสียภาษีอย่างมหาศาล

ข่าวอื่นๆ