INTUCHน่าสนกว่าADVANC

  • วันที่ 04 ก.ค. 2556 เวลา 21:37 น.

INTUCHน่าสนกว่าADVANC

โดย...บล.ทิสโก้ และ บล.กรุงศรี

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ ได้พาผู้บริหารบริษัทในกลุ่มสื่อสารไปนำเสนอข้อมูลต่อนักลงทุน (โรดโชว์) ที่สหรัฐอเมริกาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีประเด็นดังนี้

กังวลแข่งขันด้านราคา

ถึงแม้ว่านักลงทุนของสหรัฐจะมีมุมมองในเชิงบวกต่อกลุ่มสื่อสาร แต่มีความกังวลด้านสงครามราคา แต่จากข้อจำกัดด้านการใช้ข้อมูลและส่วนแบ่งการตลาดของลูกค้าประเภทรายเดือน ข้อจำกัดด้านงบดุลของบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) จะช่วยจำกัดโอกาสในการแข่งขันด้านราคา ในขณะที่ความเสี่ยงด้านอุปกรณ์ที่ไม่สมควรนำมาเป็นส่วนลด โดย บล.ทิสโก้ เชื่อว่าผู้บริโภคระดับกลาง-ล่าง ของไทยจะเปลี่ยนไปใช้อุปกรณ์ 3G ในช่วง 2 ปีข้างหน้า หลังจากที่ราคาอุปกรณ์ในปัจจุบันเริ่มต้นที่เพียง 3,000 บาทเท่านั้น

ราคาแพง

นักลงทุนมีความกังวลในด้านราคาหุ้นของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) ที่เพิ่มขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ราคามีโอกาสเพิ่มขึ้นน้อยลง จากมูลค่าที่เหมาะสม 315 บาท ทำให้บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น (INTUCH) มีความน่าสนใจมากกว่า และมีส่วนลดเมื่อเทียบมูลค่าของ ADVANC และบริษัท ไทยคม (THCOM)

นักลงทุนมีมุมมองที่หลากหลายในด้านจุดคอขวด ซึ่งมีปัจจัยลบ 3 ปัจจัยจากคาดการณ์ประการแรก ความต้องการการใช้ข้อมูลที่อาจต่ำกว่าคาด (เพิ่มขึ้น 8 เท่าในช่วงปี 2555-2559) จากการที่ผู้ใช้บริการอาจปิดการใช้ข้อมูลประการที่สอง และหากปริมาณของมือถือมากกว่าความต้องการจะทำให้แพ็กเกจในระดับบนขายยากขึ้น เนื่องจากคุณภาพของระบบที่ยังไม่ดีพอ

ประการที่สาม ในกรณีที่ ADVANC ประสบความสำเร็จในการขายผลิตภัณฑ์ (เนื่องจากการลงทุน 7 หมื่นล้านบาท เพื่อพัฒนาคุณภาพระบบ) อาจทำให้บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) เพิ่มเงินลงทุนเพื่อพัฒนาระบบเช่นกัน ซึ่งจะทำให้เกิดสงครามการลงทุน และมีนักลงทุนบางรายมองว่า จากข้อจำกัดด้านข้อมูล อาจทำให้ผู้ประกอบการ WiFi/Broadband เช่น บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) ได้รับประโยชน์จากการใช้บริการด้านข้อมูลที่เพิ่มขึ้น

นักวิเคราะห์ บล.กรุงศรี คงคําแนะนํา “ขาย” ADVANC และเปลี่ยนไปซื้อหุ้นบริษัทแม่ INTUCH ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า แม้ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการจากการเติบโตของตลาด ที่ไม่ใช่เสียง โดยคาดผลประกอบการในปี 2556 ยังเติบโต 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และปรับเพิ่มประมาณการผลประกอบการตั้งแต่ปี 2557 เพิ่มขึ้น 6-12% จากการปรับสมมติฐานการโอนย้ายลูกค้า 3G ที่เร็วขึ้นใน 3 ปีข้างหน้าอย่างไรก็ตาม มองว่าราคาหุ้นได้สะท้อนประเด็นบวกดังกล่าวไปแล้ว

ทั้งนี้ คาดกําไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2556 ยังเติบโต 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้บันทึกต้นทุน 3G เพิ่มขึ้น

“เราคาดว่ากําไรสุทธิในไตรมาส 2 ที่ 9,300 ล้านบาท (-6% จากไตรมาสแรก +7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน) โดยมีปัจจัยสนับสนุนดังนี้

ประการแรก คาดว่ารายได้ไม่รวมค่าเชื่อมโยงโครงข่าย (IC) ที่ 3.3 หมื่นล้านบาท ลดลง 2% จากไตรมาสแรก ตามปัจจัยฤดูกาล ในขณะที่ปรับเพิ่มขึ้น 8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยผลบวกจากรายได้จากการใช้บริการด้านข้อมูล (Non-voice) ที่ยังเติบโตราว 30% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนช่วยชดเชยรายได้จากการบริการเสียงที่ปรับลดลง

ประการที่สอง ในด้านประสิทธิภาพในการทำกำไรลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสแรก โดยมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคา (อีบิตดา) ที่ 43% ลดลงจากไตรมาสก่อนที่ 43.5% จากต้นทุน 3G ที่เพิ่มขึ้น หลังจากที่เริ่มบันทึกค่าใช้จ่าย 3G คลื่น 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ตั้งแต่เดือน พ.ค. ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายในการลงทุนโครงข่ายและค่าใช้จ่ายการตลาด คาดปี 2556 ยังเติบโตจากตลาด Non-voice

“เราคาดว่ากําไรสุทธิปี 2556 เติบโต 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หลักๆ มาจากรายได้ตลาด Non-voice ที่คาดว่ายังเพิ่มราว 30% จากปีก่อนคิดเป็นสัดส่วน 27% ของรายได้จากการดำเนินงาน”

ในด้านประสิทธิภาพในการทํากําไรทั้งปี บล.กรุงศรี คาดว่าปรับตัวดีขึ้น แม้ว่าบริษัทจะมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการขยายโครงข่าย 3G บนคลื่นความถี่ใหม่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ซึ่งจะเริ่มบันทึกค่าตัดจําหน่ายตั้งแต่ในไตรมาส 2 แต่คาดว่าจะถูกชดเชยด้วยผลของขนาดรายได้ที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนสัมปทานภายใต้ใบอนุญาตใหม่ที่ลดลงอย่างมีนัยจากปัจจุบันที่ 24.7% เหลือ 5.25% และอัตราภาษีจ่ายที่ลดลงจาก 23% เหลือ 20%

ทั้งนี้ ได้ปรับเพิ่มประมาณการกําไรตั้งแต่ปี 2557 และเพิ่มประมาณการกำไรในปี 2557 เพิ่มขึ้น 6% และปรับเพิ่มกำไรตั้งแต่ปี 2558 เพิ่มขึ้น 12% จากการปรับสมมติฐานการโอนย้ายลูกค้า 3G คลื่น 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ในช่วง 3 ปีข้างหน้าเร็วขึ้น 70% เป็น 80% ภายในปี 2558

ข่าวอื่นๆ