เมื่ออยากกู้วันนี้ แต่สิ่งที่เราทำไว้ในอดีตจะตามมาให้แก้ไข

  • วันที่ 22 เม.ย. 2562 เวลา 07:00 น.

เมื่ออยากกู้วันนี้ แต่สิ่งที่เราทำไว้ในอดีตจะตามมาให้แก้ไข

การแก้ไขปรับสถานะเครดิตบูโรไม่ใช่เรื่องยาก โดยผู้มีปัญหาสามารถแจ้งเครดิตบูโรให้ปรับให้ถูกต้องได้ โดยบริษัทจะแจ้งผลให้ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอ

****************

เศรษฐกิจคิดง่ายๆ (ดิจิทัล) ตอนที่ 3/2562 โดย...สุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ เครดิตบูโร

"เนื่องจากเราชำระหมดกับเจ้าหนี้ที่รับซื้อหนี้ของเราจากธนาคารแล้ว แต่สถานะเราในรายงานเครดิตบูโรยังเป็น​ 42 อยู่ อยากจะทำการแก้ไขสถานะเป็นปิดบัญชีได้ไหม โดยการส่งแฟ็กซ์ เอกสารไปทำการแก้ไขได้ไหม​ ตอนนี้เราอยากจะกู้ซื้อบ้าน​เรารู้ตัวแล้วว่า​ สิ่งที่เราทำไปในอดีตในการไม่ชำระหนี้มันเป็นอย่างไร เราอยากได้โอกาสแก้ตัว​ ช่วยบอกเราหน่อยว่าต้องทำอย่างไร"

ข้อความลักษณะนี้ได้หลั่งไหลเข้ามาที่แผนกรับเรื่องการ ให้บริการลูกค้าของเครดิตบูโรเป็นจำนวนมาก​ ในช่วงที่ทางการมีโครงการช่วยเหลือผู้คนให้ได้สินเชื่อบ้าน​ ขณะเดียวกันในช่วงไตรมาสที่สี่ของปีที่แล้ว (2561) ต่อเนื่องมาจนถึงไตรมาสที่หนึ่งของปีนี้ (2562) ก็เป็นไปอย่างต่อเนื่องเหตุ เพราะมาตรการควบคุมสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ (LTV) ผ่านการกำหนด​ของธนาคารแห่งประเทศไทยกำลังจะเริ่มต้นในเดือนเมษายน​ 2562​ ผมจึงอยากใช้โอกาสนี้อธิบายและทำความเข้าใจดังนี้ครับ

1. สถานะ 42 คือ การโอนขายหนี้ให้กับนิติบุคคลผู้รับโอนหนี้ พิจารณาได้ 2 แบบ แบบที่ 1 จ่ายชำระปกติ ไม่ค้างชำระ แบบที่ 2 ค้างชำระ หรือ NPLหมายถึงการที่ตัวเจ้าของข้อมูลที่เป็นลูกหนี้​ ไม่ได้ชำระหนี้ในบัญชีสินเชื่อ​ แน่นอนว่าต้องเป็นการค้างชำระที่ต่อเนื่อง​ ยาวนานพอควร​ และเป็นบัญชีหนี้เสีย (NPL​ Account)​ เรียกได้ว่าเจ้าหนี้ตามจนอ่อนอกอ่อนใจ เช่น​ ค้างชำระเกิน​ 180 วัน​ ค้างชะระเกิน​ 300 วัน​ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม​ เมื่อไม่ชำระหนี้​ สัญญาไม่เป็นสัญญา​ ผลตามมาคือการเสียความน่าเชื่อถือในเรื่องวินัยทางการเงินและเสียความน่าเชื่อถือหากจะพยายามก่อหนี้ใหม่อีกครั้ง​ นานๆ เข้าเจ้าหนี้สถาบันการเงินดังกล่าวก็ขายบัญชีลูกหนี้นั้นออกไปให้กับนิติบุคคลที่รับซื้อหนี้มาบริหารต่อไม่ว่าจะเป็นการตามหนี้​ การฟ้องให้ชำระหนี้​ เพราะเมื่อเขาซื้อสิทธิเรียกร้องมาแล้วเขาก็ต้องหาตัวลูกหนี้ให้เจอ​ เจรจาให้

2. ทีนี้พอจะไปยื่นขอกู้ที่ใหม่โดยยังไม่ได้ตามไปชำระเจ้าหนี้คนใหม่ที่ซื้อหนี้ของเรามันก็เป็นปัญหาสิว่า​ เราเป็นคนอย่างไร​ คนที่กำลังพิจารณาคำขอของเราก็คิดในทางลบไว้ก่อนว่า​ ถ้าสถานะยังเป็น​ 42 ก็ต้องถือว่าเป็นหนี้ค้าง​ เป็นหนี้เสีย​ และยังไม่มีการชำระหนี้​ เขาคงทำใจลำบากที่จะอนุมัติเงินกู้ใหม่ที่เรากำลังยื่นขอในเวลานี้

3. ทางแก้คือต้องไปชำระหนี้กับเจ้าหนี้คนใหม่ที่ซื้อหนี้ของตัวเราจากธนาคารหรือเจ้าหนี้คนเก่า​ แล้วเอาเอกสารยืนยันการชำระหนี้ที่เรียกภาษาชาวบ้านว่า​ "ใบปิดหนี้" มาแสดงกับสถาบันการเงินคนที่เรากำลังยื่นขอกู้ในปัจจุบัน​ เพื่อยืนยันว่า​ ฉันได้ชำระหนี้ที่ค้างไว้นานแล้วนะ​ ฉันชำระไปเมื่อไหร่​ นานแล้วหรือยัง​ และชำระไปด้วยจำนวนเท่าใด​ คนที่กำลังพิจารณาคำขอของเราจะเชื่อไม่เชื่อ​ เราก็บังคับเขาไม่ได้

4. จากนั้นท่านควรติดต่อเครดิตบูโรครับ​ ติดต่อทำไม​ ติดต่อเพื่อขอปรับสถานะจาก​ 42​ ไปเป็​น​ 43 สำหรับบัญชีนั้น​ เพื่อเป็นการบ่งบอกชัดๆ ในระบบว่า​ บัญชีที่เราค้างชำระ​ ไม่จ่ายหนี้​ ถูกขายออกไป​ เราได้ตามไปชำระหนี้จนหมดสิ้นแล้ว​ ไม่มีหนี้ต่อกันแล้ว​ จริงแท้แล้วคือการเอาเงินไปปิดยอดหนี้​ ปิดบัญชีเจ้าปัญหากับเจ้าหนี้คนที่รับซื้อหนี้ไปนั่นเอง​ เวลาที่คนพิจารณาสินเชื่อเข้ามาดูข้อมูลในระบบก็จะเชื่อถือได้ว่า​ ตัวเราได้ชำระหนี้ที่เป็นประเด็นปัญหาหมดไปแล้ว

5. เมื่อเครดิตบูโรได้รับคำขอและเอกสารที่ ถูกต้อง ครบถ้วนแล้ว บริษัทจะดำเนินการประสานงานตรวจสอบกับสถาบันการเงิน คนที่ขายหนี้ว่าขายจริง​ คนที่รับชำระหนี้ว่าได้รับชำระจริง และเมื่อได้รับคำชี้แจงจากสถาบันการเงินแล้ว บริษัทจะแจ้งผลให้เราได้ทราบ (ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน) ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอของเราตามที่กฎหมายกำหนด

6. เอกสารที่ต้องการกรณีที่ตัวเรามีความประสงค์ ยื่นคำขอแก้ไขรหัสสถานะบัญชี (เนื่องจากได้ชำระหนี้ให้แก่นิติบุุคคลผู้รับโอนหนี้เสร็จสิ้นแล้ว) เครดิตบูโรขอสงวนสิทธิ์ในการรับเรื่อง โดยจะรับเป็นเอกสารต้นฉบับเท่นั้น ทั้งนี้ตัวเราสามารถยื่นคำขอแก้ไขรหัสสถานะบัญชี พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องด้วยตนเอง หรือ จัดส่งเอกสารมาทางไปรษณีย์ลงทะเบียนซึ่งเอกสารประกอบด้วย

1. แบบคำขอแก้ไขรหัสสถานะบัญชี กรอกรายละเอียดให้ครบถ้วน สามารถ​ Download จาก​ www.ncb.co.th

2. สำเนาบัตรประชาชน ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง

3. สำเนาหนังสือยืนยันการชำระหนี้ปิดบัญชี ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง

4. สำเนาใบเปลี่ยน ชื่อ-นามสกุล ในกรณีที่มีการเปลี่ยน ชื่อ-นามสกุล ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง

จ่าหน้าถึง บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ส่วนรับเรื่องร้องเรียน เลขที่ 63 ชั้น 2 อาคาร 2 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สำนักงานใหญ่ ถ.พระราม 9 เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310 นะครับ​

เมื่ออยากกู้วันนี้​ แต่สิ่งที่เราทำไว้ในอดีตจะตามมาให้แก้ไขครับ​ เป็นหนี้ต้องใช้หนี้​ สัญญาต้องเป็นสัญญาครับ

ข่าวอื่นๆ