เงินไม่พอ-งานเครียด ทำสูงวัยใจไม่นิ่ง

  • วันที่ 23 ส.ค. 2561 เวลา 18:20 น.

เงินไม่พอ-งานเครียด ทำสูงวัยใจไม่นิ่ง

โดย..วารุณี อินวันนา 

การสร้างสมดุลในการใช้ชีวิตและการทำงาน “Work-Life Balance” ในสังคมไทยยังอีกห่างไกล โดยผลสำรวจคะแนนสุขภาพและความเป็นอยู่แบบ 360° ของ “ซิกน่า” บริษัทประกันสุขภาพระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา พบว่า คนไทยชีวิตไม่สมดุล “Life ไม่ Balance” กำลังเป็นปัญหาใหญ่ในวันนี้

Life ไม่ Balance เกิดจาก..

หนึ่ง ขาดการเตรียมพร้อมด้านการเงินที่ดีพอ เพราะคิดว่า “ตนเองยังไม่แก่” ทำให้หลายคนตกสู่ “กับดักอายุ” (Age Trap) ในปีนี้คนไทยก็ยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงทางการเงินของตนเองเช่นเดียวกัน โดย 40% คาดว่าเมื่อเกษียณแล้วจะต้องควักกระเป๋าจ่ายค่ารักษาพยาบาลด้วยเงินเก็บของตนเอง อีก 29% คิดจะพึ่งพาสวัสดิการจากภาครัฐในการดูแลและจ่ายค่ารักษาพยาบาล และมีคนไทยเพียง 23% เท่านั้นที่บอกว่ามีความคุ้มครองที่เพียงพอจากแผนประกันสุขภาพส่วนบุคคลที่ทำไว้

สอง เครียด คนไทยถึง 91% ตกอยู่ในภาวะเครียด เป็นตัวเลขที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกซึ่งอยู่ที่ 86% โดยเครียดเพราะเงิน 43% เครียดเพราะงาน 35% โดยกลุ่มมิลเลนเนียล (อายุ 18-35 ปี) เป็นกลุ่มที่มีปัญหาเรื่องสมดุลของการทำงานและชีวิตส่วนตัว รวมถึงมีความกังวลเรื่องความมั่นคงในหน้าที่การงานมากที่สุด เมื่อเทียบกับกลุ่มอายุ 35-49 ปี และกลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไป

อารมณ์ดีขึ้นเพราะ?

คนไทยในกลุ่มที่เครียด 91% นี้ พบว่า 81% สามารถจัดการกับปัญหาความเครียดเหล่านั้น ด้วยการพูดคุยกับเพื่อนและครอบครัว ออกกำลังกาย นอนหลับพักผ่อน

ผลสำรวจฯ ยังพบว่า กลุ่มวัยทำงานจะเป็นกลุ่มที่เปิดรับการรักษาเกี่ยวกับสุขภาพจิตมากกว่ากลุ่มอายุอื่น แต่มีเพียง 13% เท่านั้นที่เข้าพบบุคลากรด้านสุขภาพจิต เช่น นักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ เพื่อปรึกษาปัญหาความเครียด

เหตุผลที่ไม่ใช้บริการด้านสุขภาพจิต เพราะค่าใช้จ่ายสูง รู้สึกอับอายที่จะบอกให้ผู้อื่นรับรู้ว่าเข้ารับการรักษากับจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา

นายจ้างใส่ใจไหม?

นายจ้างในประเทศไทยจำนวนถึง 63% จะให้ความสำคัญกับการจัดการความเครียดของพนักงาน แต่มีหนุ่มสาวออฟฟิศเพียง 30% เท่านั้นที่กล่าวว่า ที่ทำงานมีการให้ความช่วยเหลือในการจัดการความเครียดอย่างเพียงพอ ในขณะที่อีก 37% กล่าวว่า นายจ้างไม่มีการช่วยเหลือใดๆ เกี่ยวกับการจัดการความเครียด

นอกจากนั้น ผลสำรวจฯ ยังพบอีกว่า โปรแกรมส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ของพนักงาน (Workplace Wellness Program) เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยจัดการความเครียดให้กับพนักงานได้

ผลสำรวจฯ ยังบอกอีกว่า พนักงานต้องการให้นายจ้างจัดหาให้มากที่สุด 3 อันดับแรก คือ ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากโรคมะเร็ง ความคุ้มครองสุขภาพดวงตาและสายตา และการจัดให้มีโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ของพนักงาน

รวมถึง มนุษย์ออฟฟิศถึง 82% บอกว่า การมีโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีในที่ทำงาน เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกองค์กรที่จะทำงานด้วย

มาทำงานทั้งที่ป่วย เพื่อ?

จากผลสำรวจฯ พบว่า คนไทยถึง 9 ใน 10 หรือราว 89% จะมาทำงานแม้จะเจ็บป่วย เป็นตัวเลขที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกซึ่งอยู่ที่ 67% การมาทำงานในสภาวะร่างกายหรือสภาพจิตใจที่ไม่พร้อม ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลงจาก 100% เหลือเพียง 74% เท่านั้น

เห็นผลสำรวจแล้ว ก็เตรียมตัวสร้างสูงวัยให้ใจนิ่งๆ ได้ด้วยการวางแผนออม ดูแลสุขภาพ ป่วยก็ไม่ควรฝืนไปทำงาน เพราะนอกจากจะทำให้สุขภาพแย่ลงแล้วยังทำงานไม่ได้ดีอีกด้วย..พักเถอะ

ข่าวอื่นๆ