3 สิ่งที่ควรบอกเพื่อน ก่อนหมดเวลายื่นภาษี

  • วันที่ 28 มี.ค. 2560 เวลา 21:46 น.

3 สิ่งที่ควรบอกเพื่อน ก่อนหมดเวลายื่นภาษี

โดย...ยุทธนา ศรีสวัสดิ์ #อาจารย์มิกเป็นคนซีเรียส

เหลืออีกไม่กี่วันก็จะหมดเวลายื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าผมเองก็ได้รับคำถามที่น่าสนใจเกี่ยวกับการยื่นภาษีประจำปี 2559 พอสมควร ซึ่งมักจะเป็นประเด็นที่ถูกถามเหมือนเดิมบ่อยๆ

ดังนั้นเพื่อประโยชน์ในการเตรียมยื่นภาษีปีนี้ ผมจึงขออนุญาตสรุปเป็น 3 สิ่งที่ควรบอกเพื่อนก่อนหมดเวลายื่นภาษีดังนี้ครับ

1.ยื่นรายได้ให้ครบ

บางคนมักคิดว่ารายได้ถ้าถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไปแล้ว แสดงว่าเสียภาษีไปเรียบร้อยแล้ว ไม่จำเป็นต้องเอามายื่นภาษีอีก ที่เป็นความเข้าใจของคนส่วนใหญ่ที่คลาดเคลื่อนอย่างแรงและอาจส่งผลให้คุณเสียประโยชน์อย่างมาก เพราะโดยหลักแล้วการถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายเป็นเพียงการจ่ายล่วงหน้าเท่านั้น ไม่ใช่ภาษีสุดท้ายที่จ่ายแล้วจบเลย (มีเพียงรายได้ไม่กี่รายการเท่านั้นที่กฎหมายยอมให้หักภาษี ณ ที่จ่าย และจบเลยได้ เช่น ดอกเบี้ยเงินฝาก เงินปันผล รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น)

ดังนั้น การมีรายได้ที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย จึงจำเป็นต้องยื่นภาษีให้ครบถ้วน มิเช่นนั้นอาจเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้

1) จริงๆ แล้วเสียภาษีน้อย แต่ถูกหักภาษีไปเยอะ เราจะเสียประโยชน์เพราะถูกหักภาษีไปเกินหน้าที่ต้องจ่ายจริง หรือ

2) จริงๆ แล้วเสียภาษีเยอะ แต่ถูกหักภาษีไปน้อย แบบนี้ยิ่งอันตรายใหญ่ เพราะการที่เราเสียภาษีไม่ครบถ้วนแล้วยังไม่ยอมเอาไปยื่นภาษีอีก เราจะโดนเบี้ยปรับพร้อมดอกเบี้ยด้วย ซึ่งแพงกว่าค่าภาษีที่ค้างจ่ายอีกหลายเท่าตัว

ทั้งนี้ อย่าหลงเข้าข้างตัวเองว่ารัฐคงไม่รู้หรอกว่าเรามีรายได้ เพราะอย่าลืมว่าการที่เราถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย แสดงว่าคนจ่ายเงินให้เราเขาได้ส่งหลักฐานว่าเรามีรายได้พร้อมชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประชาชน และภาษีที่ถูกหักไปให้รัฐเรียบร้อยแล้ว ถ้าถึงเวลาที่ต้องยื่นภาษีแล้วเราไม่ยื่น จะแถยังไงก็เจ็บตัว สีข้างจะถลอกเปล่าๆ

2.เช็กสิทธิประโยชน์ให้คุ้ม

ปี 2559 เป็นปีที่โปรโมชั่นลดหย่อนภาษีเยอะมาก เช่น ลดหย่อนท่องเที่ยว ช็อปช่วยชาติ ฯลฯ การเช็กสิทธิประโยชน์ของเราคือการรักษาสิทธิที่กฎหมายมอบให้เรา ไม่ใช่ความงกหรือความเห็นแก่ตัว ดังนี้พยายามเช็กให้ครบและใช้ให้คุ้ม แต่อย่างไรก็อย่าลืมว่าการใช้สิทธิประโยชน์แต่ละรายการจะมีรายละเอียดปลีกย่อยอยู่ พยายามเช็กเงื่อนไขเหล่านั้นก่อนด้วยว่าเราอยู่ในเกณฑ์ได้รับสิทธิหรือไม่ เช่น ถ้าคุณกำลังใช้สิทธิลดหย่อนบิดา มารดา ก็อย่าลืมเช็กว่าพ่อแม่อยู่ในเกณฑ์ใช้ลดหย่อนได้จริงไหม เพราะบางคนเข้าใจแค่ว่าอายุ 60 ปีบริบูรณ์ก็ใช้ลดหย่อนได้แล้ว ซึ่งไม่ถูกต้อง เนื่องจากยังมีเงื่อนไขเกณฑ์รายได้ของคุณพ่อคุณแม่ด้วยว่าต้องมีรายได้ตลอดทั้งปีไม่เกิน 3 หมื่นบาทอีกด้วย เป็นต้น

ดังนั้น ถ้าคุณเคลมใช้สิทธิทั้งๆ ที่คุณไม่มีสิทธิ คุณอาจจะโดนเก็บภาษีเพิ่มย้อนหลังพร้อมดอกเบี้ยก็เป็นได้ เช็กให้รอบคอบก่อนเคลมจะได้ไม่เงิบทีหลัง

3.ใช้แบบฟอร์มภาษีให้ถูก

โดยปกติการยื่นภาษีประจำปีสำหรับบุคคลธรรมดาก็จะมีแบบฟอร์มหลักๆ คือ ภ.ง.ด. 91 สำหรับคนที่มีรายได้จากงานประจำทางเดียว หรือ ภ.ง.ด. 90 สำหรับคนที่มีรายได้ทางอื่นนอกจากงานประจำด้วย แต่ปีนี้พิเศษหน่อยตรงที่มีการโยกเอารายการลดหย่อนต่างๆ ไปไว้ในเอกสารอีกใบที่เรียกว่า “ใบแนบแสดงรายละเอียดรายการลดหย่อนและยกเว้นหลังจากหักค่าใช้จ่าย” รวมถึงใบแนบปลีกย่อยที่ต้องเตรียมไว้เพื่อใช้สำหรับเป็นหลักฐานสนับสนุนการยื่นแบบ เช่น แบบฟอร์ม ล.ย. 03 สำหรับใช้สิทธิลดหย่อนบิดา มารดา แบบฟอร์มหนังสือรับรองผู้ซื้อ-ผู้ขาย สำหรับกรณีการใช้สิทธิลดหย่อนบ้านหลังแรก เป็นต้น

สรุป

ทั้งหมดนี้คือ 3 สิ่งที่ผมอยากฝากผู้อ่านบอกเพื่อนๆ ก่อนหมดเวลายื่นภาษี แต่ถ้ารู้สึกไม่มั่นใจว่าจะทำได้ทั้งหมดนี้ไหม ผมแนะนำให้เข้าไปเตรียมภาษีปี 2559 นี้ที่ www.itax.in.th ซึ่งระบบจะเช็กรายได้ที่ต้องยื่นภาษีให้ครบทุกรายการ เช็กสิทธิประโยชน์และเงื่อนไขเพื่อเค้นสิทธิของเราที่มีได้อย่างคุ้มที่สุดและประหยัดภาษีที่สุด และสุดท้ายยังเตรียม ภ.ง.ด. 90/91 พร้อมแบบฟอร์มภาษีแนบที่จำเป็น แค่ Print เซ็นชื่อก็สามารถนำไปยื่นได้จริง ที่สำคัญคือใช้งานได้ฟรีด้วย เหลือเวลาไม่มากแล้ว อย่าลืมจัดการเรื่องภาษีปีนี้ให้ครบถ้วนนะครับ

ข่าวอื่นๆ