ลงทุนอะไรดี กองทุนตราสารหนี้หมดโปรโมชั่น

  • วันที่ 03 ก.ย. 2561 เวลา 19:35 น.

ลงทุนอะไรดี กองทุนตราสารหนี้หมดโปรโมชั่น

โดย..พูลศรี เจริญ

ที่ผ่านมานักลงทุนที่ลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้มีตัวช่วยเรื่องไม่ต้องเสียภาษี จึงทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุนไม่ขี้เหร่มากนัก แม้ในยามดอกเบี้ยต่ำ

แต่โปรโมชั่นนี้กำลังจะหมดแล้ว หลังกระทรวงการคลังมีนโยบายเก็บภาษีสำหรับการลงทุนในตราสารหนี้ผ่านกองทุนรวม โดยอัตราที่คิดคือ 15% เท่ากับการลงทุนในตราสารหนี้โดยตรง ส่วนจะมีผลเมื่อไหร่นั้นคงต้องเงี่ยหูฟังกัน

อย่างไรก็ตามกองทุนรวมมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล เฉพาะในส่วนของรายได้ประเภทดอกเบี้ยส่วนลด (Discount) และเงินได้ที่มีลักษณะเดียวกันกับดอกเบี้ย กำหนดให้ผู้จ่าย (Issuer) เป็นผู้หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายเลย ก่อนที่กองทุนรวมจะรับผลประโยชน์ไป

สำหรับกำไรที่เกิดจากส่วนต่าง หรือ Capital Gain จะไม่ต้องนำมาเสียภาษีแล้ว ย้ำอีกทีว่าภาษีที่กองทุนรวมต้องเจอ คือ รายได้ประเภทดอกเบี้ยและส่วนลด (Discount) เท่านั้น

ถามว่า ผลกระทบที่จะตามมามีมากน้อยแค่ไหน ดูได้จากปัจจุบันอุตสาหกรรมกองทุนรวมของไทยมีมูลค่าสินทรัพย์รวม 4.9 ล้านล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ 2.5 ล้านล้านบาท (ข้อมูลจากสมาคมบริษัทจดการลงทุน ณ วันที่ 31 ก.ค. 2561)

ในเมื่อรัฐบาลต้องการสร้างความเท่าเทียมให้กับผู้ลงทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้โดยตรง กับผู้ลงทุนที่ลงทุนผ่านกองทุนรวม นักลงทุนก็ต้องยอมรับ และคงถึงเวลาที่ต้องให้เงินออมเงินลงทุนกระโดดออกจากเขตปลอดภัยเสียบ้าง เพื่อสร้างความตื่นเต้น และที่สำคัญ เพื่อเพิ่มผลตอบแทนให้กับเงินลงทุน

คิดง่ายๆ ท่องให้ขึ้นใจ สูตรการออม การลงทุน ขั้นพื้นฐานก็คือผลตอบแทนที่ได้รับในแต่ละปีจะต้องชนะเงินเฟ้อ

วศิน วณิชย์วรนันต์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย และในฐานะนายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (สมาคม บลจ.) กล่าวว่า การจัดเก็บภาษีดังกล่าวอาจมีผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนพอสมควร เนื่องจากผลตอบแทนจากการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ปัจจุบันอยู่ในระดับที่น้อยมากเฉลี่ยที่ 1.6-2% หากถูกเก็บภาษีจากตราสารหนี้อีกรอบก็ทำให้ผลตอบแทนลดลงไม่น่าจูงใจ

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่านักลงทุนจะหันไปลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่นแทน เช่น กองทุนหุ้นหรือกองทุนประเภทผสม เนื่องจากความผันผวนของตลาดในปัจจุบัน ทำให้นักลงทุนหันมากระจายความเสี่ยงและแสวงหาผลตอบแทนที่สูงกว่ากองทุนตราสารหนี้

ต่อไปนี้อาจได้เห็นนักลงทุนเลือกลงทุนในพันธบัตรหรือตราสารหนี้โดยตรงมากขึ้นสำหรับรายใหญ่ที่มีเงินมากพอจะเลือกลงทุนได้โดยตรง ส่วนรายย่อยลงทุนหลักพันบาท ก็มีกองทุนรวมตอบโจทย์ นอกจากนี้นักลงทุนอาจจะไปลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์แทนหรือกองทุนหุ้นมากขึ้น

ทั้งนี้ เว็บไซต์ธนาคารกสิกรไทย ระบุว่า สำหรับนักลงทุนที่มีการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ย่อมได้ผลตอบแทนที่ลดลง

ดังนั้น นักลงทุนที่มีเงินส่วนใหญ่อยู่ในกองทุนตราสารหนี้ ควรต้องทำการบ้านเพิ่มเติมเพื่อให้ผลตอบแทนดีขึ้นหรืออย่างน้อยชนะเงินเฟ้อ โดยมีคำแนะนำสำหรับการวางแผนเพื่อลดผลกระทบจากภาษีกองทุนตราสารหนี้ 3 ข้อง่าย ๆ ดังนี้

ข้อแรก ศึกษาข้อมูลการลงทุนในกองทุนรวมในมิติที่หลากหลายมากขึ้น เพราะกองทุนรวมในประเทศไทยมีนโยบายการลงทุนที่หลากหลาย เช่น กองทุนทุนรวมผสม (Mixed Fund) ที่สามารถเพิ่มผลตอบแทนได้แต่ก็มีความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน

นอกจากนี้ ทางเลือกอื่นๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งการลงทุนกองทุนรวมตราสารหนี้ต่างประเทศ หรือแม้กระทั่งการลงทุนในกองทุนรวมหุ้น โดยแนะนำว่าหากไม่เคยลงทุนในกองทุนอื่นเลยนอกจากกองทุนตราสารหนี้ ควรเริ่มจากกองทุนรวมผสมที่มีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นไม่เกิน 30% เพื่อสร้างความคุ้นเคยต่อกองทุนที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น หลังจากที่เริ่มมีประสบการณ์และความรู้ด้านการลงทุนที่มากขึ้นจึงค่อยเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง

ข้อ 2 วางแผนการลงทุนให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ ควรแยกเลือกรูปแบบการลงทุนตามแต่ละเป้าหมาย เพราะมีเงื่อนไขแตกต่างกันออกไป ตามลำดับความสำคัญและระยะเวลาที่ต้องบรรลุเป้าหมาย ซึ่งจะมีผลต่อการเลือกประเภทกองทุนให้เหมาะสมกับความเสี่ยงและผลตอบแทนที่คาดหวัง เช่น เป้าหมายระยะยาว คือ เก็บเงินไว้ใช้ในยามเกษียณในอีก 30 ปี เป็นเป้าหมายที่สำคัญ แต่มีระยะเวลาในการลงทุนนาน ดังนั้นก็สามารถเลือกลงทุนในกองทุนที่มีความเสี่ยงสูงได้ เพราะหากพิจารณาผลตอบแทนย้อนหลังจะพบว่าระยะเวลาจะช่วยถัวเฉลี่ยความเสี่ยงและมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่า

ข้อ 3 เริ่มทำทันที เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่ากฎหมายเก็บภาษีกองทุนตราสารหนี้ จะมีผลบังคับใช้เมื่อไร ดังนั้นนาทีต้องบอกว่าอยู่เฉยไม่ได้แล้วใครเริ่มก่อนย่อมได้เปรียบ

เพียง 3 ข้อง่ายๆ นี้ เชื่อว่าจะช่วยให้เงินของท่านทำงานหนักขึ้น และสร้างผลตอบแทนที่อย่างน้อยสามารถชนะเงินเฟ้อได้ในระยะยาว และแน่นอนว่าจะช่วยให้ลดผลกระทบจากภาษีกองทุนตราสารหนี้ที่อาจมาถึงในอนาคตได้ไม่มากก็น้อย

นิภาพันธ์ พูนเสถียรทรัพย์ CFP® นักวางแผนการเงินอิสระ นักเขียน และวิทยากร ได้เขียนบทความในเว็บไซต์ธนาคารไทยพาณิชย์ โดยระบุว่ากรมสรรพากรจะออกกฎหมายลำดับรองเพื่อยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจากดอกเบี้ยที่ได้รับจากการลงทุนในตราสารหนี้สำหรับกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) เพื่อเป็นการสนับสนุนการออมเงินเพื่อการเกษียณของประชาชนต่อไป

ดังนั้น หากนักลงทุนมีการสร้างพอร์ตการลงทุนระยะยาวเพื่อการเกษียณอายุ แนะนำลงทุนในตราสารหนี้ผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ RMF ที่ลงทุนในตราสารหนี้แทน แต่หากต้องการพักเงิน หรือเป็นการลงทุนระยะสั้นก็ยังสามารถลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ได้ แม้ว่าผลตอบแทนจากการลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้จะลดลงไปบ้างก็ตาม

บทสรุปจากคำแนะนำของผู้จัดการกองทุน และนักวางแผนการเงินอิสระ จะเห็นได้ว่าการเก็บภาษีกองทุนรวมตราสารหนี้ที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้นั้นนักลงทุนไม่ควรเป็นกังวลจนเกินไป แต่ควรใช้โอกาสนี้ศึกษาหาแนวทางการลงทุนในช่องทางต่างๆ เพื่อเพิ่มผลตอบแทนหรืออาจกล่าวได้ว่าเส้นทางการลงทุนไม่มีตันสำหรับคนแสวงหาโอกาส

ข่าวอื่นๆ