กองทุนที่ลงทุนได้ทุกสภาวะตลาด

  • วันที่ 13 มิ.ย. 2561 เวลา 17:05 น.
  • | เปิดอ่าน 761
Share on Google+
LINE it!

กองทุนที่ลงทุนได้ทุกสภาวะตลาด

โดย...หมอนัท

สวัสดีครับ กลับมาพบกันกับผมหมอนัทอีกครั้งในคอลัมน์ Fund Clinic แห่งนี้เช่นเคยครับ ในครั้งที่แล้วที่ผมเองได้เล่าให้ฟังถึงเครื่องมือที่นักลงทุนใช้ในการติดตามและวัดผล เทียบผลตอบแทนระหว่างแต่ละกองทุน ที่นักลงทุนสามารถใช้ได้ฟรีๆ และผมคิดว่าข้อมูลที่ได้นั้นก็เพียงพอ ที่จะสามารถใช้ตัดสินใจเพื่อการลงทุนได้ภาวะตลาดต่างๆ ได้เป็นอย่างดี เช่น ในภาวะที่ตลาดหุ้นไทยมีความผันผวนหรือเกิดวิกฤต เราก็อาจจะสลับมาลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ หรือว่าจะพักเงินในกองทุนตลาดเงินก็ได้

แต่ในทางกลับกัน หากอยู่ในภาวะดอกเบี้ยต่ำ เราก็อาจจะย้ายเงินจากกองทุนตลาดเงิน หรือกองทุนตราสารหนี้ ไปลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ อีกที หรืออาจจะหาจังหวะลงทุนในหุ้นต่างประเทศที่อาจจะมีการเติบโตทางเศรษฐกิจ รวมถึงไม่ได้เคลื่อนไหวไปตามตลาดหุ้นไทย หรือเศรษฐกิจไทยก็ได้ และหากลงทุนได้อย่างถูกจังหวะก็จะได้ผลตอบแทนที่ดีอีกด้วยครับ

แต่ทั้งนี้เราก็ไม่อาจจะรู้ล่วงหน้าได้อย่างแน่นอนว่าภาวะตลาดจะเป็นอย่างไร การที่นักลงทุนอพยพเงิน หรือว่าย้ายเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่ง อาจจะเป็นความเสี่ยงมากกว่าก็ได้ครับ

แล้วมีกองทุนแบบไหนที่นักลงทุนเองสามารถที่จะลงทุนได้อย่างสบายใจบ้างไหม? จริงๆ แล้วการลงทุนในสินทรัพย์เดี่ยวๆ เป็นสิ่งที่นักลงทุนไม่ควรทำอย่างยิ่ง แต่หากจะอยากได้กองทุนที่เข้าข่ายลงทุนได้ทุกสภาวะแล้วละก็ ผมคิดว่ากองทุนอสังหาริมทรัพย์ (ไม่ว่าจะเป็นแบบ Freehold หรือว่า Leasehold หรือว่า Fund of fund ก็ตาม) คือคำตอบของคำถามนี้ครับ

ทำไมผมถึงคิดว่ากองทุนอสังหาฯ จะให้ผลตอบแทนได้ดีในทุกสภาวะ นั่นก็เพราะว่ากองทุนอสังหาฯ (ที่ดี) นั้น ส่วนใหญ่รายได้ที่เกิดขึ้นนั้นมาจาก “ค่าเช่า” หรือ “ค่าบริการ” ที่ไม่ได้ขึ้นกับปัจจัยอื่นๆ มากนัก นอกจาก “ทำเลที่ดี” และอสังหาฯยังคงเป็น “สิ่งจำเป็น” ไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยไหนๆ ก็ตามครับ

อีกทั้งการเก็บค่าเช่านั้นก็สามารถที่จะเพิ่มสูงขึ้นได้ตามเงินเฟ้อไปด้วย หากเงินเฟ้อสูงขึ้นกองทุนเหล่านี้ก็จะได้ค่าเช่าที่สูงขึ้น ชดเชยเงินเฟ้อในระยะยาวได้อีกด้วยครับ

ดังนั้น จึงทำให้กองทุนอสังหาฯ มีเสน่ห์ และไม่ค่อยทำให้นักลงทุนที่ลงทุนด้วยนั้นผิดหวังสักเท่าไหร่นัก เนื่องจากรายได้ที่มีการจ่ายออกมามีความสม่ำเสมอ ซึ่งการจ่ายผลตอบแทนจากกองทุน ถึงจะน้อยบ้าง มากบ้าง และรายได้จากค่าเช่าเหล่านี้ก็ไม่เคยหยุดครับ

ส่วนความเสี่ยงนั้นก็ยังมีนะครับ ไม่ใช่ว่าไม่มี แต่ก็ไม่ได้สูงเท่ากับตลาดหุ้น ถึงแม้ว่าจะเคยเกิดวิกฤตใหญ่มาหลายครั้ง แต่ราคาอสังหาฯ ก็จะกลับมาได้ภายในไม่กี่ปี และมีแนวโน้มแพงขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกด้วยครับ ลองนึกภาพตอนวิกฤตปี 2540 และวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ดูสิครับ และดูราคาอสังหาฯ ในวันนี้ร่วมด้วย นักลงทุนน่าจะเห็นภาพพอสมควร โดยปกติราคาอสังหาฯ จะฟื้นตัวหลังจากวิกฤตประมาณ 2-4 ปีครับ ดังนั้นนักลงทุนถ้าถือได้ยาวๆ คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

แต่ถึงจะมีข้อดี นักลงทุนก็ต้องมีการคัดเลือกประเภทของกองทุนอสังหาฯ ให้ดีด้วยเช่นกัน เนื่องจากบางธุรกิจเองถึงแม้ว่าจะได้ค่าเช่าก็จริง แต่หากค่าเช่านั้นขึ้นกับปัจจัยทางเศรษฐกิจมากๆ ก็อาจจะทำให้การจ่ายค่าเช่านั้นไม่เป็นไปตามที่คิดไว้ เช่น กองทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ลงทุนในโรงแรมต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่ารายได้ที่เกิดขึ้นจะมาจากการเข้าพักของโรงแรม หากไม่ประเมินให้ดีก่อนลงทุน อาจจะได้กองทุนอสังหาฯ ที่ไม่มีรายได้มาจ่ายให้กับนักลงทุนอย่างสม่ำเสมอก็เป็นไปได้ครับ

ดังนั้น ต่อให้ลงทุนกับกองทุนอสังหาฯ ก็อาจจะต้องมีการกระจายความเสี่ยงไปลงทุนในกองทุนอสังหาฯ หลายๆ รูปแบบ หลายๆ ธุรกิจครับ เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดี และความเสี่ยงไม่มากนัก ดังนั้นการลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นแบบ Fund of fund (ที่มีผู้จัดการกองทุนคอยเลือกกองทุนอสังหาฯ อีกที) น่าจะเหมาะมากกว่า เนื่องจากมีการกระจายความเสี่ยงไปหลายๆ อสังหาฯ และมีผู้จัดการกองทุนคอยดูแล คัดเลือกกองทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ดีๆ ให้กับเราครับ

โดยสรุป ผมคิดว่ากองทุนอสังหาริมทรัพย์เป็นคำตอบที่ดี หากถามว่ากองทุนประเภทไหนที่สามารถลงทุนได้ทุกสภาวะ แต่ถ้าถามว่าจะลงทุนอย่างไรให้รอดในทุกสภาวะแล้วละก็ คำตอบของผมน่าจะเป็นการจัดพอร์ตการลงทุน เนื่องจากเป็นการกระจายการลงทุนที่ได้ผลมากที่สุด และปลอดภัยกับนักลงทุนมากที่สุดด้วยครับ

เนื่องจากวันนี้หน้ากระดาษหมดเสียแล้วครับ ดังนั้นผมเองก็ต้องขอลาไปก่อน แล้วพบกันครั้งหน้า สวัสดีครับ

Share on Google+
LINE it!