เข็มทิศพิชิตกำไร ยุคหุ้นแกว่ง หัวใจไม่แกว่ง

  • วันที่ 23 เม.ย. 2561 เวลา 10:49 น.

เข็มทิศพิชิตกำไร ยุคหุ้นแกว่ง หัวใจไม่แกว่ง

โดย...วารุณี อินวันนา

การลงทุนในตลาดหุ้นไทยช่วงนี้ ดูช่างน่าอึดอัดเสียจริง

แต่อารมณ์ของนักลงทุนคงจะดีขึ้นหน่อย หลังเห็นดัชนีราคาหุ้นวิ่งทะลุผ่าน 1,800 จุด เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

คำถามที่ตามมาคือ จะไปต่อได้ไหม

การสำรวจความคิดเห็นของนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุนส่วนใหญ่ 64.71% มองว่าดัชนีราคาหุ้นไทยในไตรมาส 2 นี้ยังคงแกว่งตัวในช่วงแคบๆ จุดต่ำสุดของดัชนีเฉลี่ยอยู่ที่ 1,703 จุด และสูงสุดเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 1,909 จุด 

เห็นความกว้างของจุดต่ำสุดและสูงสุด อาจจะใจชื้นขึ้นมาว่ามีช่วงให้ทำกำไรถึง 200 จุด

แต่ช้าก่อน กูรูจากสภาธุรกิจตลาดทุนไทย และสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลับมองว่าโอกาสการทำกำไรจากการลงทุนในตลาดหุ้นช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ และตลอดปี 2561 นี้ ยากมากๆ แต่มีโอกาสพิชิตกำไรได้ หากรู้จักเตรียมตัว

วรวรรณ ธาราภูมิ ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ประเมินภาพการลงทุนไตรมาส 2 นี้ที่นักวิเคราะห์มองกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีเฉลี่ยต่ำสุดอยู่ระดับ 1,700 จุด และสูงสุดเฉลี่ยอยู่ที่ 1,800 จุด คงทำกำไรได้อย่างมากประมาณ 5% แถมมีความผันผวนหรือแรงเหวี่ยงมากกว่าปีที่ผ่านมา ทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุนในปีนี้จะไม่สูงเหมือนปีที่ผ่านมา ฟังอย่างนี้แล้ว อย่าเพิ่งถอดใจ เพราะกูรู วรวรรณ บอกว่า ท่ามกลางแรงเหวี่ยงที่มากกว่าปีที่ผ่านมา และดัชนีมีการเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบๆ ก็สามารถทำกำไรได้ แต่ให้ยึดแนวคิดการทำกำไรแบบพอเพียง

ขาซิ่ง วิ่งอย่างไร

สำหรับเหตุผลที่มองว่ายังสามารถทำกำไรแบบพอเพียงได้ เพราะปีนี้ผลตอบแทนจากการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงยังดีอยู่ นั่นคือว่า สินทรัพย์เสี่ยงยังเป็นการลงทุนที่ดีกว่าในปีนี้และปีหน้า โดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่ซึ่งตลาดทุนไทยก็อยู่ในกลุ่มนี้ ยังมีเสน่ห์ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศได้ดีนักลงทุนระยะสั้น ต้องเตรียมเงินสดให้พร้อมตลอดเวลา และจะต้องมีการเตรียมวางแผนการลงทุน ตั้งแต่มองหาธุรกิจที่จะลงทุน เจาะลงไปรายหุ้น ขอเตือนให้เน้นหุ้นที่ดีมีปัจจัยพื้นฐานรองรับ ในสถานการณ์ดัชนีราคาหุ้นมีการแกว่งตัวช่วงแคบ ควรจะเลือกหุ้นไม่เกิน 5 บริษัท จะได้ดูแลทั่วถึง  เมื่อราคาหุ้นขึ้นก็อาจขายออกไปก่อนไม่ต้องรอให้ถึงเป้าหมายก็ได้ เพื่อเก็บกำไรไว้ก่อน เพราะอนาคตคาดเดายาก เข้าหลักการทำกำไรแบบพอเพียง

สุขุมนุ่มลึก ตกผลึกแล้วลุย

ส่วนนักลงทุนระยะยาว จิตต้องนิ่งให้มากหน่อย เพราะมองจากพื้นฐานทางเศรษฐกิจไทยในระยะยาวแล้ว ยังไปได้ดีเมื่อเทียบกับอดีตที่ผ่านมา ซึ่งอาจจะมีการปรับพอร์ตบ้าง หรือขาดทุนบ้างในช่วงสั้นๆ แต่ในระยะยาวยังสามารถสร้างผลตอบแทนให้ได้ ซึ่งเศรษฐกิจไทยเผชิญกับผลกระทบที่รุนแรงมาแล้วหลายช่วง ก็ยังสามารถไปต่อได้การลงทุนระยะยาว เปรียบเหมือนการเดินทางล่องเรือ ที่ทะเลไม่ได้สงบราบเรียบตลอด บางช่วงอาจเผชิญกับพายุ บางช่วงอาจจะเจอกับคลื่นลมแรง แต่ด้วยความเชี่ยวชาญของกัปตัน และความเชื่อมั่นของผู้โดยสาร จะนำพาไปถึงฝั่ง ถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ในที่สุด

LTF vs RMF ตั้งสติ

มนุษย์เงินเดือนที่มุ่งวางแผนการเงินหลังเกษียณ ผ่านกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) อย่าได้หวั่นไหวกับช่วงที่ดัชนีราคาหุ้นแกว่งตัวในช่วงแคบๆ หรือผันผวน อาจจะมีการปรับพอร์ตเป็นระยะ เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายทางการเงินที่ได้วางไว้ตั้งแต่แรกว่าในอีกกี่ปีจะต้องมีเงินจำนวนเท่าไหร่ 

มือใหม่ที่สนใจลงทุนในกองทุนรวม อาจจะมีคำถามว่าจังหวะที่ดัชนีราคาหุ้นแบบนี้จะเข้าซื้อได้หรือยัง คำตอบคือ สามารถลงทุนได้ แต่ก่อนลงทุนจะต้องวางเป้าหมายการเงินส่วนตัวให้ได้ก่อน และต้องเข้าใจว่า เกิน 80% ของความสำเร็จในการไปถึงเป้าหมายทางการเงินที่วางไว้ ขึ้นอยู่กับการจัดสัดส่วนการลงทุน ซึ่งระหว่างปีก็อาจจะมีการปรับพอร์ตการลงทุนบ้างตามสภาพตลาด เพื่อให้ได้ผลตอบแทนตามที่วางแผนไว้ ที่สำคัญ มนุษย์เงินเดือนต้องระมัดระวังการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เพราะถ้าเป็นหนี้มากขึ้น จะกระทบกับการออมและเรื่องอื่นๆ ของชีวิตด้วย เพราะต้องนำเงินไปใช้จ่ายเพื่อการดำรงชีวิตระยะยาว

ในสภาพตลาดทุนปัจจุบัน ผลตอบแทนหรือกำไรสำหรับนักลงทุนระยะยาว 8% มีโอกาสทำได้ โดยผู้จัดการกองทุนจะเป็นคนทำหน้าที่ในการสรรหาประเภทสินทรัพย์มานำเสนอ ส่วนนักลงทุนมีหน้าที่กำหนดเป้าหมายทางการเงินของตัวเองให้ได้ก่อน และทำตามแผนการลงทุนระยะยาวให้ได้อย่างต่อเนื่อง

อย่าทุ่ม ซุ่มเก็บ

สมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ และอดีตเลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ที่มีประสบการณ์ด้านการวิเคราะห์การลงทุนมากกว่า 20 ปี กล่าวว่า การลงทุนในตลาดทุนไทยที่เคยได้กำไรเป็นน้ำเป็นเนื้อมาหลายปี ปีนี้ 2561 จะได้น้ำเยอะหน่อย แต่ยังมีช่องทางที่จะได้เนื้อในยุคที่ดัชนีราคาหุ้นมีการแกว่งตัวช่วงแคบๆ นี้ วิธีการคือ ต้องเหลือกระสุนหรือเหลือเงินสดระดับหนึ่งไว้ตลอดเวลา วิธีซื้อให้ค่อยๆ ซื้อในช่วงที่ราคาหุ้นลงแรงๆ แต่ต้องเป็นหุ้นพื้นฐานดี ธุรกิจมีโอกาสเติบโตตามเศรษฐกิจ หลีกเลี่ยง การกระโดดเข้าไปซื้อหุ้น ที่มีราคาปรับขึ้นไปแล้ว การเข้าซื้อเมื่อสัญญาณซื้อตัดค่าเฉลี่ยขึ้นไป ทำกำไรแบบพอเพียง เมื่อหุ้นมีการปรับขึ้นไป ในลักษณะทยอยขาย

Safe Haven อยู่ตรงนี้

สำหรับหุ้นรายบริษัท ที่นักวิเคราะห์แนะนำโดยมีจำนวนสำนักวิเคราะห์แนะนำตรงกันตั้งแต่ 6 สำนักขึ้นไป ซึ่งล้วนเป็นหุ้นพื้นฐานดีและเมื่อเข้าไปลงทุนแล้วน่าจะเป็นแดนปลอดภัย หรือ Safe Haven ในช่วงดัชนีแกว่งตัวผันผวน BBL ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 230 บาท/หุ้น มีปัจจัยสนับสนุนจากผลการดำเนินงานที่เติบโตตามภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ฟื้นตัวและความต้องการสินเชื่อที่เพิ่มสูงขึ้น

CPALL ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 94.5 บาท/หุ้น จากการที่เศรษฐกิจในประเทศฟื้นตัว กำลังซื้อและความเชื่อมั่นผู้บริโภคดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง CPN ราคาเป้าหมาย 92 บาท/หุ้น จากรายได้และผลการดำเนินงานมีศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง

PTT ราคาเป้าหมาย 600 บาท/หุ้น จากแผนการลงทุนในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) และการขยายการลงทุนด้านปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ

ทั้งนี้ จากที่ผู้ถือหุ้นอนุมัติให้มีการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ หรือแตกพาร์ จากหุ้นละ 10 บาท เหลือหุ้นละ 1 บาท คาดว่าจะเริ่มซื้อขายได้ในช่วงต้นเดือน พ.ค.นี้ จะทำให้ราคาหุ้นมีการปรับลดลง 10 เท่า สภาพคล่องจะสูงขึ้น PTTGC ราคาเป้าหมาย 113 บาท/หุ้น ได้รับผลบวกจากเศรษฐกิจไทยขยายตัวนอกจากนี้ ยังมีหุ้นที่มีการปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งจะมีการดีดกลับขึ้นมาเติบโตสูงกว่าดัชนีราคาหุ้นไทย เช่น กลุ่มบันเทิง กลุ่มก่อสร้าง บางบริษัท แต่เน้นย้ำว่าต้องเป็นหุ้นที่มีพื้นฐานธุรกิจดี มีโอกาสเติบโตตามเศรษฐกิจ

ข่าวอื่นๆ