หุ้นเล็ก หุ้นใหญ่ ออมได้ด้วยวิธี DCA

  • วันที่ 14 มี.ค. 2561 เวลา 12:17 น.

หุ้นเล็ก หุ้นใหญ่ ออมได้ด้วยวิธี DCA

โดย...พูลศรี เจริญ

เมื่อพูดถึงเรื่องการออม สมัยก่อนเราอาจนึกถึงภาพเด็กๆ หยอดเหรียญที่เหลือใช้จากโรงเรียนลงกระปุกออมสิน เสียงดังกุ๊งกิ๊งๆ ถือเป็นเสียงที่ไพเราะและเป็นการปลูกฝังวินัยการออมที่ดี

จากนั้นเด็กๆ จะติดตามผลงานการเก็บออมของตัวเองด้วยวิธีหลากหลาย ทั้งการยกกระปุกขึ้นมาชั่งน้ำหนักด้วยสองมือเพื่อคะเนว่าเงินในกระปุกเก็บได้มากน้อยแค่ไหนแล้ว ขณะที่บางคนก็ใช้วิธีเขย่ากระปุกเมื่อเก็บเงินได้เต็มกระปุกแล้วก็นำไปฝากธนาคาร

มาถึงปัจจุบันนี้รูปแบบและวิธีการออมมีหลากหลายมากขึ้น รวมถึงมีเครื่องมือหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินและการลงทุนให้เลือกมากมาย ทั้งฟากตลาดเงิน คือ เงินฝากประเภทต่างๆ ทั้งฝากประจำ ฝากแบบออมทรัพย์

หันมาฟากตลาดทุน ก็มีทั้งหุ้น ตราสารหนี้ ซึ่งทั้งหุ้นและตราสารหนี้ก็มีทั้งการลงทุนโดยตรง และลงทุนผ่านกองทุนรวม

ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีการลงทุนทางเลือก เช่น ทองคำ อสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น

ขณะที่ปัจจุบันการลงทุนเปิดกว้าง เรียกได้ว่าโลกแห่งการลงทุนกลายเป็นโลกที่เชื่อมโยงกัน เช่น การลงทุนในต่างประเทศก็สามารถลงทุนได้โดยตรง และลงทุนผ่านกองทุนรวม หรือที่เรียกว่า กองทุนรวมที่ลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (FIF)

เกริ่นเสียยืดยาว มาเข้าเรื่องรูปแบบการออมและการลงทุนที่เปรียบเสมือนน้ำซึมบ่อทราย หรือค่อยๆ ออม ค่อยๆ ลงทุนอย่างต่อเนื่อง ในที่นี้ก็เปรียบได้กับการลงทุนแบบเฉลี่ยราคา (Dollar Cost Average : DCA) ปัจจุบันมีทั้งการออมหุ้น และกองทุนรวม

DCA เป็นกลยุทธ์การลงทุนที่ใช้ลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุนและช่วยสร้างพอร์ตการลงทุนที่มี ประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยง ด้วยจำนวนเงินที่เท่ากันในแต่ละงวด โดยไม่ต้องคำนึงถึงภาวะตลาดและจังหวะในการเข้าซื้อ เพียงแต่เราต้องมีวินัยในการลงทุน แนวคิดนี้จะทำให้สามารถซื้อหุ้นได้จำนวนมากขึ้นเมื่อราคาลดลง และซื้อหุ้นได้จำนวนน้อยลงเมื่อราคาสูงขึ้น ซึ่งทำให้ต้นทุนเฉลี่ยของพอร์ตลดลง

ขอยกตัวอย่างการออมหุ้นแบบ DCA เช่น กรณีของบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) ที่มีโปรแกรมออมหุ้น และอาจกล่าวได้ว่าเป็นเจ้าแรกๆ ที่ส่งเสริมการออมผ่านการลงทุนในหุ้น

บัญชีออมหุ้นของ บล.ฟิลลิปฯ สามารถออมด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท โดยลูกค้าสามารถซื้อหุ้นที่มีศักยภาพจากการคัดสรรของนักวิเคราะห์ เพียงลงทุนอย่างสม่ำเสมอด้วยจำนวนเงินที่เท่ากันทุกเดือน ก็สามารถสร้างพอร์ตการลงทุนด้วยตัวเอง

การลงทุนในบัญชีออมหุ้นกับฟิลลิป ใช้หลักทฤษฎี DCA ซึ่งเป็นการลงทุนด้วยเงินที่เท่ากันอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน วิธีนี้จะทำให้สามารถซื้อหุ้นได้จำนวนมากขึ้นเมื่อราคาต่ำลง และจะซื้อหุ้นได้จำนวนน้อยลงเมื่อราคาสูงขึ้น

บล.ฟิลลิปฯ ได้ยกตัวอย่างการลงทุนในหุ้นบัญชีออมหุ้นบริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ (BEAUTY) โดยออมเดือนละ 5,000 บาท เดือนละ 1 ครั้ง ตั้งแต่เดือน ม.ค. 2556-ธ.ค. 2560 จะพบว่าการลงทุนในหุ้น BEAUTY ตลอดระยะเวลาการลงทุน 5 ปี เป็นหุ้นจำนวน 77,963 หุ้น ต้นทุนเฉลี่ยจากการลงทุนในบัญชีออมหุ้นเท่ากับ 3.85 บาท ผลตอบแทนจากการลงทุนเท่ากับ 419.77%

อีกตัวอย่างการออมหุ้นที่อุตสาหกรรมหลักทรัพย์บ้านเราได้พัฒนาระบบขึ้นมาเพื่อส่งเสริมการออมหุ้น คือ กรณีของ บล.บัวหลวง ที่ได้สร้างนวัตกรรมการออมหุ้นทุกวันด้วยระบบอัจฉริยะ

ทั้งนี้ บรรณรงค์ พิชญากร กรรมการผู้จัดการ กิจการค้าหลักทรัพย์ บล.บัวหลวง ได้เผยถึงนวัตกรรมโรบอตที่ใช้ในการช่วยออมหุ้นทุกวัน เพื่อกระจายความเสี่ยงกับโอกาสในการเลือกวันซื้อหุ้นผิด และลดกระบวนการในการคำนวณและติดตามผล รวมถึงลดภาระส่งคำสั่งซื้อหุ้นทุกวันด้วยตนเอง

บรรณรงค์ อธิบายว่า การออมหุ้นแบบ DCA และ Value Averaging (VA) ที่ไม่ว่าจะเลือกออมวิธีไหน ปัญหาของผู้ออม คือ ต้องเลือกวันในการออมทุกงวด

ดังนั้น หลักทรัพย์บัวหลวงจึงได้พัฒนาระบบโรบอต ที่จะช่วยเลือกซื้อหุ้นในทุกวันโดยอัตโนมัติ ซึ่งผลจากการทดลองระบบพบว่าผลตอบแทนของพอร์ตจะต่ำสุด หากเลือกวันออมทุกวันที่ 28 ของแต่ละเดือนจะให้ผลตอบแทนต่อปีเฉลี่ย 31.3% ต่อปี ซึ่งถือว่าสูงอยู่ทีเดียว

แต่ทว่าผลตอบแทนก็จะค่อยๆ ไล่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนผลตอบแทนสูงสุดจะเป็นทุกวันที่ 13 ของเดือน จะให้ผลตอบแทนถึง 41.1% ต่อปี ซึ่งจะเห็นได้ว่าความแตกต่างระหว่างผลตอบแทนสูงสุดและต่ำสุดของการลงทุนในวันมีความแตกต่างกันมากถึง 30-100% เลยทีเดียว

บรรณรงค์ บอกว่า จากการทดลองระบบทำให้เห็นว่าหุ้นตัวเดียวกัน ออมต่างวันกันจะให้ผลตอบแทนแตกต่างกันพอสมควร

ดังนั้น การซื้อหุ้นทุกวันให้ได้ผลตอบแทนอยู่ตรงกลางพอดี คือ มีจำนวนวันกึ่งหนึ่งของเดือนที่ผู้ออมเลือกแล้วจะให้ผลตอบแทนดีกว่าการซื้อทุกวัน และอีกกึ่งหนึ่งของเดือนที่ผู้ออมเลือกแล้วจะให้ผลตอบแทนต่ำกว่าการซื้อทุกวัน เรียกได้ว่าโรบอตที่ช่วยซื้อหุ้นแบบทุกวันนี้ สามารถสร้างความสะดวกสบายและให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าให้แก่นักลงทุนได้ดี

ขณะที่มีคำแนะนำจากนักวิเคราะห์ว่า ถ้าอยาก DCA หุ้นโดยตรง ก็ควรจะเลือกหุ้นพื้นฐานดีๆ และมีโอกาสเติบโตเท่านั้น อาจจะเริ่มเลือกจาก SET100 ก่อนก็ได้ โดยความกระจายไปอย่างน้อย 5-10 ตัว แต่ถ้าเลือกหุ้นไม่เป็น หรือเงินน้อย ก็ให้ซื้อกองทุนจะดีที่สุด

ด้าน กวี ชูกิจเกษม รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย เปิดเผยเทคนิคการเลือกหุ้นและลงทุนตลาดหุ้นไทย ว่า การพิจารณาเลือกลงทุนในแบบ DCA กรณีลงทุนในหุ้น ต้องทำอย่างมีวินัยและอดทน ไม่ว่าหุ้นจะขึ้นหรือลงเราต้องซื้อ ห้ามคาดเดาทิศทางตลาดหุ้นโดยเด็ดขาด และเริ่มซื้อได้ตั้งแต่วันนี้เลยไม่ต้องรอราคาหุ้นลง

โดยสิ่งที่นักลงทุนควรพิจารณาหุ้นที่จะเข้าข่ายโดยอิงหลักเกณฑ์เหล่านี้ให้ได้ก่อน เช่น บริษัทอยู่ในอุตสาหกรรมที่ได้เปรียบสำหรับประเทศไทย และยังสามารถเติบโตได้หรือไม่ เป็นบริษัทที่เป็นผู้นำในธุรกิจนั้นๆ หรือไม่ เป็นบริษัทที่มีตราสินค้า หรือแบรนด์ที่แข็งแกร่งหรือไม่

นอกจากนี้ เป็นบริษัทที่กำไรเติบโตสม่ำเสมอในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาหรือไม่ เป็นบริษัทที่มีความสามารถในการต่อรองราคากับลูกค้าได้มากหรือไม่ และเป็นบริษัทที่มีฐานะทางการเงินแข็งแกร่งหรือไม่

การออมหุ้นด้วยวิธี DCA หากมีวินัย ลงทุนต่อเนื่อง เลือกหุ้นถูก รู้จักรอ ก็จะทำให้คุณมั่งคั่งได้

ข่าวอื่นๆ