มีเงินน้อย กองทุนรวมช่วยได้

  • วันที่ 05 มี.ค. 2561 เวลา 10:56 น.

มีเงินน้อย กองทุนรวมช่วยได้

โดย...พูลศรี เจริญ

ปัจจุบันทางเลือกการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ มีมากมาย ทั้งที่ลงทุนในประเทศและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นตราสารหนี้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว หุ้นที่เน้นการเติบโต หรือหุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลสูง

นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนทางเลือกต่างๆ เช่น ทองคำ น้ำมัน หรือสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น

ด้านหนึ่งนั้นอาจทำให้คนรู้สึกว่าทางเลือกลงทุนนั้นมีอย่างเพียงพอ แต่ความท้าทายที่ตามมาก็คือ เราจะเลือกอย่างไร และจะจัดพอร์ตให้ได้ผลตอบแทนที่คุ้มกับความเสี่ยงได้อย่างไร

เมื่อเรารู้จักประเภทสินทรัพย์การลงทุนแล้ว ก็มาถึงช่องทางการลงทุน การจะเข้าลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ นั้น สามารถทำได้ 2 ลักษณะด้วยกัน คือ การลงทุนด้วยตัวเอง การลงทุนผ่านตัวกลางทางการเงิน

การลงทุนโดยตรง เช่น การซื้อหุ้น ซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ของนักลงทุนปัจจุบันถือเป็นการเข้าไปลงทุนโดยตรงในสินทรัพย์ต่างๆ โดยไม่ผ่านตัวกลางทางการเงินนั่นเอง 

สำหรับการลงทุนผ่านตัวกลางทางการเงิน จะมีตัวกลางทางการเงินในการระดมทุนจากผู้ที่มีเงินออมเหลือไปสู่ผู้ที่ขาดแคลนเงินทุน เช่น ธนาคารพาณิชย์ บริษัทประกัน และกองทุนรวม เป็นต้น

วิธีการนี้เหมาะมากกับคนที่ยังมีเงินออมในมือไม่สูง แต่ต้องการจะกระจายความเสี่ยงในการลงทุน

ตัวกลางทางการเงินเหล่านี้ก็จะนำเงินของเราไปลงทุนแทนในสินทรัพย์การลงทุนประเภทต่างๆ

ในที่นี้จะขอกล่าวถึงการลงทุนผ่านกองทุนรวม ที่ถือได้ว่าเป็นเครื่องมือที่เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ตามนโยบายการลงทุนของกองทุนที่ระบุไว้ เช่น ตราสารหนี้ หรือหุ้น เป็นต้น

นอกจากนี้ กองทุนรวมยังเป็นเครื่องมือที่เหมาะกับนักลงทุนที่มีวัตถุประสงค์การลงทุนที่ชัดเจน มีระยะเวลาการลงทุนระยะกลางถึงยาว และต้องการกระจายการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพดีกว่าการลงทุนด้วยตัวเอง ก็สามารถเลือกกองทุนรวมเพื่อตอบโจทย์การลงทุนได้เช่นเดียวกัน

ดังนั้น การลงทุนผ่านตัวกลางทางการเงิน โดยเฉพาะกองทุนรวมจึงเป็นทางเลือกที่ดี สำหรับนักลงทุนรายย่อยและผู้มีเงินออมน้อย

การลงทุนผ่านกองทุนรวมมีข้อดีเหนือกว่าการลงทุนด้วยตัวเองในหลายเรื่อง

ข้อดีที่เราเห็นได้ชัดก็คือ เป็นการลงทุนที่ใช้ต้นทุนทางการเงินที่ต่ำมาก และกองทุนรวมไม่ใช่หน่วยภาษี ดังนั้นรายได้ของกองทุนรวมจึงไม่เสียภาษีเงินได้

ด้วยเหตุนี้เอง กองทุนรวมจึงสามารถที่จะถ่ายทอดผลประโยชน์ผ่านไปถึงมือของผู้ถือหน่วยลงทุนได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากกว่า

โดยกองทุนหนึ่งกองทุนจะซื้อสินทรัพย์ที่มีความแตกต่างกันออกไป ทำให้เวลาที่สินทรัพย์บางอย่างไม่ได้ผลตอบแทนตามที่คาดไว้ก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนรวมมากนัก

ตัวอย่างเช่น หุ้น A ราคาปรับตัวลง แต่หุ้นตัวอื่นๆ ที่อยู่ในกองทุนนั้นอาจจะไม่ได้รับผลกระทบไปด้วย ทำให้กองทุนที่เราถืออยู่ยังคงได้รับผลตอบแทนที่ดี และน่าพอใจอยู่เช่นเดิม

ถึงกระนั้น กองทุนรวมก็ยังมีความเสี่ยงอยู่เหมือนกัน เพราะว่าถ้าทั้งตลาดหุ้นนั้นมีแนวโน้มที่ไม่ดีขึ้นมาเมื่อไหร่ แน่นอนว่ากองทุนที่มีแต่หุ้นนั้นก็จะปรับตัวลงพร้อมกันด้วยนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม เราก็ยังสามารถหากองทุนที่ถือครองสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ เช่น ตราสารหนี้ ทองคำ อสังหาริมทรัพย์ เข้ามาเพิ่มเติมได้เพื่อช่วยกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย

อีกประโยชน์ที่สำคัญ ที่นักลงทุนจะได้รับจากการลงทุนผ่านกองทุนรวม ได้แก่ มีผู้จัดการกองทุนมืออาชีพคอยทำหน้าที่บริหารจัดการการลงทุนอย่างใกล้ชิดและมีการลงทุนที่เป็นระบบ

ผู้จัดการกองทุนจะช่วยบริหารจัดการความเสี่ยงในการลงทุนได้อย่างเหมาะสม สามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากเข้าถึงข้อมูลข่าวสารในเชิงลึกได้รวดเร็วกว่า เข้าถึงผลิตภัณฑ์การลงทุนได้ทุกขนาดและทุกประเภท และสามารถนำเสนอทางเลือกการลงทุนที่หลากหลายในระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละบุคคลได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

แม้การลงทุนผ่านกองทุนรวมจะมีมืออาชีพบริหารเงินให้ แต่นักลงทุนก็ต้องตั้งคำถามและตอบกับตัวเองให้ได้ด้วยว่า สามารถยอมรับความเสี่ยงได้ในระดับไหน เพื่อที่นักลงทุนจะได้เลือกกองทุนรวมให้เหมาะสมกับตัวเองด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ กองทุนรวมจะแบ่งตามระดับความเสี่ยงเป็น 8 ระดับด้วยกัน โดยใช้ “แถบแสดงความเสี่ยง (Risk Spectrum)” ซึ่งจะปรากฏอยู่ในหนังสือชี้ชวนเป็นตัวแสดงถึงความเสี่ยงของกองทุนให้นักลงทุนได้

รู้หากนักลงทุนจะลงทุนในกองทุนที่มีความเสี่ยงเกินกว่าระดับความเสี่ยงที่ตัวเองสามารถยอมรับได้ก็ต้องเซ็นยินยอมว่าได้รับรู้ถึงความเสี่ยงในการลงทุนนั้นๆ แล้ว แต่โดยปกติก็จะแนะนำให้ลงทุนในกองทุนที่เหมาะสมกับความสามารถในการรับความเสี่ยงของตัวเองมากกว่า

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต

ข่าวอื่นๆ