ออมผ่านกองทุน ตัวเลือกรับมือเกษียณ

  • วันที่ 30 ต.ค. 2560 เวลา 21:54 น.

ออมผ่านกองทุน ตัวเลือกรับมือเกษียณ

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

ตลาดทุนเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่จะช่วยนำพาคนไทยไปสู่การเตรียมความพร้อมรับมือวัยเกษียณได้เป็นอย่างดี แต่ยังมีคนเข้ามาใช้ช่องทางนี้ได้ไม่เต็มที่

วิน พรหมแพทย์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล กล่าวว่า ในประเทศไทยมีมนุษย์เงินเดือนประมาณ 13 ล้านคน ในจำนวนนี้มีเพียง 3.1 ล้านคน ที่มีเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (โพรวิเดนท์ ฟันด์) คิดเป็น 25% ของแรงงานในระบบ โดยสังกัดอยู่ในกลุ่มนายจ้างแค่ 2.7% ของนายจ้างทั้งหมด หรือ 1.8 หมื่นราย จาก 6.5 แสนราย

นอกจากนั้น กลุ่มกองทุนสำรองเลี้ยงชีพส่วนใหญ่ก็ยังเน้นการดูแลเงินต้นมากเกินไป จึงถือครองตราสารหนี้มาก ลงทุนในหุ้นน้อย

ขณะที่ผลสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างเกือบ 500 คน พบว่า มนุษย์เงินเดือนที่จะมีเงินออมเพียงพอใช้หลังเกษียณมีเพียง 1.8% เท่านั้น ทางแก้ที่จะทำให้มีเงินเพียงพอรองรับเกษียณมากขึ้นก็คือ การปรับพอร์ตลงทุน เพิ่มการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น มากขึ้น

ทั้งนี้ ได้จัดทำแผนเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดขึ้น หากเลือกแผนลงทุนตราสารหนี้ 80% หุ้น 20% เริ่มออมตั้งแต่เริ่มทำงานจะมีเงินออมหลังเกษียณ 2.6 ล้านบาท มีเงินใช้ต่อเดือน 23.19% ของเงินเดือนสุดท้ายก่อนเกษียณที่คาดว่าจะได้

หากเลือกแผนลงทุนสมดุลตามอายุ จะมีเงินออมหลังเกษียณ 6.2 ล้านบาท มีเงินใช้ 59.63% ของเงินเดือนสุดท้าย ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่เพียงพอรับวัยเกษียณตามเป้าหมาย หากเปลี่ยนแผน นอกจากลงทุนสมดุลตามอายุแล้วออมเพิ่มอีก จะมีเงินออมหลังเกษียณ 11.6 ล้านบาท หรือ 111.44% ของเงินเดือนสุดท้าย

“คนเราออมน้อยไป เสี่ยงน้อยไป เงินออมหลังเกษียณเลยไม่พอ หลักการลงทุนสมดุลตามอายุ คือ ถ้าอายุน้อยพอร์ตลงทุนมีหุ้นกว่า 50% ได้สบายๆ ลงทุนตราสารหนี้นิดหน่อยที่เหลือเป็นอสังหาริมทรัพย์ ทองคำ พอ 45-50 ปีก็ปรับแผน หลักการคือลดความเสี่ยงเมื่อมีอายุมากขึ้น”วิน กล่าว

ปฏิภาณ นิลศิริ ผู้จัดการฝ่ายออนไลน์เทรดดิ้ง บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระ พัฒนสิน กล่าวในงานสัมมนาลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (แอลทีเอฟ) และกองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (อาร์เอ็มเอฟ) และกองทุนรวมออนไลน์ ช่วยจัดการให้ได้ ผ่าน NOMURA iFUND ว่า หากไม่ลงทุนเลยฝากเงิน 1,000 บาทไว้ ต้องใช้เวลา 85 ปี จึงจะมีเงินถึง 1 ล้านบาท หากต้องการถึงเป้าหมายนี้เร็วขึ้นต้องหาทางลงทุนเพิ่มผลตอบแทน

เช่น ลงทุนเดือนละ 1,000 บาท สม่ำเสมอ โดยได้ผลตอบแทน 1% ต่อปี จะใช้เวลา 61 ปีมีเงินถึง 1 ล้านบาท ถ้าผลตอบแทนเพิ่มเป็น 5% ต่อปี จะใช้เวลา 33 ปี 10% ใช้เวลา 22 ปี จากการออมเพียงเดือนละ 1,000 บาทเท่าเดิม

จากตัวอย่างที่กล่าวมานี้ หากต้องการลงทุนเองเพื่อให้ได้ผลตอบแทนตามเป้าหมาย ก็ต้องมีเวลามากเพียงพอ ขณะที่การลงทุนในกองทุน มีข้อดี คือ เป็นจุดร่วมของการลงทุนในหุ้น ตราสารหนี้ หุ้นต่างประเทศ อสังหาริมทรัพย์ ทำให้นักลงทุนเลือกกระจายความเสี่ยงการลงทุนได้

ที่สำคัญ หากเป็นแอลทีเอฟและอาร์เอ็มเอฟก็จะได้สิทธินำเงินลงทุนไปหักลดหย่อนภาษีและผลตอบแทนไม่ต้องเสียภาษีจากการขายส่วนต่างราคาด้วย

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้ลงทุนต้องรู้ไว้ คือ แอลทีเอฟเมื่อซื้อมาแล้วต้องถือให้ครบ 7 ปีปฏิทิน หากขายคืนก่อนกำหนดจะถูกเสียค่าปรับและเรียกภาษีคืนย้อนหลัง ส่วนอาร์เอ็มเอฟขายได้เมื่ออายุเกิน 55 ปี คือเกษียณอายุแล้ว

แต่ยังมีอีกข้อแม้สำคัญ คือ ต้องถือไม่ต่ำกว่า 5 ปีก่อน แปลว่า ถ้าอายุ 55 ปีแล้วยังถืออาร์เอ็มเอฟไม่ครบ 5 ปี ก็ต้องถือต่อให้ถึงกำหนดก่อนจึงขายได้ โดยการนับอายุจะนับแบบวันชนวัน

ปฏิภาณ กล่าวว่า ก่อนซื้อกองทุนแอลทีเอฟและอาร์เอ็มเอฟควรวางแผนให้ดี โดยสามารถใส่เงินลงทุนเกินกว่าที่ลดหย่อนภาษีได้ แต่เมื่อยื่นขอลดหย่อนภาษีก็ได้สิทธิตามที่กำหนดไว้ ส่วนที่เกินมาไม่ได้สิทธิ

ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทน เปรียบได้กับการเหยียบคันเร่ง ต้องบริหารความเสี่ยงให้ดี ซึ่งในส่วนของ บล.โนมูระ พัฒนสิน ได้แบ่งพอร์ตการลงทุนตัวอย่างไว้ 3 รูปแบบ ให้นักลงทุนเลือก คือ แผนห่วงใยเงินต้น ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องระยะสั้น 50% สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ 50%

แผนกระจายการลงทุน ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องระยะสั้น 30% ความเสี่ยงสูง 40% ความเสี่ยงต่ำ 30% และแผนเน้นผลตอบแทน ลงทุนสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องระยะสั้น 10% ความเสี่ยงต่ำ 20% และความเสี่ยงสูง 70%

ปฏิภาณ กล่าวว่า โนมูระ พัฒนสิน เป็นนายหน้าซื้อขายกองทุนที่ออกโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการลงทุนทุกแห่งมีข้อมูลเปรียบเทียบกองทุนทั้งหมดได้

อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนที่ลงทุนกองทุนผ่าน โนมูระ พัฒนสิน มีข้อแม้ปิดรับคำสั่งซื้อเร็วกว่าช่องทางทั่วไป เพราะต้องส่งข้อมูลให้กับ บลจ.อีกทอดหนึ่ง

เมื่อมีช่องทางลงทุนในตลาดทุนผ่านกองทุน เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีระยะยาว ผู้ลงทุนก็น่าจะลองพิจารณาเป็นตัวเลือกรองรับการเกษียณอย่างมีสุข

ข่าวอื่นๆ