หุ้นไทยยกฐานขึ้น

  • วันที่ 06 ก.ย. 2560 เวลา 20:12 น.

หุ้นไทยยกฐานขึ้น

โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ หลักทรัพย์ธนชาต pichai.ler@thanachart.co.th

หุ้นไทยยกฐานขึ้นเหนือ 1,600 จุด หลังการเมืองไร้ความวุ่นวาย นักลงทุนส่วนใหญ่มั่นใจมากขึ้นว่ารัฐบาลจะมีเวลาเดินหน้าผลักดันโครงการลงทุนขนาดใหญ่ รวมถึงระเบียงเขตเศรษฐกิจตะวันออก (อีอีซี) หลังได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจากงานไทยแลนด์โฟกัสช่วงสัปดาห์ก่อน

เม็ดเงินที่จะไหลเข้าสู่ภาคการก่อสร้างมากขึ้นในปีหน้าจะช่วยหนุนหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ขณะที่กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมจะได้ผลดีจากกฎหมายอีอีซีที่ใกล้คลอดในอีก 1-2 เดือนข้างหน้า เมื่อพิจารณาประกอบกับภาคการท่องเที่ยวและการส่งออกที่เร่งตัวขึ้น คาดว่าเศรษฐกิจไทยในภาพรวมจะค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้น

ก่อนหน้านั้น ผู้ลงทุนสถาบันถือเงินสดในสัดส่วนสูงกว่าเกณฑ์ปกติ ขณะที่ต่างชาติถือครองหุ้นไทยในสัดส่วนต่ำ น่าสังเกตว่าปีนี้ตลาดหุ้นไทยขึ้นน้อยกว่าของตลาดหุ้นเพื่อนบ้านมาก ทำให้ต่างชาติเริ่มจับตาตลาดหุ้นไทย ค่าพี/อีตลาดหุ้นไทยในปี 2561 จะเหลือ 14.3 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 16 เท่า ปีนี้ดัชนี MSCI เอเชียที่ไม่รวมญี่ปุ่นให้ผลตอบแทนถึง 28.9%

ดัชนี MSCI Emerging Market ที่ชี้วัดตลาดหุ้นเกิดใหม่ทั่วโลกให้ผลตอบแทน 26.2%

ขณะที่ดัชนี MSCI Thailand แม้จะขึ้นแรงในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ปีนี้เพิ่งให้ผลตอบแทนเพียง 8.1%เมื่อการเมืองไทยมีความชัดเจนกอปรกับมีความคาดหวังเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย จึงมีแรงซื้อคืนหุ้นไทย โดยพุ่งเป้าไปที่หุ้นขนาดใหญ่โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีประเด็นหนุน เช่น หุ้นกลุ่มโรงกลั่นน้ำมัน

พายุเฮอริเคนฮาร์วี่ย์สลายตัวไปแล้ว แต่เป็นเหตุให้กำลังการกลั่นน้ำมันในสหรัฐหายไปจากระบบชั่วคราวถึงราว 30% ค่าการกลั่นถีบตัวขึ้นแตะ 10 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล สูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 6.4 ดอลลาร์/บาร์เรล

เมื่อพายุผ่านไปค่าการกลั่นฯ อาจถอยลงมาบ้าง แต่ดีมานด์-ซัพพลายในช่วงครึ่งปีหลังที่น่าจะหนุนให้ค่ากลั่นเฉลี่ยยืนได้แถว 7-8 ดอลลาร์ หนุนผลประกอบการหุ้นโรงกลั่นฯ ในช่วงครึ่งปีหลัง

หุ้นมือถือได้รับความสนใจมากขึ้น หลังภาวะการแข่งขันในธุรกิจมือถือลดระดับความรุนแรงลง เนื่องจากผู้เล่นในตลาดเน้นกลยุทธ์เพิ่มกำไรมากกว่าเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด

ปลายสัปดาห์ก่อน นักวิเคราะห์สื่อสารของ บล.ธนชาต ปรับประมาณการกำไรบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) ขึ้นจากเดิม 9.5-10.8% ในปี 2561-2562 ทั้งนี้คาดกำไรจะกลับมาขยายตัวตั้งแต่ไตรมาส 3 เป็นต้นไป

ค่าใช้จ่ายลงทุนในโครงข่ายได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ขณะที่ธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงมีแนวโน้มขยายตัวดี และคาดว่าจะถึงจุดคุ้มทุนได้ในปีหน้า

ขณะที่บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ก็ได้ประโยชน์จากการแข่งขันที่ลดลง อัตรากำไรจากการดำเนินงานจะสูงขึ้นจากค่าธรรมเนียม USO ที่ลดลง และการอุดหนุนค่าเครื่องมือถือที่ลดลง

ดัชนีหุ้นไทยปิดสูงสุดในรอบ 2 ปีครึ่งและมีทิศทางแกว่งขึ้น โดยมีแนวต้านระยะเดือนที่ 1,650 จุด จะทะลุหรือไม่ ต้องการแรงหนุนจากผลประกอบการ

เข้าสู่เดือนที่ 3 ของไตรมาส 3 แล้วในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าจะเริ่มมีการคาดการณ์เกี่ยวกับผลดำเนินงานไตรมาส 3 หากยังไม่มา ขณะที่ความคาดหวังนำไปพอสมควรอาจมีแรงขายทำกำไรสลับออกมา

สภาพคล่องทางการเงินที่อยู่ในเกณฑ์สูงลิ่ว อัตราดอกเบี้ยค่อนข้างต่ำ และขยับขึ้นอย่างเชื่องช้า จะเป็นปัจจัยที่ประคับประคองตลาดหุ้น แต่จะขึ้นได้ไกลขนาดไหนอยู่ที่ผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในภาพรวม

เมื่อหุ้นขนาดใหญ่เริ่มชะลอ จะตามมาด้วยการเก็งกำไรหุ้นขนาดรองๆ ลงมา จึงต้องเลือกลงทุนรายหุ้น เช่นบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ (WORK) และบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ (EA) ที่ถูกเพิ่มน้ำหนักในการคำนวณดัชนี FTSE โดยจะมีผลในวันที่ 15 ก.ย.นี้ และเป็นหุ้นพื้นฐานดีที่กำไรมีแนวโน้มดี

การถูกปรับเพิ่มน้ำหนักคาดว่าจะเรียกแรงซื้อจากกองทุนที่มีสไตล์บริหารสร้างพอร์ตเลียนแบบตะกร้าหุ้นในดัชนี รวมถึงแรงซื้อดักเก็งกำไร เพื่อไปขายช่วงใกล้วันที่ 15 ก.ย.

ทั้งนี้ สามารถติดตามบทวิเคราะห์รายหุ้นของธนชาตผ่านแอพพลิเคชั่น Think ที่พร้อมให้ดาวน์โหลดแล้ววันนี้ ทั้งในระบบ iOS และ Android

ดาวโหลดที่นี่ https://goo.gl/BhhePK

พบกันใหม่สวัสดีครับ 

ข่าวอื่นๆ