รัฐใช้งบประมาณอย่างไรให้คุ้มค่า สรุปตอนที่ 1

  • วันที่ 31 มี.ค. 2559 เวลา 14:24 น.

รัฐใช้งบประมาณอย่างไรให้คุ้มค่า สรุปตอนที่ 1

โดย...กิติชัย เตชะงามเลิศ นักลงทุนหุ้นและอสังหาริมทรัพย์     

บทความ 3 ตอนที่แล้วพูดถึงเรื่องปฏิรูปการศึกษา Logistics และ การส่งเสริมอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่ใช้ผลิตผลทางการเกษตรในประเทศ บทความนี้จะเป็นการสรุปคำแนะนำเพื่อมิให้รัฐต้องมาทำนโยบายประชานิยมแบบไม่ถูกต้อง ที่เป็นการแก้ปัญหาตรงปลายเหตุ โดยสาเหตุของปัญหาไม่ได้ถูกแก้ ทำให้เกิดวังวนของปัญหา เกิดซ้ำๆกันทุกปี ต้องใช้งบประมาณปีละหลายแสนล้านบาทเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอยู่ร่ำไปมาตรการที่รัฐควรจะนำมาใช้

1. ระบบการศึกษา จัดทำการแข่งขันแบบ REALITY SHOW เพื่อคัดอาจารย์แต่ละวิชา และแต่ละชั้นการศึกษา เพื่อให้ได้อาจารย์ที่สอนเก่ง (มีสาระ และสนุกไม่น่าเบื่อ) แล้วนำมาอัด VDO สอนวิชานั้นๆ แล้วแจกจ่ายไปยังทุกโรงเรียนทั่วประเทศ โดยกระทรวงศึกษาธิการต้องจัดงบ จัดซื้อเครื่องเล่น VDO ที่ปัจจุบันราคาถูกมาก ประมาณ 1,000 บาท ต่อเครื่อง ให้ทุกห้องเรียนของทุกโรงเรียน แล้วให้อาจารย์ประจำวิชานั้นๆ เป็นครูผู้ช่วยสอน คอยอธิบายกรณีนักเรียนดู VDO แล้วไม่เข้าใจ นั่นหมายถึงคุณภาพการศึกษาของเด็กไทยจะมีความเหลื่อมล้ำกันน้อยลง ระหว่างเด็กนักเรียนโรงเรียนชื่อดังในกรุงเทพฯกับเด็กนักเรียนโรงเรียนต่างจังหวัด และคุณภาพของเด็กไทยรุ่นใหม่ก็จะสามารถแข่งขันกับเด็กชาติอื่นๆ ซึ่งจะนำพาอนาคตที่ดีสู่ประเทศไทยเรา

2.ระบบ Logistics ต้องเก็บภาษี Capital Gain Tax กับเจ้าของที่ดินที่อยู่รอบๆสถานีรถไฟฟ้า และแนวเส้นรถไฟฟ้า เพราะได้รับประโยชน์เต็มๆจากราคาที่ดินที่มีมูลค่าสูงขึ้น จากการที่มีรถไฟฟ้าวิ่งผ่าน และให้เวนคืนที่ดินเพื่อสร้างส่วนที่เป็น Commercial โดยให้เอกชนบางส่วนมาประมูลแข่งขันกันสร้างเป็น Mixed Used Complex โดยจ่ายผลประโยชน์บางส่วนให้รัฐ จะทำให้พื้นที่รอบๆสถานีดูสวยงาม เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ต้องโดนพวกหาบเร่แผงลองยึดครอง เป็นที่ทำมาหากิน ปล่อยความสกปรก และกีดขวางการเดินทางของคนเดินอย่างที่เราเห็นๆกันอยู่ นอกจากนั้นร้านค้าใน Complex พวกนี้ยังไงก็ต้องเสียภาษี รัฐบาลก็จะมีรายได้เพิ่มด้วย

3.ส่งเสริมอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่ใช้ผลิตผลทางการเกษตรในประเทศ โดย

3.1 ให้สิทธิประโยชน์ BOI  โดยไม่เก็บภาษีเครื่องจักรนำเข้า ปลอดภาษีเงินได้ 5 ปีแรก จัดหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำโดยคิดที่อัตรา 0%  และปลอดภาระดอกเบี้ย สำหรับ 3 ปีแรก หลังจากนั้นก็ให้คิดอัตราดอกเบี้ยต่ำๆอีกสัก 2 ปี พอหลังจาก 5 ปีไปแล้ว ค่อยคิดอัตราดอกเบี้ยตามอัตราตลาด โดยเน้นอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่ใช้ยางพารา และข้าว ซึ่งเป็นตัวสร้างปัญหา และภาระให้กับรัฐบาลมาตลอด เคยสงสัยกันไหมครับว่าทำไมมาเลเซียถึงมีอุตสาหกรรมต่อเนื่องจากยางพาราที่ยิ่งใหญ่กว่าไทยเรา ทั้งๆที่ไทยเราเป็นประเทศที่ผลิตยางได้มากที่สุดในโลก นั่นเป็นเพราะวิสัยทัศน์ของรัฐบาลมาเลเซียที่เหนือกว่าไทยเราอย่างมาก มิฉะนั้น GDP PER CAPITA ของมาเลเซียจะเป็น 2 เท่าของไทย ทั้งๆที่ 30 ปีที่แล้วยังใกล้เคียงกันอยู่เลยได้หรือ

ทีแรกตั้งใจจะสรุปในตอนนี้ตอนเดียว แต่ด้วยเนื้อหาที่มาก คงต้องมาอ่านตอนจบในบทความหน้ากันครับ

 

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต

ข่าวอื่นๆ