เชียร์เก็บอิเล็กฯการบินสึนามิญี่ปุ่นกระทบน้อย

วันที่ 18 มี.ค. 2554 เวลา 08:02 น.
หุ้นชิ้นส่วนการบิน ยังไม่หมดเสน่ห์ โบรกเกอร์เชียร์เก็บ เชื่อรับผลกระทบจากญี่ปุ่นเล็กน้อย

ราคาหุ้นอิเล็กทรอนิกส์และธุรกิจการบินปรับตัวลงต่อเนื่องผลกระทบจากสึนามิที่ญี่ปุ่น โดยคาดว่าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จะขาดแคลน หลังญี่ปุ่นซึ่งเป็นผู้ผลิตและส่งออกชิ้นส่วนฯ ขั้นต้นและขั้นกลางรายใหญ่สุดของโลกได้หยุดดำเนินการ ส่งผลกระทบต่อต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิน)

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ยังแนะถือหุ้นบริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส์ (HANA) ให้ราคาเหมาะสม 28.22 บาท แม้ว่า Texas Instruments จัดเป็นลูกค้าที่สำคัญรายหนึ่งแต่บริษัทได้จัดส่งสินค้าไปให้ Texas Instruments ที่มาเลเซียและเม็กซิโก

นายพงษ์ศักดิ์ โล่ห์ทองคำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสวีไอ (SVI) กล่าวว่า บริษัทนำเข้าวัตถุดิบจากญี่ปุ่นน้อยมาก ส่วนใหญ่นำเข้าจากยุโรป สหรัฐอเมริกา และไต้หวัน จึงไม่เห็นผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับวัตถุดิบที่จะนำมาใช้ในการผลิต

“หากขาดแคลนจริงจะกระทบอุตสาหกรรมทั้งโลกในไตรมาส 2 ส่วนไตรมาสแรกทุกคนยังมีสต๊อกอยู่ ผลดำเนินงานไตรมาสแรกปีนี้ยังดีเท่ากับไตรมาส 4 ที่ผ่านมา”

นักวิเคราะห์ บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ได้นำผู้บริหารบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (DELTA) ไปโรดโชว์ โดยบริษัทตั้งเป้าการเติบโตของยอดขายปีนี้ 1827% แนะนำซื้อ เนื่องจากเดลต้าฯ มีความแข็งแกร่งเงินสดสุทธิ 8,100 ล้านบาท หรือ 6.50 บาทต่อหุ้น และหุ้นถูกมีพี/อี ปี 2554 เป็น 7.9 เท่า คาดอัตราผลตอบแทนปันผลถึง 6.4%” ดีบีเอสฯ ระบุ

อย่างไรก็ตาม บริษัทได้รับความเสี่ยงจากเงินบาทแข็งค่ามากกว่าที่คาด เศรษฐกิจโลกเติบโตชะลอลง และการขาดแคลนวัตถุดิบ

ขณะที่หุ้นการบินไทย (THAI) ปรับตัวลงต่อ 0.75 บาท หรือ 2% ปิดที่ 36.75 บาท แต่นักวิเคราะห์ เครดิตสวิส ให้น้ำหนักการลงทุนมากกว่าตลาด และให้ราคาเป้าหมาย 50.50 บาท

บล.เครดิตสวิส ประเมินว่าการลดราคาค่าโดยสารในประเทศลง 13-16% ส่งผลต่อรายได้ให้หายไปเพียง 0.3-0.4% จึงไม่มีนัยสำคัญ ขณะที่ปัจจัยบวกคือน่าจะทำให้แย่งชิงส่วนครองตลาดจากบริษัท ไทยแอร์เอเชียได้เพิ่มขึ้น

ดังนั้น ภาพรวมแล้วการลดค่าโดยสารจึงไม่มีผลกระทบต่อประมาณการกำไร ราคาในกระดานซื้อขายในราคาต่อมูลค่าบัญชี (P/BV) ที่ 0.9 เท่า คงคำแนะนำ “ซื้อ” เป้าหมาย 50.50 บาท

สำหรับหุ้นบริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT) ยังคงให้น้ำหนักลงทุนปกติ หลังบริษัทรายงานจำนวนผู้โดยสารเดือน ก.พ. เห็นการเร่งตัวเพิ่มขึ้นทั้งผู้โดยสารต่างชาติ 11.4% และผู้โดยสารในประเทศ 6.6%เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

นอกจากนี้ บริษัทได้ประโยชน์โดยตรงจากการฟื้นตัวของธุรกิจท่องเที่ยว คาดว่ากำไรปีนี้จะเพิ่มขึ้นถึง 196% เป็น 3,200 ล้านบาท และราคาหุ้นมีโอกาสปรับขึ้น 19% จากเป้าหมายที่ 40 บาท