ฟินันซ่าฉวยหุ้นปรับฐานตั้งกองทุนทริกเกอร์เก็บหุ้น

  • วันที่ 16 ก.พ. 2554 เวลา 12:55 น.

บลจ.ฟินันซ่า เล็งจังหวะหุ้นปรับฐานออกกองทริกเกอร์ 6 เดือน เป้ากำไร 7% พร้อมตราสารหนี้ระยะสั้น 3 เดือนขายวันนี้

นายธีรพันธุ์  จิตตาลาน  กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ฟินันซ่า เปิดเผยว่า หลังจากกองทุนเปิดฟินันซ่า สตาร์ ทริกเกอร์ 5 บรรลุเป้าภายในเวลารวดเร็ว ทำให้มีเสียงจากผู้ลงทุนให้เปิดกองทุนทริกเกอร์ต่อเนื่อง  แต่บริษัทรอจังหวะที่หุ้นปรับฐานจึงตัดสินใจออกกองทุนเปิดฟินันซ่า สตาร์ ทริกเกอร์ 7 เสนอขายระหว่างวันที่  16-25 ก.พ. 54

กองทุนดังกล่าวเหมาะสำหรับนักลงทุนที่เห็นว่าการลงทุนในหุ้นไทยปี 2554 จะยังคงให้ผลตอบแทนที่ดีจากคาดการณ์อัตราการเติบโตของผลประกอบการของบริษัทต่อหุ้น  19.3% ในปี 2554  ถึงแม้จะไม่สูงมากเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาซึ่งคาดว่าน่าจะเติบโตถึง 29.2%  ในขณะที่ตลาดหุ้นจะผันผวนสูงขึ้น จึงตั้งเป้าหมายอัตราผลตอบแทนที่คาดหวังจากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ในระดับที่ไม่สูงมากนัก ภายในระยะเวลาจำกัด โดยเมื่อได้ผลตอบแทนตามที่คาดหวังแล้ว พร้อมที่จะหยุดความเสี่ยง โดยการขายทำกำไรและออกจากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ทันที

นายธีระพันธ์ กล่าวว่า จุดเด่นและกลยุทธ์การลงทุน คือ ใช้ระยะเวลาลงทุนไม่เกิน 10 เดือน และตั้งเป้าหมายมูลค่าสินทรัพย์ต่อหน่วย (NAV) ที่ 10.85 บาท/หน่วย คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนประมาณ 7% ต่อปี ภายในระยะเวลา 6 เดือน โดยกองทุนจะใช้กลยุทธ์การลงทุนที่มุ่งเน้นผลตอบแทนที่แน่นอน เพื่อให้ได้ผลตอบแทนตามที่คาดหวัง โดยจะเลือกลงทุนในบริษัทที่มีแนวโน้มการเจริญเติบโตสูง ปัจจัยพื้นฐานดี  เช่น กลุ่มธุรกิจการเกษตร อาหารและเครื่องดื่ม และกลุ่มพลังงาน  ที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่เพิ่มสูงขึ้น 

นอกจากนี้หุ้นกลุ่มธนาคารที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยกว้างขึ้น  กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมและยานยนต์ที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการลงทุนทางตรงของต่างชาติที่เพิ่มขึ้น  กลุ่มพาณิชย์ที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการบริโภคภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปี 2554 นี้

พร้อมกันนี้ บลจ.ฟินันซ่า ยังออกกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น 3 เดือน กองทุนเปิดฟินันซ่าตราสารหนี้ 3M3(FAMFIX3M3) มูลค่าโครงการ 300 ล้านบาท เสนอขายระหว่างวันที่  16-23 ก.พ. 54 โดยให้ผลตอบแทนประมาณ 2.05% ต่อปี สำหรับผู้ลงทุนที่รอดูจังหวะการลงทุนในภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น บริษัทคาดว่าจะลงทุนใน ตั๋วเงินพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทยหรือตั๋วเงินคลัง, ตั๋วเงินธนาคารทิสโก้ (A), ตั๋วเงินธนาคารนครหลวงไทย ,ธนาคารสแตนดาร์ดชารต์เตอร์(ไทย) ,ธนาคารดอยซ์แบงค์ (ไทย), ธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย ,  ธนาคารกรุงไทย (AA) , ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (A-), ธนาคารเกียรตินาคิน (A-) และตราสารที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของผู้ออกตราสารที่สามารถลงทุน

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ