บลจ.ชวนทยอยเก็บของ950

วันที่ 25 ม.ค. 2554 เวลา 06:45 น.
มืออาชีพ บลจ.มองหุ้นแค่ปรับฐานสั้นๆ ดัชนี 950 ต้านแรงขายไหว ชวนซื้อหุ้น LTFRMF พัฒนสินแนะเลี่ยงหุ้นใน MSCI

 

ตลาดหุ้นไทยดิ่งลงเหวลึก เซียนแนะกลยุทธ์ลงทุนในภาวะดัชนียังหาจุดต่ำสุดไม่เจอ โดยนายธีรนาถ รุจิเมธาภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทิสโก้ เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นที่ปรับตัวลงแรงในช่วงนี้แนะนำให้นักลงทุนทยอยซื้อหุ้นเข้าพอร์ตรวมถึงการซื้อกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ที่ลงทุนในหุ้น

“ไม่จำเป็นที่นักลงทุนจะต้องขายหุ้นออกในตอนนี้ เพราะจากพื้นฐานตลาดหุ้นไทยดัชนีมีโอกาสไปถึง 1,200 จุดในปีนี้ และนักลงทุนต่างชาติได้ขายหุ้นออกไปเยอะแล้ว ดังนั้นดัชนีคงลงอีกไม่นาน หากพีอี 10 เท่า หรือ 11 เท่า หรือดัชนีแถว 950 จุด เป็นจุดที่ซื้อได้” นายธีรนาถ กล่าว

นายศรชัย สุเนต์ตา ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ กลุ่มจัดสรรสินทรัพย์และกลยุทธ์การลงทุน บลจ.ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ด้วยปัจจัยพื้นฐานในปัจจุบันเชื่อว่าดัชนีจะไม่หลุด 950 จุด ส่วนขาขึ้นมองไว้ที่ระดับ 1,200 จุด เพิ่มขึ้นประมาณ 1520% ภายใต้การขยายตัวของเศรษฐกิจ 45% และกำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) เติบโต1015% คาดว่าหุ้นขนาดใหญ่จะยังคงให้ผลตอบแทนที่ดีอยู่ แม้ว่าตลาดหุ้นจะผันผวนก็ตาม

ขณะที่ปัญหาของกลุ่มประเทศยุโรปที่ยังไม่นิ่ง รวมถึงการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐที่เริ่มดีขึ้นบ้างแต่ยังไม่ชัดเจน ทำให้กระแสเงินทุนยังคงมองหาแหล่งลงทุนที่ให้ผลตอบแทนดีอย่างกลุ่มเอเชียอยู่

นายวิชชุ จันทาทับ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ กลุ่มจัดการลงทุน บลจ.ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ดัชนีหุ้นปรับตัวลงเป็นระยะสั้น หากมีการเลือกตั้งในครึ่งปีหลังก็น่าจะช่วยหนุนให้ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้น 1520%

ด้านนายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ กล่าวว่านักลงทุนต่างชาติขายหุ้นออกไปเพื่อทำกำไรก่อน เพราะยังไม่มีใครเดาได้ว่าอัตราดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นถึงระดับไหนถึงจะหยุดยั้งอัตราเงินเฟ้อได้

ส่วนกลยุทธ์การลงทุนในภาวะที่ดัชนีที่ลดลงแรงนั้น นักลงทุนประเภทเก็งกำไรแนะนำให้รอดูสถานการณ์ก่อนเพราะแรงขายของต่างชาติยังไม่สิ้นสุด และหากนับจากต้นปีถึงปัจจุบันต่างชาติขายสุทธิแล้วเกือบ 3 หมื่นล้านบาท

สำหรับนักลงทุนระยะยาวมองว่าจะเป็นจังหวะในการเข้าซื้อหุ้น ซึ่งหุ้นที่แนะนำคือหุ้นที่มีแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลที่ดี รวมถึงหุ้นธนาคารพาณิชย์ด้วย

นักวิเคราะห์ บล.โนมูระ พัฒนสิน คาดว่าหุ้นที่อยู่ในการคำนวณ MSCI Thailand มีความเสี่ยงสูงที่จะมีแรงขายทำกำไรเพิ่มขึ้น เพราะเป็นเป้าหมายการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งหุ้นที่ปรับขึ้นแรงในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ธนาคารกรุงไทย (KTB) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) บริษัท บ้านปู (BANPU) บริษัท ปตท. (PTT) บริษัท ปตท.เคมิคอล (PTTCH) บริษัท บีอีซีเวิลด์ (BEC)

นายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญผู้ช่วยกรรมการอำนวยการ บล.บัวหลวง กล่าวว่า หุ้นที่ปรับลงมาแรงเกิดจากนักลงทุนกังวลเรื่องภาวะเงินเฟ้อและราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในทิศทางเดียวกันเหมือนปี 25492550 โดยเกรงว่าอาจทำให้ดอกเบี้ยขึ้นแรงในภูมิภาคเอเชีย

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าเม็ดเงินต่างชาติพร้อมที่จะกลับเข้ามาในกลุ่ม TIPs คือ ตลาดหุ้นไทย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย รวมถึงปัจจัยในประเทศไทยยังสามารถดึงความสนใจของต่างชาติได้อยู่ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างภาคเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่ยังเติบโตได้ และกำไรของบจ.ในปี 2554 ยังขยายตัว 15% จากปีก่อนโตมากกว่า 20%

“ระยะนี้ต่างชาติอาจรอดูผลประกอบการไตรมาส 4 และผลงานทั้งปี 2553 ของ บจ.ก่อน จึงปรับพอร์ตในไตรมาส 1 โดยให้แนวรับอยู่ที่ 950960 จุด ก่อนจะกลับเข้ามาในไตรมาส 2”

กลยุทธ์สำหรับการลงทุนไตรมาสแรก คือ เป็นโอกาสที่จะเข้าสะสมหุ้นขนาดใหญ่รายตัวที่เติบโตแบบก้าวกระโดดมากกว่าเลือกปันผลหุ้นรายตัวในกลุ่มน้ำมัน อย่างกลุ่มเครือบริษัท ปตท. หรือกลุ่มที่ผูกติดกับก๊าซ บริษัท ปตท.เคมิคอล บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส (IVL) และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ เช่น ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ธนาคารกรุงไทย

นายกัณฑรา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการ บล.ฟินันเซียไซรัส แนะนำนักลงทุนรอซื้อหุ้นที่แนวรับ 960 จุด และควรรอดูการประชุมของธนาคารกลางต่างประเทศหลายแห่ง เช่น สหรัฐ โดยบริษัทยังคงมองเป้าหมายดัชนีปีนี้อยู่ที่ 1,300 จุด