TRIS ปรับเปลี่ยนแนวโน้มอันดับเครดิตของ ไมเนอร์ เป็นระดับ “คงที่”

วันที่ 12 มิ.ย. 2565 เวลา 19:57 น.
TRIS ปรับเปลี่ยนแนวโน้มอันดับเครดิตของ ไมเนอร์ เป็นระดับ “คงที่”
TRIS ปรับเปลี่ยนแนวโน้มอันดับเครดิตของ ไมเนอร์ เป็นระดับ “คงที่” สะท้อนการฟื้นจากผลกระทบโควิดชัดเจนขึ้น

บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (“MINT”) มีความยินดีที่จะประกาศว่าบริษัท ทริสเรทติ้ง (“TRIS”) ได้ปรับเปลี่ยนแนวโน้มอันดับเครดิตของ MINT เป็นระดับ “คงที่” จาก “ลบ” โดยการปรับแนวโน้มดังกล่าวสะท้อนถึงการคลายความกังวลของ TRIS จากผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 และการคาดการณ์ของ TRIS ถึงการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของผลการดำเนินงานในหลายไตรมาสข้างหน้า จากการยกเลิกข้อจำกัดในการเดินทางอันเนื่องมาจากโรคระบาด และการที่ทั่วโลกค่อยๆ กลับคืนสู่ภาวะปกติทางสังคมและเศรษฐกิจ นอกจากนี้ TRIS คาดว่า MINT จะสามารถฟื้นสถานะเครดิตได้อย่างต่อเนื่องและมีสภาพคล่องที่เพียงพอในระยะ 12 เดือนข้างหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวอย่างมั่นคงของการดำเนินงานธุรกิจ แม้ว่าจะมีความไม่แน่นอนจากภาวะเศรษฐกิจภายนอกก็ตาม ในขณะเดียวกัน TRIS ได้คงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันของ MINT ที่ระดับ “A” รวมทั้งคงอันดับเครดิตหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน (MINT18PA) ที่ระดับ “BBB+” โดยการจัดอันดับเครดิตดังกล่าวสะท้อนถึงฐานการดำเนินงานทางธุรกิจที่แข็งแกร่งของ MINT จากการมีแบรนด์ที่แข็งแกร่ง การกระจายความเสี่ยงทางภูมิศาสตร์ และภาระหนี้สินทางการเงินที่ลดลง

นายชัยพัฒน์ ไพฑูรย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ MINT กล่าวว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งกับข่าวการปรับอันดับเครดิตของบริษัทโดย TRIS ในครั้งนี้ และเมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท ฟิทช์เรทติ้งส์ได้ยกระดับอันดับเครดิตองค์กรและปรับเปลี่ยนแนวโน้มอันดับเครดิตของเอ็นเอช โฮเทลส์ กรุ๊ปด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ จากความต้องการของการเดินทางเพื่อการพักผ่อนที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญภายหลังจากการที่ไม่ได้เดินทางเป็นเวลานาน ประกอบกับการฟื้นตัวของการเดินทางเพื่อธุรกิจ ส่งผลให้กลุ่มโรงแรมในภูมิภาคหลักของบริษัท ซึ่งรวมถึงทวีปยุโรป ประเทศมัลดีฟส์ และประเทศออสเตรเลีย มีผลการดำเนินงานที่ฟื้นตัวกลับมาสู่ระดับก่อนการระบาดของโรค COVID-19 แล้ว นอกจากนี้ สภาวะแวดล้อมการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทยและออสเตรเลียยังคงปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการปรับเปลี่ยนเวลาการเปิดให้บริการและจำนวนที่นั่งรับประทานอาหารภายในร้านสู่ระดับปกติ ในขณะเดียวกัน MINT คาดว่ายอดขายของกลุ่มธุรกิจร้านอาหารในประเทศจีนจะมีการฟื้นตัวในรูปแบบตัววีเมื่อการปิดประเทศได้สิ้นสุดลง” เขาได้กล่าวเสริมว่า “ฐานะทางการเงินของบริษัทยังคงแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยอัตราส่วนภาระหนี้สินต่อทุนที่ต่ำกว่าเงื่อนไขตามพันธสัญญาหนี้ แม้ว่าบริษัทจะได้รับการยกเว้นการทดสอบการดำรงอัตราส่วนทางการเงินดังกล่าวไปจนถึงสิ้นปี 2565 นอกจากนี้ สถานะสภาพคล่องของ MINT ยังคงแข็งแกร่งด้วยเงินสดในมือ เงินทุนหมุนเวียน และกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่เพียงพอต่อการดำเนินงานจากการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของกิจกรรมทางธุรกิจ”

บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (MINT) เป็นผู้นำในการดำเนินธุรกิจระดับสากล โดยประกอบ 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจร้านอาหาร และธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าไลฟ์สไตล์ MINT ดำเนินธุรกิจโรงแรมทั้งในรูปแบบเป็นเจ้าของเอง บริหารจัดการ และร่วมลงทุน โดยมีโรงแรมและเซอร์วิส สวีทมากกว่า 520 แห่ง ภายใต้แบรนด์ อนันตรา, อวานี, โอ๊คส์, ทิโวลี, เอ็นเอช คอลเลคชั่น, เอ็นเอช, นาว, เอเลวาน่า, แมริออท, โฟร์ซีซั่นส์, เซ็นต์ รีจิส, เรดิสัน บลู และโรงแรมในกลุ่มไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ใน 56 ประเทศในเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง แอฟริกา คาบสมุทรอินเดีย ยุโรป อเมริกาใต้ และอเมริกาเหนือ นอกจากนี้ MINT เป็นผู้นำในธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย โดยมีร้านอาหารกว่า 2,400 สาขา ใน 24 ประเทศ ภายใต้แบรนด์ เดอะ พิซซ่า คอมปะนี, เดอะ คอฟฟี่ คลับ, ริเวอร์ไซด์, เบนิฮานา, ไทย เอ็กซ์เพรส, บอนชอน, สเวนเซ่นส์, ซิซซ์เลอร์, แดรี่ ควีน และเบอร์เกอร์ คิง อีกทั้งยังเป็นผู้นำด้านการจัดจำหน่ายสินค้าไลฟ์สไตล์และรับจ้างผลิต ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ อเนลโล่, เบิร์กฮอฟฟ์, โบเดิ้ม, บอสสินี่, ชาร์ล แอนด์ คีธ, เอสปรี, โจเซฟ โจเซฟ, แรทลีย์, สวิลลิ่ง เจ. เอ. เฮ็งเคิลส์ และไมเนอร์ สมาร์ท คิดส์ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ www.minor.com