“เอสซีจี เคมิคอลส์” ชูนวัตกรรมผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์ครบวงจรเพื่อความยั่งยืน

วันที่ 04 มี.ค. 2565 เวลา 12:28 น.
“เอสซีจี เคมิคอลส์” ชูนวัตกรรมผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์ครบวงจรเพื่อความยั่งยืน
“เอสซีจี เคมิคอลส์” หรือ เอสซีจีซี (SCGC) ปรับภาพลักษณ์แบรนด์มุ่งสู่ผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์ครบวงจรเพื่อความยั่งยืนทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน

นายธนวงษ์ อารีรัชชกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC เปิดเผยว่า SCGC เดินหน้าสู่ “ธุรกิจเคมีภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน” (Chemicals Business for Sustainability) มุ่งดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับแนวคิด ESG (Environmental, Social and Governance) และตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ล่าสุดได้ปรับภาพลักษณ์แบรนด์ หลังเดินหน้าศึกษาและเตรียมการเพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมเติบโตต่อไปอย่างแข็งแกร่ง นับเป็นก้าวสำคัญที่จะสื่อสารสะท้อนตัวตนความเป็น SCGC ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ตลอดจนสร้างการจดจำในวงกว้างไปยังกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่ม โดยได้เปลี่ยนโลโก้หรือตราสัญลักษณ์ใหม่ และเผยแพร่ภาพยนตร์โฆษณาชุด INNOVATION THAT’S REAL นวัตกรรมเคมีภัณฑ์ เพื่อทุกความเป็นไปได้ ผ่านช่องทางสื่อสารต่าง ๆ

โดยตราสัญลักษณ์รูปแบบใหม่ของบริษัทฯ ออกแบบเป็นรูปกราฟิกใบไม้หกเหลี่ยม และตัวอักษร SCGC สะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืน บนรากฐานอุดมการณ์ของเอสซีจี ซึ่งยึดมั่นปฏิบัติมาอย่างยาวนาน พร้อมทั้งความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ร่วมสร้างเศรษฐกิจให้แข็งแกร่ง ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคให้ดียิ่งขึ้น ภายใต้แนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนและ ESG โดยตัวอักษร “SCGC” ย่อมาจากคำว่า SCG Chemicals ที่ออกแบบให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สื่อถึงความมั่นคง นอกจากนี้ยังได้ใช้โทนสีเพื่อสื่อความหมาย ได้แก่ สีน้ำเงิน สื่อถึงนวัตกรรมและความรับผิดชอบ สีเขียว สื่อถึงการทำธุรกิจเพื่อความยั่งยืน สีแดง สะท้อนอุดมการณ์ของเอสซีจีที่ยึดมั่นปฏิบัติ และสีเหลือง แสดงตัวตนที่ไม่หยุดนิ่งพร้อมเดินหน้าเพื่อสร้างการเติบโต

นายธนวงษ์ กล่าวว่า ปัจจุบัน SCGC มุ่งสู่การผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์ครบวงจรเพื่อความยั่งยืน โดยเริ่มดำเนินธุรกิจตั้งแต่ปี 2526 หรือร่วม 40 ปีที่ผ่านมา จึงมีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญในธุรกิจเคมีภัณฑ์แบบครบวงจร ครอบคลุมการผลิตตั้งแต่ขั้นต้น (โอเลฟินส์) ถึงขั้นปลาย ได้แก่ เม็ดพลาสติกหลัก 3 ประเภทคือ พอลิเอทิลีน (PE) พอลิโพรพิลีน (PP) และพอลิไวนิลคลอไรด์ (PVC) รวมถึงผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปอื่น ๆ ภายใต้กระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานสากลและความปลอดภัยสูงสุด ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวถูกนำไปใช้ผลิตเป็นสินค้าที่เกี่ยวกับการอุปโภคบริโภค สินค้าในภาคอุตสาหกรรม และสินค้านวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตของทุกคน ซึ่งเป็นสินค้าที่อยู่ใกล้ตัวและช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต อาทิ บรรจุภัณฑ์อาหาร ชิ้นส่วนรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์การแพทย์ ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ เช่น ท่อส่งน้ำ สายเคเบิลโทรคมนาคม เป็นต้น พร้อมเร่งขับเคลื่อนนวัตกรรมสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง หรือ HVA (High Value Added Products & Services) ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมเคมีภัณฑ์เพื่อทุกความเป็นไปได้ INNOVATION THAT’S REAL เพื่อตอบโจทย์เทรนด์โลก และช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ดียิ่งขึ้นได้จริง ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา SCGC ได้ขยายการลงทุนทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนเพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยการเข้าซื้อหุ้น 30.57% ในบริษัท PT Chandra Asri Petrochemical Tbk (CAP) ซึ่งเป็นโรงงานปิโตรเคมีครบวงจรแห่งเดียวในประเทศอินโดนีเซียเมื่อปี 2554 ปัจจุบัน CAP มีสินทรัพย์รวมประมาณ 4,590 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงการก่อสร้างโครงการปิโตรเคมีครบวงจรแห่งแรก Long Son Petrochemicals Company Limited (LSP) ที่ประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ SCGC ถือหุ้น 99.99% มีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 5,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในครึ่งปีแรกของปี 2566

SCGC มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมเคมีภัณฑ์ ที่เป็นส่วนสำคัญในชีวิตผู้คนมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีสินค้าและบริการมูลค่าเพิ่มสูงที่เน้น 5 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐาน บรรจุภัณฑ์ ยานยนต์ สุขภาพ และโซลูชันด้านพลังงาน อีกทั้งยังพัฒนานวัตกรรมด้านกระบวนการผลิตด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ตลอดห่วงโซ่คุณค่า ซึ่งหนึ่งในไฮไลต์นวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม คือ “SCGC GREEN POLYMER” โซลูชันพลาสติกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์ 4 ด้าน ได้แก่ (1) Reduce ลดการใช้ทรัพยากรและใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดผ่านเทคโนโลยีการผลิตเม็ดพลาสติกคุณภาพสูงอย่าง SMXTM Technology (2) RECYCLABLE โซลูชันเพื่อเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์จากฟิล์มที่ประกอบด้วยชั้นของวัสดุหลายประเภท ให้กลายเป็นบรรจุภัณฑ์จากพลาสติก PE หรือ PP เพียงชนิดเดียวเพื่อให้สามารถนำไปรีไซเคิลได้อย่างมีประสิทธิภาพ (3) RECYCLE โซลูชันเพื่อนำพลาสติกใช้แล้วจากครัวเรือนมารีไซเคิลช่วยลดปริมาณขยะและลดการใช้ทรัพยากร และ (4) RENEWABLE โซลูชันเพื่อให้เกิดพลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ผ่านการรับรองจาก DIN CERTCO สถาบันชั้นนำของโลก และพลาสติกจากทรัพยากรหมุนเวียนอย่างพืช เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้พัฒนาสินค้านวัตกรรมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและสังคม พร้อมช่วยขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ นวัตกรรมป้องกันโควิด 19 แบบเคลื่อนที่ (Mobile Isolation Unit) รถเข็นผู้ป่วยอัจฉริยะ (Smart Transfer Wheelchair) หน้ากากสามมิติสำหรับชีวิตวิถีใหม่ วาโรการ์ด (Varogard) นวัตกรรมพลาสติกหุ้มสายเคเบิลป้องกันการลามไฟ นวัตกรรมเม็ดพลาสติกเพื่อผลิตท่อ PE112 เป็นต้น ซึ่งสินค้านวัตกรรมดังกล่าวจะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและสร้างความแตกต่างให้กับ SCGC ทั้งนี้ SCGC จะไม่หยุดพัฒนานวัตกรรมเคมีภัณฑ์เพื่อทุกความเป็นไปได้ INNOVATION THAT’S REAL เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พัฒนาคุณภาพชีวิต และสร้างโลกที่ยั่งยืนไปพร้อมกัน