กัดเก็งกำไรใช้ระบบเตือนเข้ม

วันที่ 04 ม.ค. 2554 เวลา 08:49 น.
ตลาดรับมือเก็งกำไรใช้ระบบเตือนเข้ม ตลาดรับมือหุ้นกระทิงใช้ระบบเตือนเข้ม

ตลาดหลักทรัพย์ติวเข้มแผนดูแลการซื้อขายหลักทรัพย์ ตัวไหนราคาและวอลุมเปลี่ยนแปลงเกินกำหนด รีบสะกิดแจ้งนักลงทุนทันทีภายในสิ้นวัน

นายศักรินทร์ ร่วมรังษี ผู้ช่วยผู้จัดการ สายงานกำกับตลาด ตลาดหลักทรัพย์ เปิดเผยว่า ปี 2554 ตลาดหลักทรัพย์มีแผนดูแลการซื้อขายหลักทรัพย์ที่มีระบบเตือนมากขึ้น เพื่อเตือนนักลงทุนให้ระวังราคาหุ้นที่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ คาดภายในครึ่งปีแรกตลาดจะนำออกมาใช้

สำหรับระบบเตือนนี้จะใช้กับหุ้นที่มีการเปลี่ยนแปลงของราคาและจำนวนหุ้นเพิ่มขึ้นมากเป็นพิเศษ แตกต่างจากของเดิม เช่น หุ้นตัวใดที่ราคาเปลี่ยนแปลง 15% ของราคาปิดครั้งก่อน ตลาดหลักทรัพย์จะเตือนแจ้งให้นักลงทุนรู้เป็นกรณีพิเศษทันทีภายในสิ้นวันทันที ซึ่งหลายตลาดหุ้นในเอเชียทำวิธีนี้ เช่น ไต้หวัน ฮ่องกง มาเลเซีย

นายศักรินทร์ กล่าวว่า การเตือนแบบนี้ตลาดดูจากปริมาณการซื้อขาย ราคา และข่าวสารที่เกี่ยวข้อง ต่างจากเดิมที่การแจ้งเตือนของตลาดโดยใช้เครื่องหมาย Alert จะมีประเด็นพิเศษเกี่ยวกับข้อมูลของบริษัทที่มีผลต่อราคาหุ้น

“วิธีใหม่นี้เป็นเรื่องการเทรดดิง (ซื้อขาย) โดยเฉพาะ ซึ่งตลาดจะเน้นการเปิดเผยข้อมูลให้เห็นเป็นรายวันภายในสิ้นวัน วิธีนี้ต้องการให้รู้ว่าหุ้นบางตัวราคาและการซื้อขายเปลี่ยนแปลงเป็นพิเศษ เป็นการปกป้องนักลงทุนมากขึ้น เพราะพฤติกรรมและสภาพตลาดทุนขาขึ้น ต้องให้ข้อมูลกับนักลงทุนมากขึ้นตาม” นายศักรินทร์ กล่าว

ผู้ช่วยผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ กล่าวอีกว่า ปีที่ผ่านมาตลาดหลักทรัพย์ส่งเรื่องการซื้อขายผิดปกติให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ประมาณ 30 บริษัท ซึ่งมากขึ้นจากปี 2552 แต่ขนาดบริษัทที่ทำผิดเล็กลง ซึ่งในจำนวนนี้มีบริษัทเดิมๆ ที่มีการทำผิดซ้ำเนื่องจากมีคนดูแลกลับมาดูแลหุ้นอีก

นอกจากนี้ ความผิดเรื่องการใช้ข้อมูลภายใน (อินไซเดอร์เทรดดิง) ได้เพิ่มขึ้นเช่นกันจากภาวะตลาดรวมที่ดีขึ้น

“ปีที่ผ่านมาตลาดส่งเรื่องให้ ก.ล.ต.มีจำนวนมากขึ้น เพราะช่วงกลางปีเป็นต้นมาถึงช่วงท้ายปีตลาดหุ้นโดยรวมปรับตัวขึ้น หุ้นบางตัวมีคนทำผิดซ้ำอีก เหมือนมีคนดูแลกลับมาดูแล หรือกรณีการใช้อินไซเดอร์เทรดดิงเพิ่มขึ้นเช่นกัน จากภาวะหุ้นขาขึ้นทำให้ผู้บริหาร กรรมการ มีความสนใจหุ้น จนทำให้ใช้ข้อมูลโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม” นายศักรินทร์ กล่าว