เซียนฟันธง!! หุ้นแรลลี ผลตอบแทนเริ่มลด

วันที่ 04 ม.ค. 2554 เวลา 08:47 น.
ผ่านพ้นปีเสือ (2553) ไปหมาดๆ ปีกระต่าย 2554 กำลังทำหน้าที่แทน แม้ว่าปีเก่าจะหมดไปแล้ว

แต่ความทรงจำในตลาดหุ้นปีที่ผ่านมา คงไม่มีใครลืมง่ายๆ เพราะปีก่อน ตลาดหุ้นสร้างบิ๊กเซอร์ไพรส์ไว้หลายอย่าง ทั้งที่บรรยากาศการเมือง สภาพความเป็นจริงของเศรษฐกิจ ตลอดจนภัยพิบัติน้ำท่วมครึ่งประเทศ ไม่ทำให้ตลาดหุ้นหวั่นไหว กลับทำลายสถิติในรอบกว่า 10 ปี ตั้งแต่ดัชนีตลาดขึ้นไปสูงสุด 1,049 จุด มูลค่าตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) สูงสุดตั้งแต่ตั้งตลาดหลักทรัพย์ 8.3 ล้านล้านบาท

หรือตลอดทั้งปี 2553 ดัชนีปรับตัวขึ้น 298.22 จุด คิดเป็น 40.59% จากปี 2552 (734.54 จุด) มาปิดที่ระดับ 1,032.76 จุด ตลาดหุ้นรวยเพิ่มขึ้นจากมาร์เก็ตแคป ปี 2552 ที่ 5.87 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.47 ล้านล้านบาท เป็น 8.34 ล้านล้านบาท หรือรวยขึ้น 42% สัดส่วนราคาต่อกำไร (P/E) ที่ 15 เท่า ผลตอบแทนจากเงินปันผล 3%

ส่วนปีกระต่าย 2554 ตลาดหุ้นจะวิ่งแรลลีต่อไป 1,2001,300 จุด มาร์เก็ตแคปจะแตะ 9 ล้านล้านบาท ผลตอบแทนจากเงินปันผลจะขึ้นไป 4% อย่างที่คาดการณ์ได้หรือไม่นั้น คงต้องดูปัจจัยหลายๆ อย่างประกอบ ทั้งปัจจัยภายในประเทศ หลักๆ ยังให้น้ำหนักที่การเมืองเป็นหลัก และปัจจัยภายนอกประเทศ โดยเฉพาะปัญหาการเงินในยุโรป และการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบรอบ 2 ของสหรัฐ (QE 2) ที่มองไปถึง QE 3 ที่จะทำให้สภาพคล่องโลกล้นเข้าตลาดหุ้นเอเชีย

วิศิษฐ์ : หุ้น 2 ปียังดี สินค้าโภคภัณฑ์ขาขึ้นสมบูรณ์แบบ

นายวิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล กรรมการบริหาร สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ มองว่า ตลาดหุ้นยังดีต่อเนื่องไปอีก 2 ปี ไปถึงปี 2555 ซึ่งปี 2554 จะมีเงินสภาพคล่องไหลเข้าตลาดหุ้น 25 แสนล้านบาท จากเหตุผลที่สหรัฐไม่ขึ้นดอกเบี้ย ยังคงตรึงอยู่ 0–0.25% รวมทั้งสถานการณ์ในยุโรปยังไม่เลวร้ายไปถึงสิ้นปี 2556

“ความต้องการความเสี่ยงของนักลงทุนทั่วโลกยังมีอยู่ จากอัตราดอกเบี้ยต่ำ สภาพคล่องของโลกมีมากอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จากการอัดฉีดเงินของสหรัฐ และถ้ามี QE 3 จริง จะเห็นเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนอีก 10% ทั้งตลาดหุ้น ทองคำ และน้ำมัน โลหะ จะเป็นขาขึ้นสมบูรณ์แบบ เงินเฟ้อมาแน่นอน ราคาหุ้น ปตท. (PTT) จะไม่เจอ 280 บาท อีก มีแต่ค่อยๆ ขึ้นไปเรื่อยๆ ส่วนเรือเทกอง อีก 2 ปีจากนี้ หรือปี 2555 จะมา ส่วนโรงกลั่นมีวัฏจักร 4 ปี ซึ่งปีที่ผ่านมาต่ำสุดแล้ว ฉะนั้นปี 2554 โรงกลั่นจะมา” นายวิศิษฐ์ กล่าว

นอกจากเงินต่างชาติที่ไหลเข้ามาสนับสนุนหุ้นดีต่อเนื่องแล้ว นายวิศิษฐ์ ยังมองว่า การเมืองในประเทศไทยจะเป็นตัวกำหนดตลาดหุ้นได้อีกทาง จากสถิติเลือกตั้ง 7 ครั้ง หุ้นมักขึ้นก่อนเลือกตั้ง โดยซื้อก่อน 1 อาทิตย์ และถือ 3 อาทิตย์หลังเลือกตั้งได้รัฐบาลใหม่ จึงขายทำกำไรจบ จากสถิติการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมา พบว่ายิ่งนายกรัฐมนตรีอยู่นาน หุ้นยิ่งมีเสถียรภาพ

‘จอร์สตัน’ : ปีทองการลงทุน 1,300 เห็นชัวร์

“จอร์สตัน” หรือฉายา “เอกยุทธ อัญชันบุตร” นักลงทุนรายใหญ่ มองไกลตลาดหุ้นไทยปีกระต่าย เป็นปีที่ดีที่สุดของการเล่นหุ้นในรอบ 34 ปี มีโอกาสที่ดัชนีจะปรับตัวขึ้น 2550% จากปีที่ผ่านมา หรือง่ายๆ คือ มีโอกาสได้เห็น 1,300 จุด ไม่ต่ำกว่านี้

เหตุผลที่ให้คือ 1.เงินต่างชาติที่ไหลเข้ามา จากมาตรการเข้มงวดของสหรัฐ ทำให้กองทุนไปหาที่ลงทุนใหม่ ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปไม่ดี ปัญหายังเปิดไม่หมด เคลียร์ไม่จบ ซึ่งการช่วยกันของหลายๆ ประเทศในยุโรปน่าจะไปรอด แต่เงินจะไหลเข้าตลาดหุ้นเอเชีย รวมทั้งไทยที่ได้อานิสงส์นี้ด้วย

2.ผลประกอบการกลุ่มพลังงานดี จากราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นมา และกลุ่มธนาคารยังดี ตามอัตราดอกเบี้ยที่ขยับขึ้นมา และ 3.การเลือกตั้ง ทำให้มีเม็ดเงินสะพัด

 

“ปัญหาในยุโรปยังเปิดไม่หมด เคลียร์ไม่จบ หลายๆ ประเทศในยุโรปต้องช่วยกันคิดว่าน่าไปรอดได้”

จอร์สตัน มองหุ้นเด่นปีนี้ ถ้ามอง SET ขึ้น ก็ต้องมอง 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มพลังงานและแบงก์เป็นหลัก รวมถึงหุ้นทุนหนุนรัฐบาล ซึ่งไม่ต้องบรรยายก็รู้ว่ามีอยู่ไม่กี่ตัว และเลี่ยงหุ้นใหญ่ที่ทำราคาสูงสุด อย่าง PTTAR

“ต้นปีไม่มีหุ้นที่จะซื้อยังไม่สายเกินไป ถ้าตลาดต้นปีไม่แรง ไม่มี January Effect เป็นโอกาสซื้อ และไม่แนะนำให้เล่นรายวัน หรือซื้อหักกลบลบหนี้ แต่ให้ถือได้กำไร 2030% ของเงินลงทุน” นักลงทุนแนะนำ

‘เสี่ยป๋อง’ : กลัวปรับฐานใหญ่

เสี่ยป๋อง หรือ นายวัชระ แก้วสว่าง เสี่ยรายใหญ่ค่าย บล.เอเซีย พลัส มองว่า ตลาดหุ้นขึ้นได้ 20% จากระดับสิ้นปี หรือขึ้นได้ 200 จุด ที่ระดับดัชนี 1,230 จุด ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกดัชนีมีโอกาสได้เห็นที่ระดับนี้ ส่วนครึ่งปีหลังวิตกการปรับฐานใหญ่ เนื่องจากช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ตลาดไม่มีการปรับฐานใหญ่

“สมมติต้นปีดัชนีไป 1,200 จุด อาจมีการพักตัว จากนั้นยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ถ้าได้รัฐบาลเดิมหุ้นขึ้นยาว เพราะทุกอย่างล็อกไว้หมดแล้ว”

สำหรับความเสี่ยงที่เสี่ยป๋องกลัว มีเรื่องเดียวคือการเมือง ปัญหาความขัดแย้ง ทั้งที่รู้แต่ก็อดวิตกไม่ได้

โดยสรุปของเสี่ยป๋อง คือ ปีหน้าการเมืองยังมีความเสี่ยงแต่ให้น้ำหนักน้อยลง ปัญหายุโรปให้น้ำหนักมาก แต่อยู่ไกลเมืองไทย อย่าไปกลัวเกินเหตุ ฉะนั้นตลาดหุ้นน่าจะยืนในแดนบวกได้ ขึ้นได้ 20% ลงไม่เกิน 10%

“ตลาดหุ้นขึ้นได้เพราะเงินปั๊มจาก QE 2 ที่อัดฉีดเข้ามาในระบบ ทำให้มีเงินต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้น แต่อย่าลืมว่าภาคธุรกิจไม่ได้โตมาก พลัง QE 2 ทำให้เราประมาทไม่ได้ และจาก 5 ปีย้อนหลังที่ผ่านมา เดือน ม.ค. เป็นเดือนของการปรับฐานของตลาดหุ้น ฉะนั้นเดือนนี้ต้องระวังการปรับฐานในช่วงกลางเดือน แต่ไม่น่าหลุด 950 จุด และจะขึ้นแรงอีกครั้งเดือน พ.ค. หลังการเลือกตั้ง แต่กลัวยืนไม่ได้”

ทวีฉัตร : หุ้นแพงผลตอบแทนเริ่มลด

นายทวีฉัตร จุฬางกูร นักลงทุนรายใหญ่เจ้าของกิจการกลุ่มซัมมิท กล่าวว่า ตลาดหุ้นปี 2554 พอไปได้ แต่จะให้ผลตอบแทนสู้ปีที่ผ่านมาไม่ได้ เนื่องจากตลาดปีที่ผ่านมา จากราคาหุ้นที่ต่ำ ซึ่งปัจจุบันราคาหุ้นขึ้นมามาก จึงไม่ใช่ตลาดที่ถูก อีกทั้งปัญหาเศรษฐกิจในสหรัฐและยุโรปต้องใช้เวลา

“ปีที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยขึ้นมามาก 6070% เลยไม่คิดว่าปีนี้จะทำกำไรได้ขนาดนี้ เป็นไปได้ยาก”

นายทวีฉัตร กล่าวอีกว่า ระดับราคาหุ้นที่ขึ้นมามาก จึงได้ลดสัดส่วนการลงทุนพอสมควร