IMH จ่อศึกษาแผนเทคโอเวอร์ รพ.1-2 แห่ง

วันที่ 18 ต.ค. 2564 เวลา 10:09 น.
IMH จ่อศึกษาแผนเทคโอเวอร์ รพ.1-2 แห่ง
IMH จ่อศึกษาแผนเทคโอเวอร์ รพ.1-2 แห่ง เล็งสยายปีก รพ.ประชาพัฒน์ เข้าตลาดฯปี 65

ดร.สิทธิวัตน์ กำกัดวงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาล อินเตอร์เมดิคัล แคร์ แอนด์ แล็บ จำกัด (มหาชน) หรือ IMH เปิดเผยว่า ล่าสุด IMH อยู่ระหว่างศึกษาแผนซื้อกิจการโรงพยาบาลเพิ่ม (Takeover) 1-2 แห่ง ทั้งนี้เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ทางการแพทย์ในอนาคต พร้อมทั้งยังเป็นเสริมศักยภาพความแข็งแกร่งให้กับโรงพยาบาลประชาพัฒน์อย่างมีนัยสำคัญ

ขณะเดียวกัน IMH ยังมีแผนในการนำ รพ.ประชาพัฒน์เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯในปี 2565 ด้วยเช่นเดียวกัน ด้วยชูจุดแข็งของ IMH ในการเป็น รพ.โควิดแบบครบวงจร ที่มีศักยภาพพร้อมรับมือในการให้บริการตรวจโรคและรักษาโควิดในทุกๆรอบอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ในช่วงครึ่งปีหลัง (Q3/64 – Q4/64) IMH มีแนวโน้มผลการดำเนินงานเติบโตต่อเนื่อง เป็นผลมาจากปริมาณเตียงผู้ป่วยโควิด-19 (U-Rate) เต็ม 100% จากเคสผู้ป่วยโควิดสะสมสีเหลือง-แดง ถึงแม้ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อปัจจุบันจะอยู่ระดับประมาณ 10,000 คนต่อวัน ขณะเดียวกันผู้ป่วยเคสสีเหลือ-แดง ยังคงมีสะสมเป็นจำนวนมาก ประกอบกับการเปิดประเทศ ในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ อาจมีความเสี่ยงติดเชื้อซ้ำ-เกิดระบาดรอบใหม่ได้

ทั้งนี้ จากจำนวนผู้ป่วยสะสมโควิด-19 เคสสีเหลือง-แดง ที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้IMH เตรียมเปิดศูนย์แพทย์เฉพาะทางรักษาโรคผู้ป่วยหลังโควิด (Post-Covid) เช่น โรคปอดติดเชื้อ และ โรคทางเดินหายใจ เป็นต้น ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ในกลุ่มผู้ป่วยโควิด และกลับมารักษาต่อเนื่องในรพ.นอกจากนี้ IMH วางกลยุทธิ์ “ต่อยอดโควิด” ด้วยการตั้งเป้าฉีดวัคซีนโควิดทุกประเภท ให้มากกว่า 1,000,000 โดส ซึ่งคาดว่าฐานลูกค้าการฉีดวัคซีนโควิดจะมีอย่างต่อเนื่อง จากลูกค้าเดิมที่ฉีดวัคซีนในปี 2564

“IMH มีประสบการณ์ในการบริหารจัดการรับมือผู้ป่วยโควิดทุกระยะอยู่แล้ว ขณะที่ IMH มีรายได้เพิ่มจากการให้บริการตรวจสุขภาพนอกสถานที่ ขึ้นมาก เนื่องจากปริมาณของลูกค้าองค์กรที่ต้องการตรวจสุขภาพ และตรวจโควิด-19 ให้กับพนักงาน ทั้งแบบ ATK และ RT-PCR ต่อยอดจากฐานลูกค้าที่ IMH ได้ให้บริการฉีดวัคซีน sinopharm ไปแล้ว กว่า 300,000 โดส ”

ด้านบทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินว่า IMH จะได้รับอานิสงส์ จากการตรวจและรักษาโควิด รวมถึงผลจากการควบรวมกิจการ(M&A) ส่งผลให้กำไรเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ จึงแนะนำซื้อ โดยให้ราคาเหมาะสม 19.20 บาท

ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) ประเมินทิศทางผลการดำเนินงานIMH โดยคาดกำไรไตรมาส 3/2564 ทำสถิติสูงสุดใหม่ราว 170 ล้านบาท และไตรมาส 4/2564 มีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง เนื่องจากเคสผู้ป่วยติดเชื้อสะสมเคสสีเหลือง-แดง ยังเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องในโรงพยาบาล ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่พบอาการติดเชื้อที่ปอด และจำเป็นต้องมีการ x-ray เพื่อตรวจรักษาตามอาการโดยแพทย์ โดยให้ราคาเหมาะสมที่ 18.90 บาท