"เพซ"ผิดนัดชำระหนี้ธนาคารไทยพาณิชย์

  • วันที่ 21 ต.ค. 2562 เวลา 11:28 น.

"เพซ"ผิดนัดชำระหนี้ธนาคารไทยพาณิชย์

"เพซ" ประกาศให้ความร่วมมือธนาคารไทยพาณิชย์ปรับโครงสร้างการเงินย้ำลูกค้าให้มั่นใจทุกโครงการเดินหน้าต่อ

คณะกรรมการ บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอร์เรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PACE มีมติรายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า บริษัทได้รับหนังสือแจ้งผิดนัดชำระหนี้ตามสัญญาเงินกู้ที่มีกับธนาคารไทยพาณิชย์ โดยบริษัทฯ อยู่ในระหว่างการเจรจาและทำงานร่วมกับทางธนาคารฯ เพื่อทำแผนปรับโครงสร้างทางการเงินและปรับโครงสร้างหนี้ ด้วยเป้าหมายหลักเพื่อให้บริษัทสามารถกลับมาก่อสร้างโครงการต่างๆ ที่มีอยู่ให้แล้วเสร็จพร้อมส่งมอบได้ และมั่นใจการปรับโครงสร้างทางการเงินในครั้งนี้จะไม่กระทบกับ การดำเนินธุรกิจของ ดีน แอนด์ เดลูก้า ซึ่งขณะนี้เติบโตได้ดีต่อเนื่อง

นายสรพจน์ เตชะไกรศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เพซ กล่าวว่า ที่ผ่านมา บริษัทฯได้ประสบกับความท้าทายทางการเงินอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับเงื่อนไขของเวลา และเหตุการณ์หลายอย่างที่เกิดขึ้นในคราวเดียวกัน ทำให้บริษัทฯ เกิดปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน ที่ผ่านมาทางคณะกรรมการและทีมผู้บริหารได้พยายามแก้ไขปัญหามาโดยตลอด

อย่างไรก็ตามเมื่อวันศุกร์ที่ 18 ตุลาคม 2562 บริษัทได้รับหนังสือจากธนาคารไทยพาณิชย์แจ้งเรื่องการผิดนัดชำระหนี้เงินกู้ ที่มีอยู่กับธนาคาร ซึ่งบริษัทได้เรียกคณะกรรมการประชุมด่วนในเย็นของวันนั้น และคณะกรรมการได้อนุมัติรับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งกำชับให้ฝ่ายบริหารและฝ่ายจัดการเร่งทำการเจรจาและให้ความร่วมมือกับธนาคารฯ ในการทำแผนปรับโครงสร้างทางการเงินของบริษัท เพื่อให้เกิดความมีเสถียรภาพในการดำเนินงานของบริษัทในอนาคตต่อไป ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มของบริษัทฯ อันจะทำให้บริษัทสามารถกลับเข้ามาสู่ระดับความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจได้

นอกจากนี้ คณะกรรมการยังเน้นย้ำว่าการปรับโครงสร้างการเงินในครั้งนี้ ควรจะก่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุดแก่พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า และทุกภาคส่วน ทั้งนี้ หากแผนการปรับปรุงโครงสร้างทางการเงินและการบริหารจัดการหนี้ของบริษัทฯ สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี จะทำให้บริษัทฯ สามารถดำเนินการก่อสร้างโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการให้แล้วเสร็จได้”

นายสรพจน์ กล่าวว่า บริษัทเชื่อว่าในขณะนี้บริษัทยังมีมูลค่าทรัพย์สินสูงกว่าภาระหนี้สินที่มีดอกเบี้ย กล่าวคือ มูลค่าทรัพย์สิน สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2562 มีมูลค่ารวมกันประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ในขณะที่หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยมีอยู่ที่ 1.4 หมื่นล้านบาท

โดยการปรับโครงสร้างหนี้ในครั้งนี้ มีเป้าหมายหลักเพื่อให้บริษัทสามารถกลับมาก่อสร้างโครงการต่างๆ ที่มีอยู่ให้แล้วเสร็จพร้อมส่งมอบได้ โดยมั่นใจการปรับโครงสร้างทางการเงินไม่กระทบกับ ธุรกิจ ดีน แอนด์ เดลูก้า แน่นอนโดยแนวทางการแก้ไขปัญหาการผิดนัดชาระหนี้ของบริษัทฯ ที่นอกเหนือจากการปรับโครงสร้างทางการเงิน คือ การนัดประชุมกับผู้ถือหุ้นกู้เพื่อขยายระยะเวลาในการชำระหนี้ออกไป เพื่อบริษัทฯ จะได้มีเวลาในการดำเนินทุกโครงการให้แล้วเสร็จเพื่อส่งมอบและนำเงินมาชำระหนี้หุ้นกู้

ทั้งนี้ เพซและทางสถาบันการเงินอยากให้ลูกค้ามั่นใจว่า ภายหลังการดำเนินปรับโครงสร้างทางการเงินตามแผนที่ทำร่วมกันแล้วเสร็จ โครงการภายใต้การพัฒนาของเพซจะดำเนินการได้เสร็จสมบูรณ์และสามารถส่งมอบกรรมสิทธิ์ให้ลูกค้าได้อย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามในส่วนของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ดีน แอนด์ เดลูก้า ในประเทศไทยและเอเชียนั้น ที่ผ่านมาสามารถทำรายได้และสร้างกำไรอย่างต่อเนื่องและมั่นคง

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ