GULF เซ็นซื้อ-ขายไฟ โรงไฟฟ้าพลังงานลม 30 เมกะวัตต์ ในเวียดนาม 

  • วันที่ 22 ก.ค. 2562 เวลา 09:34 น.

GULF เซ็นซื้อ-ขายไฟ โรงไฟฟ้าพลังงานลม 30 เมกะวัตต์ ในเวียดนาม 

บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า Mekong Wind Power Joint Stock Company ซึ่งกัลฟ์ ถือหุ้นทางอ้อมผ่าน Gulf International Holding Pte. Ltd. อยู่ 95% เป็นผู้ดำเนินโครงการ Mekong ซึ่งประกอบด้วยโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาดประมาณ 30 เมกะวัตต์ และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในทะเล (Offshore Wind Farm) ขนาดประมาณ 310 เมกะวัตต์

โดยโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในทะเล ระยะที่ 1 ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งประมาณ 30 เมกะวัตต์ ได้ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) กับการไฟฟ้าเวียดนาม (Vietnam Electricity) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา โดยสัญญาซื้อขายไฟฟ้ามีอายุ 20 ปี และมีกำหนดอัตรารับซื้อไฟฟ้าเทียบเท่าประมาณ 9.80 เซนต์สหรัฐต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง

ทั้งนี้ โครงการ Mekong ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศเวียดนาม ในตำบล Binh Dai จังหวัด Ben Tre โดยโรงไฟฟ้าพลังงานลมขนาดประมาณ 310 เมกะวัตต์ คาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD)เป็นระยะ ๆ ระยะที่ 1 ขนาดประมาณ 30 เมกะวัตต์ มีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2564 ระยะที่ 2 ขนาดประมาณ 49 เมกะวัตต์ กำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2564 และระยะที่ 3 ขนาดประมาณ 231 เมกะวัตต์ กำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ระหว่างปี 2565 ถึง 2566

ภายหลังจากลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแล้ว โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในทะเล ระยะที่ 1 จะเริ่มก่อสร้างภายในไตรมาส 3/62 สำหรับโครงการ Mekong ในส่วนอื่นๆ นั้น มีความความคืบหน้าเป็นไปตามแผนงานที่ได้วางไว้

นอกจากนี้ กัลฟ์ ยังชี้แจงว่า ตามที่หนังสือพิมพ์บางฉบับของประเทศเวียดนามได้รายงานข่าวเกี่ยวกับข้อจำกัดของระบบสายส่งในพื้นที่เวียดนามตอนกลาง ในจังหวัด Ninh Thuan จังหวัด Binh Thuan จังหวัด Khanh Hoa จังหวัด Phu Yen จังหวัด Dak Nong และจังหวัด Dak Lak ที่ระบบสายส่งไม่สามารถรองรับปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่จ่ายจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายในเดือนมิถุนายน 2562 ได้ทั้งหมด โดยมีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และโรงไฟฟ้าพลังงานลมหลายโครงการในจังหวัด Ninh Thaun และ Binh Thaun ได้รับคำสั่งจากศูนย์ควบคุมระบบกำลังไฟฟ้าแห่งประเทศเวียดนามให้ลดปริมาณการจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าระบบลง ซึ่งบางโครงการต้องลดปริมาณการจ่ายกระแสไฟฟ้าลงสูงสุดถึง 65% นั้น

กัลฟ์ ระบุว่าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ TTCIZ-01 ขนาด 68.8 เมกะวัตต์ และ TTCIZ-02 ขนาด 50.0 เมกะวัตต์ ที่บริษัทได้ถือหุ้นทางอ้อมอยู่ 49% และ 90% ตามลำดับ และได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วในเดือนมีนาคม และ เมษายน 2562 ที่ผ่านมานั้น ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม Thanh Thanh Cong จังหวัด Tay Ninh ในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเวียดนาม ห่างจากนคร Ho Chi Minh ประมาณ 50 กิโลเมตร ซึ่งไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่มีปัญหาระบบสายส่งจึงไม่ได้รับผลกระทบตามข่าวดังกล่าวแต่อย่างใด

ทั้งนี้ นับตั้งแต่เริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เป็นต้นมา โครงการโรงไฟฟ้า TTCIZ-01 และ TTCIZ-02 มีความพร้อมจ่ายไฟฟ้าสูงประมาณ 98% ถึง 100% ของกำลังการผลิตติดตั้ง สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าเข้าระบบตามปริมาณที่ผลิตได้ทั้งหมด

 

 

 

ข่าวอื่นๆ