"ดูโฮม"พร้อมแล้วขายหุ้นไอพีโอ ระดมทุนขยายสาขาทั่วประเทศ

  • วันที่ 18 ก.ค. 2562 เวลา 16:33 น.

"ดูโฮม"พร้อมแล้วขายหุ้นไอพีโอ ระดมทุนขยายสาขาทั่วประเทศ

ประกาศกลยุทธ์ขยายสาขาขนาดใหญ่รูปแบบใหม่ และสาขาขนาดเล็กภายใต้ชื่อ “DoHome To Go” เพิ่มสัดส่วนรายได้สินค้าภายใต้แบรนด์ DOHOME เป็น 20% ของรายได้รวมภายในปี 2565 

นายพงศ์ศักดิ์ พฤกษ์ไพศาล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวถึงความคืบหน้าการนำ บริษัท ดูโฮม (DOHOME) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ว่า หลังจากที่ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อขอเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) นั้น ปัจจุบันได้รับการอนุญาตแล้ว และอยู่ระหว่างการเข้าพบนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อยเพื่อให้ข้อมูลก่อนกำหนดราคาเสนอขายสุดท้าย

ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ภายใต้ชื่อย่อ "DOHOME" ในหมวดพาณิชย์ (Commerce) ภายในไตรมาส 3 ของปีนี้ นายอนุวัฒน์ ร่วมสุข กรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายตลาดทุน บล.ภัทร หนึ่งในที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย คาดว่าจะสามารถกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO ของ DOHOME ได้ในวันที่ 23 ก.ค.นี้ จากการสำรวจความต้องการซื้อหลักทรัพย์ของผู้ลงทุนสถาบัน 

การเสนอขายหุ้นไอพีโอครั้งนี้ จะมีการจัดสรรหุ้นไม่เกิน 465.04 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 25.1 % ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังเสนอขายหุ้น IPO ครั้งนี้ ประกอบด้วย หุ้นเพิ่มทุนไม่เกิน 456.16 ล้านหุ้น และผู้ถือหุ้นเดิมจะนำหุ้นออกมาขายด้วย 8.88 ล้านหุ้น โดยจะจัดสรรให้นักลงทุนสถาบันสัดส่วน 60% ที่เหลือขายให้กับนักลงทุนทั่วไป

นอกจากนี้ อาจมีการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน(กรีนชู) จำนวนไม่เกิน 56.16 ล้านหุ้น รวมทั้งสิ้นจำนวนไม่เกิน 521.20 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 28.1 % ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังเสนอขายครั้งนี้ (กรณีมีการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญส่วนเกินทั้งจำนวน)

"การจัดสรรหุ้นส่วนเกิน มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพของราคาหุ้นที่เสนอขายครั้งแรกในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในระยะ 30 วัน นับจากวันที่หุ้นเข้าซื้อขาย โดยเป็นการให้สิทธิแก่ผู้จัดหาหุ้นส่วนเกิน (หนึ่งในผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย) สามารถช่วยดำเนินการรักษาเสถียรภาพของราคาหุ้น ในช่วงที่ตลาดอาจมีความผันผวนซึ่งอาจมีโอกาสทำให้ราคาหุ้นต่ำกว่าราคาไอพีโอได้ " นายอนุวัฒน์ กล่าว

นายอดิศักดิ์ ตั้งมิตรประชา กรรมการผู้จัดการ DOHOME กล่าวว่า บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่ง และให้บริการด้านวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ตกแต่งบ้านแบบครบวงจร โดยมุ่งเน้นการพัฒนาและนำเสนอสินค้าที่มีคุณภาพ มีความหลากหลายและครบถ้วน

ปัจจุบันมีสาขาที่เปิดให้บริการแล้วทั้งหมด 9 สาขา ได้แก่ อุบลราชธานี นครราชสีมา รังสิต ขอนแก่น อุดรธานี พระราม 2 บางบัวทอง เชียงใหม่ และบางนา โดยมีพื้นที่ขายและคลังสินค้าประมาณ 35,000 – 65,000 ตารางเมตรต่อสาขา รวมถึงศูนย์กระจายสินค้าอีก 1 แห่งที่จังหวัดปทุมธานี

โดยแบ่งสินค้าที่จำหน่ายออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มวัสดุก่อสร้าง กลุ่มวัสดุซ่อมแซม และกลุ่มวัสดุตกแต่ง รวมรายการสินค้ามากกว่า 135,000 รายการ (SKUs) นอกจากนี้ DOHOME ยังจำหน่ายสินค้าภายใต้ตราสินค้าของ DOHOME (House Brand) มากกว่า 20,000 รายการ (SKUs)

นางสลิลทิพ เรืองสุทธิภาพ รองกรรมการผู้จัดการสายงานบัญชี การเงิน และสนับสนุนองค์กร DOHOME กล่าวว่า DOHOME มีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งโดยในปี 2561 มีรายได้รวม 18,535.17 ล้านบาท ซึ่งในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีสัดส่วนรายได้จากกลุ่มวัสดุก่อสร้างประมาณ 46-49% สัดส่วนรายได้จากกลุ่มวัสดุซ่อมแซมประมาณ 35-38% และสัดส่วนรายได้จากกลุ่มวัสดุตกแต่งประมาณ 15-17%

ไตรมาส 1/62 มีรายได้รวม 4,980.24 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 246.68 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าช่วงไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา ที่มีรายได้รวม 4,940.12 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 185.63 ล้านบาท เนื่องจากมีสัดส่วนการขายสินค้า House Brand เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอัตรากำไรขั้นต้นที่สูง

ขณะที่สัดส่วนรายได้จากการจำหน่ายสินค้า House Brand ในปี 2559-2561 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีสัดส่วนอยู่ที่ 11.4% 14.3% และ 14.4 % ของรายได้จากการขายและค่าบริการตามลำดับ โดยในไตรมาส 1/62 มีสัดส่วนอยู่ที่ 14.5% พร้อมวางเป้าหมายภายในปี 2565 จะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากการจำหน่ายสินค้า House Brand เป็น 20% ของรายได้จากการขายและค่าบริการรวม

สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนส่วนใหญ่จะนำไปชำระคืนหนี้สถาบันการเงิน เพื่อลดอัตราหนี้สินต่อทุนจาก 3.5 เท่า เหลือต่ำกว่า 2 เท่า โดยปัจจุบันบริษัท มีหนี้สินคงค้างกับธนาคารกสิกรไทย 4,101.29 ล้านบาท ซึ่ง บล.กสิกรไทย เป็นที่ปรึกษาทางการเงินร่วมในการขายหุ้น IPO ครั้งนี้ด้วย และมีหนี้สินคงค้างกับธนาคารเกียรตินาคิน 51.37 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะใช้ในการขยายสาขาและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน

บริษัทวางแผนจะขยายสาขาทั่วทุกภูมิภาคของประเทศผ่านการเปิดสาขาใหญ่รูปแบบใหม่ที่มีขนาดเล็กลง โดยมีพื้นที่ขายและคลังสินค้าเฉลี่ยต่อสาขา 23,000 ตารางเมตร รวม 7 สาขาในปี 2564 รวมไปถึงการพัฒนาโมเดลการขยายสาขาขนาดเล็กภายใต้ชื่อ "Dohome To Go" ซึ่งมีพื้นที่เฉลี่ยต่อสาขาประมาณ 300-1,000 ตารางเมตร รวม 90 สาขา ภายในปี 2564 มีแผนที่จะเปิดให้บริการในพื้นที่ศูนย์การค้าซุปเปอร์มาร์เก็ต เพื่อที่จะเข้าถึงลูกค้ารายย่อย โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่อาศัยอยู่ในเมืองที่ต้องการปรับปรุงซ่อมแซมตกแต่งบ้าน และความคล่องตัว ความรวดเร็วในการเปิดสาขา

พร้อมกันนี้ วางเป้าหมายในการเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้า House Brand เป็น 20% ของรายได้จากการขายและบริการรวม ภายในปี 2565 จากปัจจุบันอยู่ที่ 14.5 % ของรายได้รวม

ข่าวอื่นๆ