บลจ.กสิกรไทย แนะเสริมพลังให้พอร์ตการลงทุน

  • วันที่ 10 ก.ค. 2562 เวลา 10:22 น.

บลจ.กสิกรไทย แนะเสริมพลังให้พอร์ตการลงทุน

นายสุรเดช เกียรติธนากร กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า การลงทุนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการเงินจะต้องอาศัยการจัดพอร์ตลงทุนที่ดี โดยควรกระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภททั้งเงินฝาก พันธบัตรรัฐบาล ตราสารหนี้ รวมถึงหุ้น เพื่อลดความผันผวนอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาวะตลาด และเป็นการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะยาว

ขณะที่ในปัจจุบันมีกองทุนรวมให้เลือกมากมาย หลากหลายนโยบายการลงทุนตามระดับความเสี่ยง ประกอบกับภาวะตลาดหุ้นในช่วงนี้ยังมีความไม่แน่นอน ไม่เหมาะต่อการจับจังหวะการลงทุน

ทั้งนี้ ตามที่ บลจ.กสิกรไทย เคยได้เสนอแนวคิดการลงทุนแบบ 4D อันประกอบด้วย การกระจายความเสี่ยง (Diversification) การสร้างรายได้สม่ำเสมอ (Defensive) การลงทุนในระยะยาว (Duration) และการลงทุนอย่างมีวินัย (Discipline) ซึ่งได้แนะนำให้กับลูกค้านำไปปรับใช้เพื่อรับมือกับความผันผวนในปีนี้

โดยหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยลดความผันผวนเพื่อให้พอร์ตลงทุนสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้นั่น ก็คือ ‘Diversification’ ที่เน้นกระจายความเสี่ยงด้วยการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย

บลจ.กสิกรไทย จึงได้คัดสรรกองทุนที่มีผลการดำเนินงานดีที่สุดในแต่ละกลุ่มตามการจัดอันดับของมอร์นิ่งสตาร์ อีกทั้งยังสามารถรับความผันผวนได้ในทุกภาวะตลาด เพื่อเสริมพลังให้กับพอร์ตการลงทุนด้วย 5 กองทุนเด่น ได้แก่ กองทุนเปิดเค เอสเอฟ พลัส (K-SFPLUS), กองทุนเปิดเค แพลน 2 (K-PLAN2), กองทุนเปิดเค แพลน 3 (K-PLAN3), กองทุนเปิดเค โกลบอล อินคัม (K-GINCOME) และกองทุนเปิดเค สตาร์ หุ้นทุน (K-STAR)

กองทุน K-SFPLUS มีนโยบายการลงทุนที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพดีทั้งในและต่างประเทศ จึงช่วยลดความผันผวนให้กับพอร์ตลงทุนในช่วงที่สินทรัพย์เสี่ยงมีความผันผวนมากขึ้น ทำให้พอร์ตลงทุนมีโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีสม่ำเสมอ ซึ่งกองทุนมีระดับความเสี่ยง 4 และเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักเงินในระยะสั้น 2-3 เดือน

กองทุน K-PLAN2 และ K-PLAN3 เป็นกองทุนผสมที่มีนโยบายลงทุนในหุ้น และกระจายลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ (Multi-Asset) ทั้งในและต่างประเทศ อาทิ เงินฝาก พันธบัตรรัฐบาล ตราสารหนี้ เป็นต้น โดยกองทุน K-PLAN2 และ K-PLAN3 มีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นไม่เกิน 30% และ 55% ของ NAV ตามลำดับ จึงช่วยลดการขาดทุนจากตลาดใดตลาดหนึ่ง เนื่องจากมีการปรับสัดส่วนการลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ให้เหมาะสมกับทุกสภาวะตลาด ซึ่งกองทุนมีระดับความเสี่ยง 5 และเหมาะสำหรับผู้ที่สามารถถือครองหน่วยลงทุนได้ตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป

กองทุน K-GINCOME มีนโยบายลงทุนผ่านกองทุนหลัก JPMorgan Investment Funds – Global Income Fund, Class A (mth)-EUR ที่กระจายลงทุนหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลก โดยคัดเลือกสินทรัพย์ที่จ่ายผลตอบแทนสูงทั้งในรูปดอกเบี้ยและเงินปันผล ซึ่งกองทุนมีระดับความเสี่ยง 5 และสามารถแบ่งออกเป็น 2 แบบ ได้แก่ แบบสะสมมูลค่า (K-GINCOME-A(A)) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนต่อเนื่อง เพื่อการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว และแบบรับซื้อคืนอัตโนมัติ (K-GINCOME-A(R)) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรายรับสม่ำเสมอทุกเดือน โดยกองทุนจะมีการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติสูงสุดไม่เกิน 12 ครั้งต่อปี

กองทุน K-STAR มีนโยบายการลงทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นไทยพื้นฐานดี ที่มีศักยภาพเติบโตในระยะยาว พร้อมทั้งจับจังหวะโดยปรับสัดส่วนการลงทุนเพื่อทำกำไรในระยะสั้น ซึ่งกองทุนมีระดับความเสี่ยง 6 และสามารถแบ่งออกเป็น 2 แบบ ได้แก่ แบบสะสมมูลค่า (K-STAR-A(A)) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนต่อเนื่อง เพื่อการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว และแบบรับซื้อคืนอัตโนมัติ (K-STAR-A(R)) เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการจับจังหวะทำกำไรเอง โดยกองทุนจะมีการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ เมื่อ NAV ปรับขึ้นตามเงื่อนไข

ข่าวอื่นๆ