หุ้นไทยวอลุ่ม 2 แสนล้าน สูงสุดเป็นประวัติการณ์

  • วันที่ 28 พ.ค. 2562 เวลา 17:36 น.

หุ้นไทยวอลุ่ม 2 แสนล้าน สูงสุดเป็นประวัติการณ์

เงินนอกทะลัก หลังเอ็มเอสซีไอ เพิ่มน้ำหนัก ต่างชาติกระหน่ำซื้อ 1.2 หมื่นล้าน

หุ้นไทย ปิดตลาดวันที่ 28 พ.ค. ที่ดัชนี 1,632.04 จุด เพิ่มขึ้น 7.20 จุด (+0.44 %) มูลค่าการซื้อขาย 204,855.67 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 12,534.55 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนในประเทศทั้ง 3 ประเภท คือ กองทุน รายย่อย และพอร์ตบริษัทหลักทรัพย์ พร้อมใจขายสุทธิ

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปิดตลาดพลิกเป็นบวกขึ้นมาได้ จากที่เคลื่อนไหวในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ในภาคบ่าย และวอลุ่มเทรดของตลาดโดยรวมก็เข้ามามากสุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งนี้รับผลจาก MSCI ปรับเพิ่มน้ำหนักหุ้นไทย ซึ่งรอบนี้หุ้นไทยส่วนใหญ่ถึง 90 % ที่อยู่ใน MSCI อยู่แล้วได้รับการเพิ่มน้ำหนักการลงทุนด้วย

ด้านนายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยในภาคบ่ายวันนี้ส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในแดนลบ เผชิญแรงขายทำกำไรหลังจากที่ได้เก็งไปก่อนหน้านี้แล้วในกรณีที่ MSCI จะปรับเพิ่มน้ำหนักลงทุนหุ้นไทย และจะมีผลในวันนี้ (28 พ.ค.) ขณะที่ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียวันนี้เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบ ต่างยังรอดูสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน แม้ว่าขณะนี้ทิศทางจะยังไม่ชัดเจน โดยไม่มีการเจรจาในเร็ว ๆ นี้ แต่เชื่อว่าน่าจะคุยกันได้ ซึ่งขณะนี้ต้องติดตามความเคลื่อนไหวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ส่วนในวันที่ 30 พ.ค.นี้ให้ติดตามตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของสหรัฐฯงวดไตรมาส 1/62 ซึ่งเป็นประมาณการครั้งที่ 2

ส่วนปัจจัยในประเทศ ให้ติดตามเรื่องการเมือง โดยเฉพาะความคืบหน้าการเลือกบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งน่าจะยังทำให้ภาพรวมการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (29 พ.ค.) ยังคงแกว่งซึม

5 หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด

1.SCC มูลค่า 19,317.67 ล้านบาท ปิด 460 บาท ลดลง 8 บาท

2.BDMS มูลค่า 15,377.79 ล้านบาท ปิด 26.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท

3.SCB มูลค่า 12,702.84 ล้านบาท ปิด 127.50 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง

4.INTUCH มูลค่า 11,132.41 ล้านบาท ปิด 56.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท

5.CPN มูลค่า 6,589.10 ล้านบาท ปิด 73 บาท ลดลง 0.50 บาท

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต

ข่าวอื่นๆ