ผู้ถือหุ้นกู้ "เอิร์ธ" จี้ดีเอสไอเร่งเอาผิดผู้เกี่ยวข้อง

วันที่ 20 พ.ย. 2561 เวลา 15:17 น.
ผู้ถือหุ้นกู้ "เอิร์ธ" จี้ดีเอสไอเร่งเอาผิดผู้เกี่ยวข้อง
ผู้ถือหุ้นกู้ "เอิร์ธ" จี้ ดีเอสไอ เร่งรัดคดีเอาผิดผู้เกี่ยวข้อง ระบุเก็บเงินทั้งชีวิตเพื่อลงทุนกู้หวังค่าใช้จ่ายช่วงบั้นปลาย

ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นพ.จรูญศักดิ์ เธียรประพันธ์ หนึ่งในผู้เสียหาย พร้อมด้วย ผู้เสียหายประมาณ 40 คน เดินทางเข้าพบ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ ดีเอสไอ และในฐานะรองโฆษกดีเอสไอ เพื่อติดตามเร่งรัดสำนวนคดี บริษัท เอ็นเนอร์ยี่เอิร์ธ จำกัด (มหาชน) หรือ EARTH และ ธนาคารกรุงไทย หลังจากบริษัทฯ มีปัญหาขาดสภาพคล่องด้านการเงินจนไม่มีเงินมาจ่ายคืนแก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นกู้บริษัทฯ สร้างความเดือดร้อนกว่า 2,300 ราย

นพ.จรูญศักดิ์ กล่าวว่า จากการที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งไม่เห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการของ บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ จำกัด (มหาชน) ในการพิจารณาคดีเมื่อวันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา มีผลทำให้อำนาจการบริหารทั้งหมดในบริษัทดังกล่าว กลับไปอยู่ภายใต้กรรมการของบริษัทฯตามสภาพเดิมก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาเข้าแผนฟื้นฟู ทำให้ผู้ถือหุ้นกู้ของบริษัทฯทุกราย ไม่มั่นใจแนวทางการดำเนินการต่อไป

นพ.จรูญศักดิ์ กล่าวอีกว่า ผู้ถือหุ้นกู้บริษัทฯส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่เกษียณจากการทำงานแล้วไม่มีรายได้ประจำอื่นๆ และได้นำเงินที่เก็บออมเกือบทั้งชีวิตมาลงทุนในหุ้นกู้ของบริษัทฯ เพื่อหวังได้ดอกเบี้ยที่สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร เพียงพอกับค่าใช้จ่ายประจำวันและเป็นค่ารักษาพยาบาลดูแลครอบครัว แต่ต้องมาประสบปัญหาที่คาดไม่ถึงตกอยู่ในสภาพยากลำบาก นอกจากจะไม่ได้รับเงินค่าดอกเบี้ยแล้วยังต้องสูญเสียเงินต้นทั้งหมดซึ่งไม่ทราบว่าจะได้คืนเมื่อไหร่ ทั้งๆที่การลงทุนในครั้งนี้ผู้ถือหุ้นกู้บริษัทฯ ได้พิจารณาแล้วว่าบริษัทดังกล่าวออกหุ้นกู้ฯอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ถืออยู่ในความดูแลของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยมีธนาคารรัฐเป็นผู้จำหน่ายหลักและชักชวนให้ลงทุน

"ในช่วงปลายเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ของธนาคารกรุงไทย ออกมาชี้แจงว่า ขบวนการปล่อยสินเชื่อของธนาคารให้แก่บริษัทดังกล่าวมีการตรวจสอบพบการกระทำผิดหลายขั้นตอนในบุคลากรของธนาคาร รวมทั้ง ถ้ามีการโกงขึ้นไม่ว่าจะเป็นระดับพนักงานก็ต้องมีการเอาผิด เพราะเป็นธนาคารของรัฐ ถ้าพิสูจน์ออกมาชัดเจนก็ต้องดำเนินการตามคดีทุกขั้นตอน พร้อมกับแจ้งว่าธนาคารกรุงไทยจะรายงานผลการตรวจสอบต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และ ดีเอสไอ ซึ่งเป็นหน่วยงานความรับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายจึงใคร่ขอความเป็นธรรม และเร่งรัดสำนวนการสอบสวนคดี เสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป"

ด้าน พ.ต.ต.วรณัน เปิดเผยว่า เมื่อช่วงปี 2560 ดีเอสไอ รับกรณี บริษัท เอ็นเนอร์ยี่เอิร์ธ จำกัด (มหาชน) เป็นคดีพิเศษแล้ว โดยการสอบสวนหลักฐานเหลือเพียงข้อมูลทางการเงินต่างประเทศบางส่วน รวมทั้ง มีการกระทำผิดนอกราชอาณาจักรรวมอยู่ด้วย จึงต้องประสานตามสนธิสัญญาความร่วมทางอาญา

บทความแนะนำ