คลังลุ้นTFFIFเข้าตลาดหุ้นวันแรกสูงเกิน10บาท

วันที่ 31 ต.ค. 2561 เวลา 07:45 น.
คลังลุ้นTFFIFเข้าตลาดหุ้นวันแรกสูงเกิน10บาท
คลังลุ้นราคา TFFIF เข้า ซื้อขายในตลาดหุ้นวันแรกสูงเกิน 10 บาท รายย่อยถือ 2.88 หมื่นล้าน เพราะให้ ผลตอบแทนสูงถึง 4.75%

นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า วันที่ 31 ต.ค.นี้  หน่วยลงทุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (TFFIF) จะเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เป็นวันแรก ซึ่งคาดว่าราคาจะสูงกว่าราคาเริ่มต้นที่ 10 บาท/หน่วย เพราะให้ผลตอบแทนสูงถึง 4.75%

สำหรับการเปิดจอง TFFIF ที่ผ่านมา เต็มวงเงิน 4.47 หมื่นล้านบาท เป็นประชาชนรายย่อย 4.12 หมื่นราย คิดเป็นมูลค่า 2.88 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 50% ของหน่วยลงทุน โดยทุกคนที่จองเข้ามาได้หมดไม่เกิน 3 ล้านบาท โดยมีบางรายจองเข้ามาถึง 50 ล้านบาท

ทั้งนี้ สัดส่วนผู้ถือหน่วยลงทุนรายใหญ่ 10 อันดับแรก ณ วันที่ 26 ต.ค. 2561 อันดับหนึ่ง คือ กระทรวงการคลัง 10% อันดับสองถือในสัดส่วนเท่ากันที่ 3.76% สองแห่ง คือ บริษัท เอไอเอ และบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต

อันดับสาม มีสถาบันที่ถือในสัดส่วน เท่ากันที่ 1.88% จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต มหาวิทยาลัยมหิดล และกองทุนเปิดเค พร็อพเพอร์ตี้ เซคเตอร์ อันดับสี่ บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต ถือ 1.82%

อันดับห้า  สำนักงานประกันสังคม ถือทั้งหมด 1.53% และอันดับหก ถือสัดส่วนเท่ากันที่ 1.42% สองแห่งคือ บริษัท ไทยประกันชีวิต และบริษัท ทิพยประกันชีวิต

นายประภาศ กล่าวว่า การเปิดขายหน่วยลงทุน TFFIF รอบใหม่คาดว่าจะเป็นปีหน้า โดยจะนำโครงการของกรมทางหลวงที่มีรายได้อยู่แล้วโอนให้กองทุน เพื่อจ่ายผลตอบแทนให้กับนักลงทุน ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจาณาแก้กฎหมายกองทุนของกรมทางหลวง เพื่อโอนเงินรายได้ให้กับ TFFIF ได้ โดยกรมทางหลวงมีแผนจะใช้เงินก่อสร้างโครงการใหม่ประมาณกลางปี 2562

นายสุชาติ ชลศักดิ์พิพัฒน์ ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กล่าวว่า สำหรับการระดมทุนไทยแลนด์ ฟิวเจอร์ฟันด์เพื่อก่อสร้างทางด่วนสองสายนั้นผ่านไปได้ด้วยดี ภายหลังจากทยอยเปิดให้รายย่อยเข้าจอง ขณะนี้โครงการทางด่วนพระราม 3-ดาวคะนอง วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท นั้นขณะนี้ร่างเอกสารเงื่อนไขการประกวดราคา (ทีโออาร์) ใกล้แล้วเสร็จ คาดว่าจะนำขึ้นเว็บไซต์ได้ภายในสองสัปดาห์ก่อนเปิดประมูลช่วงปลายเดือน พ.ย.-ต้นเดือน ธ.ค. แบ่งเป็น 6 สัญญา อย่างไรก็ตามสำหรับการจัดลำดับความสำคัญโครงการที่จะนำเข้ามาระดมทุน ต่อเนื่องอีก 2 โครงการ ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนด้านการประมูลและก่อสร้างในปีหน้านั้น ได้แก่ โครงการเชื่อมทางด่วนมิสซิ่งลิงก์ระหว่างทางด่วนศรีรัช-ทางด่วนอุตราภิมุข วงเงิน 6,000-7,000 ล้านบาท และโครงการทางด่วนสายเหนือตอน N2 วงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางของสองฟากฝั่งชานเมือง